the-king
HomeConcept CarVW Beetle Dune เต่าทอง เวอร์ชั่นลุย

VW Beetle Dune เต่าทอง เวอร์ชั่นลุย

Volkswagen Studie Beetle Dune

Beetle Dune เป็นรถต้นแบบที่ VW ปล่อยออกมาเช็กกระแสตลาด จับบอดี้ Beetle ที่ได้ทั้งแนวคลาสสิกและแนวน่ารักมายกสูง เพื่อได้ลุค Offroad โดยภาพที่สื่อสารออกมากับ Beetle Dune สี “Arizona” หรือ “เหลือง-ส้ม” คันนี้ คือ การรองรับไลฟ์สไตล์กิจกรรมกลางแจ้งอย่างสกี Beetle Dune พัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน Beetle2.0 TSI เป็นรถเต่าทองตัวล่าสุด ที่ปล่อยลงถนนอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2012 และความย้อนยุคดังกล่าว จะมีให้เห็นเฉพาะบนกระดองเต่าเท่านั้น ซึ่งหากจับ BeetleDune เอกซเรย์ลงลึกถึงภายใน จะพบว่าเจ้าเต่าทองเวอร์ชั่นลุยได้ซ่อนความไฮเทคเอาไว้เต็มคัน

Volkswagen Studie Beetle Dune

ความโค้งมนเป็นยังคงถูกใช้เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน บนตัวถังของรถเต่าทองยุคดิจิตอล

รถเต่าทองถือกำเนิดในปี 1938 กับภารกิจรถสำหรับประชาชนชาวเยอรมัน ด้วยแนวคิดต้องราคาประหยัด ใช้งานคล่องตัว ง่ายต่อการบำรุงรักษา และพร้อมใช้งานแม้ในภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำ (เครื่องยนต์หล่อเย็นด้วยอากาศ) โดยผู้ควบคุมโปรเจ็กต์นี้มีชื่อว่า “Dr. Ferdinand Porsche” วิศวกรรถยนต์ชาวออสเตรียน (ผู้ให้กำเนิดรถ PORSCHE) ไม่ว่าแนวคิดรถเพื่อประชาชนดังกล่าว จะมีวาระซ่อนเร้นจากท่านผู้นำหรือไม่ แต่สุดท้ายเจ้าเต่าทองสุดน่ารัก น่าเอ็นดู ก็ถูกอัพเกรดไปเป็นยานรบ สำหรับเป็นพาหนะใช้งานในกองทัพ ช่วงที่นาซีเริ่มเปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2

Volkswagen Studie Beetle Dune

ยกตัวถังสูงขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Beetle เวอร์ชั่นมาตรฐาน

ปี 1998 ตำนานรถเต่าทองถูกฟื้นคืนมาในชื่อ New Beetle แม้จะไม่ขลังหรือคงกะพันเท่าเต่าเฒ่ารุ่นคุณปู่ แต่ New Beetle ก็เก็บแต้มทั่วโลกไปได้กว่า 1 ล้านคัน สำหรับ Beetle บอดี้ล่าสุด (VW ไม่ใช้คำว่า New นำหน้าอีกแล้ว) สืบทอดสายพันธุ์คลาสสิกมาแบบเต็มน้ำเต็มเนื้อกว่า New Beetle ทีมออกแบบกล่าวว่า ดีไซน์ของมันให้อารมณ์เดียวกับ ขวด COKE, แว่นกันแดด Ray-Ban, กล้องถ่ายภาพสุดอมตะอย่าง LIECA M9 ปิดท้ายด้วยสไตล์การออกแบบที่บ่งบอกความเป็นตัวตนที่เด่นชัด เช่นเดียวกับ iPhone

Volkswagen Studie Beetle Dune

ภาพรวมของห้องโดยสารไม่แตกต่างกับ Beetle ดีไซเนอร์ใช้ธีมสี เพื่อสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้ Beetle Dune

ดีไซน์ของ Beetle และ Beetle Dune รังสรรค์ขึ้นจาก ‘เสี้ยววงกลม’ (Semi-circles) จำนวน 3 วง ประกอบด้วย  แก้มหน้า (Front Wing) แก้มหลัง (Rear Wing) และหลังคา (Domed Roof) เส้นสายบนพื้นผิวตัวถังเน้นความโค้งเป็นพื้นฐาน เป็นการรวมตัวของรูปทรงเรขาคณิตสไตล์โมเดิร์น ทว่า สร้างมุมมองสุดคลาสสิกได้ไม่เป็นรองรถเต่าทองรุ่นบรรพบุรุษ Beetle DNA ถูกรังสรรค์ขึ้นจากความใส่ใจในทุกรายละเอียด อันจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวถังอาทิ การเน้นสันขอบบนฝากระโปรงหน้า ความกลมกลืนของเสา A  ที่โค้งรับกันอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเสา C ตบท้ายด้วยไฟท้ายขนาดใหญ่ ที่ยังคงสอดรับกันอย่างลงตัว และเต็มไปด้วยด้วยความโค้งมน

Volkswagen Studie Beetle Dune

ขยายความกว้างของตัวถัง ข้างละ 24 มิลลิเมตร

โครงสร้างรถ 2 ประตู เน้นความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานรถเยอรมัน ต้องใช้แรงบิดสูงถึง 26,000 Nm จึงจะทำให้โครงสร้างของเต่าทองยุคดิจิตอลบิดตัวไปได้ 1 องศา บานประตูเปิดได้กว้าง แต่ไม่ได้ยาวเกะกะเหมือนรถคูเป้ทั่วไป ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการก้าวเข้าสู่เบาะนั่งด้านหลัง ไฟหน้ากลมมน ภายในบรรจุไฟ Bi-xenon ซึ่งให้อุณหภูมิสีใกล้เคียงกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ แต่ใช้พลังงานเพียง 25 วัตต์/ข้าง ขณะที่ไฟ Daytime รูปทรงครึ่งวงกลม ก็ถูกซ่อนไว้ในโคมไฟหน้าเช่นกัน ไฟท้ายแต่ละข้างกำเนิดแสงด้วยหลอด LED  จำนวน 15 หลอด

Volkswagen Studie Beetle Dune

มาตรวัดทั้ง 2 ส่วน ที่ทีมออกแบบใส่ใจในทุกรายละเอียด

แดชบอร์ดหลักประกอบด้วยมาตรวัดจำนวน 3 วง วงกลางใหญ่สุด เป็นมาตรวัดความเร็ว ด้านซ้ายเป็นมาตรวัดรอบ ขณะที่ด้านขวาเป็นเข็มบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ ที่จะทำให้ผู้ขับเห็นอัตราการบริโภคน้ำมันอันน้อยนิดของ Beetle Dune ได้อย่างเต็มตา ส่วนชุดมาตรวัดเสริม จะถูกแยกออกมาไว้ที่ส่วนบนของคอนโซลกลาง ไล่เรียงจากซ้ายมาขวา ประกอบด้วย อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง นาฬิกาจับเวลาแบบ Chronometer และแรงบูสต์ของเทอร์โบ ใต้ชุดมาตรวัดส่วนนี้ติดตั้งจอทัชสกรีนขนาด 7.7 นิ้ว เป็นจอความละเอียดสูงที่ใช้เทคโนโลยี AMOLED (Active Matrix Organic LED)

Volkswagen Studie Beetle Dune

2+2 ที่นั่ง แบบไร้ความอึดอัด

เรื่องความอเนกประสงค์ ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ Beetle Dune จุได้ 310  ลิตร แต่หากพับเบาะหลังลง จะขยายความจุไปได้ถึง 905 ลิตร งานออกแบบห้องโดยสารจัดเป็นไฮไลต์สำหรับ Beetle Dune ด้วยเช่นกัน เบาะนั่งจัดวางในรูปแบบ 2+2 ที่นั่ง คู่หน้าเป็นเบาะนั่งทรงสปอร์ต ที่ไม่ละเลยความสบายในการโดยสาร ตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์และมาตรวัดต่างๆ ไม่ได้ขายแค่ความคลาสสิกเหมือน New Beetle แต่เป็นการผสมผสานกันระหว่างการออกแบบสไตล์โมเดิร์นและอุปกรณ์ไฮเทค

Volkswagen Studie Beetle Dune

งานออกแบบห้องโดยสาร คือจุดสมดุลระหว่าง Retro Style กับ Modern Style

รถเต่ารุ่นคุณปู่ วางเครื่องยนต์ไว้ด้านหลัง และขับเคลื่อนล้อหลัง ขณะที่รุ่นหลานๆ วางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้า ตัวเครื่องยนต์ อดีตใช้สูบนอน 4 สูบ ก็เปลี่ยนมาเป็นแถวเรียง 4 สูบ ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม หรือรูปแบบการจัดวางบนพื้นฐานรูปทรงเดิม เพื่อให้รถเต่ายุคดิจิตอล สามารถใช้เครื่องยนต์สหกรณ์ในเครือ VW ซึ่งมีอยู่แล้วหลาย 10 บล็อก ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลได้อย่างไร้ปัญหา

Volkswagen Studie Beetle Dune

โมเมนต์เช่นนี้ของ Beetle Dune พอจะลงแรลลี่ดาการ์ได้เลย

ตัวถังของรถต้นแบบ Beetle Dune ปรับเพิ่มความสูงจาก Beetle อีก 50 มิลลิเมตร (1,536 mm.) เพิ่มความกว้างของตัวถังอีกข้างละ 24 มิลลิเมตร (1,856 mm.) และความยาวตัวถังเพิ่มขึ้น 12 มิลลิเมตร (4,290 mm.) เมื่อได้ตัวถังที่กว้างขึ้นจึงขยับขยายช่วงความกว้างล้อ (Track) ด้านหน้า 29 มิลลิเมตร (1,607 mm.) และขยายช่วงความกว้างล้อด้านหลังเท่ากันที่ 29 มิลลิเมตร (1,573 mm.) ทั้งหมดส่งผลให้ Beetle Dune ใส่รองเท้าเบอร์ใหญ่ขึ้น ด้วยล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 ได้อย่างลงตัว

Volkswagen Studie Beetle Dune

Beetle Dune ใช้ขุมพลัง TSI บล็อกแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์เบนซิน Direct Injection ที่พ่วงมาด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ ผลิตกำลังได้ 210PS ที่ 5,300-6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดมีมาให้ใช้งาน 280 Nm ที่ 1,700-5,200 รอบ/นาที เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกจับคู่กับเกียร์ DSG 6สปีด ลากตัวถังของ Beetle Dune ทะยานผ่าน 100 กม./ชม. ด้วยเวลา 7.3 วินาที กับความเร็วสูงสุด 227 กม./ชม.

อัตราสิ้นเปลืองในเมืองและเดินทาง อยู่ที่ 9.9 และ 16.39 กิโลเมตร/ลิตร ตามลำดับ ใน Beetle เวอร์ชั่นมาตรฐาน เครื่องยนต์บล็อกนี้จะปล่อย CO2 ออกสู่บรรยากาศในระดับ 176 กรัม/กิโลเมตร สำหรับระบบกันสะเทือนใน Beetle Dune อัพเกรดต่อจาก Beetle เล็กน้อย ด้านหน้ายังคงใช้แม็คเฟอร์สัน สตรัท ทำงานคู่กับปีกนกล่างแบบ A-arms ขณะที่ด้านหลังเน้นความนุ่มนวลด้วย Four-link ใต้ท้องรถเสริมด้วยแผ่นอะลูมิเนียม เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายจากการกระแทกจากเศษหิน

Volkswagen Studie Beetle Dune

Beetle Dune เป็นรถต้นแบบที่เน้นคุณสมบัติเรื่องความสนุกสนานในการขับขี่ รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทว่า ข้อมูลที่ VW ยังไม่เปิดเผยออกมาคือ Beetle Dune จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4MOTION อันเป็นระบบ AWD ประจำค่าย VW ด้วยหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า Beetle Dune จะขาดระบบนี้ไม่ได้ นั่นเพราะ 4MOTION จะช่วยให้รถต้นแบบคันนี้บุกตะลุยไปได้ในทุกพื้นที่ ตามแนวคิดในการพัฒนา Beetle Dune อย่างแท้จริง

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.