ความท้าทายสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่าย อยู่ที่การสร้างทางเลือกอันหลากหลายในรถโมเดลเดียวกัน เพราะรถรุ่นเดียวในอนาคต เป็นไปได้ที่จะมีทั้งรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ ใช้ระบบไฮบริด หรือแม้แต่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ นั่นทำให้ผู้ผลิตต้องวางยุทธศาสตร์ของรถในแต่ละเซ็กเมนต์ให้ชัดเจน แต่ยืดหยุ่น สามารถรองรับการแตกไลน์รุ่นย่อยต่อไปได้แบบไม่ยุ่งยาก และแนวคิดนี้เป็นจุดกำเนิดของแพลตฟอร์มที่เรียกว่า ‘CMA’ จาก VOLVO ที่ถูกออกแบบไว้สำหรับรถต้นแบบ 40 Series ซึ่งน่าจะพร้อมส่งเข้าไลน์การผลิตในเร็วๆ นี้

Volvo Concept 40.1 + 40.2 birds-eye detail

40 Series Concept เป็นรถต้นแบบชุดล่าสุดที่ VOLVO เปิดตัวต่อสาธารณชน ในส่วนของตัวถัง จะถูกแบ่งออกเป็นโมเดล ‘40.1’ ซึ่งมาในสไตล์ Compact SUV และ ‘40.2’ กับรูปแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ทรงสูง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะออกแบบไว้เผื่อการลุยเบาๆ ตามแบบฉบับ ‘Cross Country’ ด้วยเช่นกัน

โดยการออกแบบไม่ได้หยุดสร้างสรรค์แต่เพียงเท่านี้ ในอนาคตอาจมีเวอร์ชั่น ‘40.3’ และ ‘40.4’ ตามออกมาอีก ทั้งหมดเป็นความพยายามของผู้ผลิตอย่าง VOLVO ที่มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกภูมิภาค ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกรูปแบบการใช้งาน โดยการตอบโจทย์อันหลากหลายของลูกค้า ต้องไม่สร้างภาระทางต้นทุนใดๆ เพิ่มเติม จึงเป็นที่มาของพื้นฐานโครงสร้างตัวรถ หรือแพลตฟอร์มสำหรับรถเล็กล่าสุด ที่เรียก ‘CMA’ (Compact Modular Architecture) นั่นเอง

Volvo Concept 40.1 profile

ทีม R&D จาก VOLVO เริ่มต้นพัฒนา ‘แพลตฟอร์มสหกรณ์’ ก่อนใน 90 Series ซึ่งเป็นรถเซ็กเมนต์สูงสุดในสังกัด (แชร์ใช้กันในหลายโมเดล) ในชื่อแพลตฟอร์ม ‘SPA’ (Scalable Product Architecture) มีผลิตภัณฑ์ส่งลงตลาดมาแล้ว 3 โมเดล ได้แก่ XC90 Mk. II และ S90 ที่แตกไลน์ตามออกมาเป็น V90 เพื่อรองรับครอบครัวที่ต้องการรถอเนกประสงค์ ซึ่ง XC90 ก็มีการแตกไลน์เป็นตัวถัง Long Wheelbase รองรับตลาดรถ SUV สำหรับบางภูมิภาค ที่บรรดาผู้บริหารและ VIP สะดวกเดินทางด้วยรถกลุ่มนี้มากกว่ารถลีมูซีน

Volvo Concept 40.2 profile

ดังนั้น ความแตกต่างของแพลตฟอร์ม ‘SPA’ ใน 90 Series และ ‘CMA’ ใน 40 Series จึงอยู่ที่ขนาด และโครงสร้างช่วงล่างที่ออกแบบมารับน้ำหนักตัวถัง และต้นกำลัง (เครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า) รวมทั้งอุปกรณ์ประกอบทั้งหลาย อาทิ แบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ที่จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในรถ ซึ่งแพลตฟอร์ม ‘CMA’ ที่เปิดตัวมาสำหรับรถต้นแบบ 40 Series มี 4 รูปแบบ ได้แก่

รูปแบบ – Engines เป็นรูปแบบมาตรฐาน

CMA with 4-cylinder powertrain - 3/4 view

CMA with 4-cylinder powertrain - Top view

ใช้พื้นฐานโครงสร้างแบบเดียวกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าทั่วไป เครื่องยนต์เชื่อมต่ออยู่กับกระปุกเกียร์ ทั้งชุด ‘วางขวาง’ ที่ด้านหน้ารถ เป็นรูปแบบพื้นฐานที่เน้นความเรียบง่าย และน่าจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้เป็นอันดับหนึ่ง จากรูปแบบทั้งหมดของ 40 Series

 

รูปแบบ – Twin-engine Plug-in Hybrid

CMA with T5 Twin Engine powertrain – Top view

CMA with T5 Twin Engine powertrain – 3/4 view

คำว่า Twin-engine มาจากการใช้ต้นกำลังทั้ง 2 ประเภท (เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า) ในการขับเคลื่อนรถ ยังคงใช้พื้นฐานเดียวกับรถขับเคลื่อนล้อหน้า มอเตอร์ไฟฟ้าวางคั่นกลางระหว่างเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเครื่องยนต์ขณะออกตัว และเร่งแซง มีโหมด EV (Electric Vehicles) ขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษมาให้เลือกใช้ในระยะทางสั้นๆ ชุดแบตเตอรี่ออกแบบเป็นรูปทรงแท่ง วางแนวยาวในตำแหน่งอุโมงค์เพลากลาง วัตถุประสงค์เพื่อสมดุลน้ำหนักระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง

 

รูปแบบ – Electric Powertrain บนแพลตฟอร์ม ‘CMA’ เช่นเดิม

CMA Battery Electric Vehicle Technical Concept Study - 3/4 view

CMA Battery Electric Vehicle Technical Concept Study - Top view

วิศวกรยกเครื่องยนต์และกระปุกเกียร์ทั้งชุดออก แทนที่ด้วย ‘มอเตอร์ไฟฟ้า’ ที่มีขนาดเล็กกว่า มีน้ำหนักน้อยกว่า ขณะที่ให้กำลังในการขับเคลื่อนได้ไม่เป็นรองเครื่องยนต์ปกติ ทว่า น้ำหนักท่อนหน้าที่ลดลง จะถูกแทนที่ด้วยน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีความจุสูงกว่ารุ่น Twin-engine นั่นเพราะรถไฟฟ้าจะไม่มีเครื่องยนต์มาช่วยปั่นไฟเหมือนรถไฮบริด แบตเตอรี่ถูกออกแบบมาในลักษณะตัว ‘T’ ในส่วนของอุโมงค์เพลากลาง ถูกขยายปีกออกมาในแนวข้างทั้ง 2 ฝั่ง นอกจากนี้ยังมีชุดแบตเตอรี่ก้อนใหญ่เพิ่มเติมไปในส่วนใต้เบาะนั่งแถวหลัง ถูกวางแทนที่ตำแหน่งถังน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งหมดส่งผลให้รถไฟฟ้า 40 Series จาก VOLVO รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบเหลือๆ

รูปแบบ – Twin-engine All-wheel Drive เป็นรถไฮบริดขับเคลื่อนแบบ AWD เรื่องที่จะใส่ระบบ Plug-in เข้ามาด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูล (ไม่ใช่เรื่องยาก) ในส่วนของชุดขับเคลื่อนล้อหน้าและแบตเตอรี่ ยกชุดมาจากรุ่นไฮบริด ขณะที่ล้อหลัง ส่วนเพลาหลังจะต่อตรงเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 1 ตัว ทำหน้าที่ในลักษณะ on-demand สำหรับขับเคลื่อนล้อหลังเพียงอย่างเดียว พร้อมเสริมแรงขับเคลื่อนในเสี้ยววินาที หากล้อหน้าเกิดการสลิป

ข้อมูลปิดท้ายสำหรับรถต้นแบบ 40 Series คือเครื่องยนต์ที่พร้อมติดตั้งในรุ่นไฮบริด จะเป็น T5 Twin-engine เป็นการนำเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ บล็อกใหม่ (Drive-E 3-cylinder Engine) มาทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด (และมอเตอร์ไฟฟ้า) ด้วยรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคย เพราะใช้คลัตช์ทั้ง 2 ชุด ผสานการส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้ลงตัวมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนกำลังรอข้อมูลในส่วนนี้อยู่ ได้มาแบบครบๆ เมื่อไหร่ จะรีบนำมานำเสนอทันทีครับ

T5 Twin Engine on CMA and T8 Twin Engine AWD on SPA

  • BMW 2 Series Active Tourer ใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดที่ไม่แตกต่างจากรูปแบบ Twin-engine All-wheel Drive ของ VOLVO ซึ่งระบบไฮบริดในรถ BMW รุ่นนี้มีชื่อว่า ‘eDrive’
  • 2 Series Active Tourer ติดตั้งขุมพลัง BMW TwinPower Turbo 3 สูบ ผลิตแรงม้าได้ 136 hp ให้แรงบิดสูงสุด 220 Nm เครื่องยนต์บล็อกเล็กถูกจับคู่กับเกียร์ Steptronic 6 สปีด วางขวาง ตามรูปแบบของรถขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีมอเตอร์ตัวเล็กวางคั่นกลางระหว่างเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ มอเตอร์ตัวนี้มีขนาด 15 kW (20 hp) และแรงบิด 150 Nm
  • สำหรับมอเตอร์ตัวใหญ่ รับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหลัง แรงกว่าที่ระดับ 65 kW (88 hp) พร้อมแรงบิด 165 Nm ถูกเชื่อมต่อเข้ากับล้อคู่หลังผ่านชุดเกียร์ที่มี 2 อัตราทด

เรื่อง พิทักษ์ บุญท้วม