the-king
HomeConcept CarVOLKSWAGEN XL Sport แรงด้วยเครื่องยนต์จาก DUCATI 1199 Superleggera
cover_VOLKSWAGEN-XL-Sport

VOLKSWAGEN XL Sport แรงด้วยเครื่องยนต์จาก DUCATI 1199 Superleggera

 

พลังแห่งความสร้างสรรค์นั้นไร้ขีดจำกัด จึงเกิดโปรเจ็กต์รถต้นแบบหลุดโลกอย่าง XL Sport ออกมา ตัวรถใช้พื้นฐานร่วมกับ VOLKSWAGEN XL1 รถไฮบริด-ดีเซลสุดประหยัด ทุกองค์ประกอบในรถโดดเด่นขั้นเทพ วิศวกร Volks ถอดเครื่องยนต์ 0.8 TDI ขนาด 48 PS (120 Nm) ที่พ่วงอยู่กับ e-motor ขนาด 27 PS (140 Nm) ใน XL1 ทิ้งทั้งยวง แทนที่ด้วยเครื่องยนต์ V2 สูบ ซึ่งประจำการอยู่ในซูเปอร์ไบค์สุดฮาร์ดคอร์อย่าง DUCATI 1199 Superleggera จากรถประหยัดพลังงานแบบสุดขั้ว จึงเปลี่ยนลุคไปเป็นรถสปอร์ตบ้าพลังในทันที เพราะความเร็วปลายของ XL Sport ไหลไปได้ถึง 270 กม./ชม.Die neue Volkswagen Studie XL Sport

ก่อนเข้าถึงขุมพลังของ XL Sport จะขอเล่ารายละเอียดบางส่วนของ XL1 เป็นเบื้องต้น รถต้นแบบโมเดลนี้จาก Volks ขั้นเทพในระดับใด จึงถูกมาต่อยอดเป็น XL Sport  ได้ วิศวกรออกแบบ XL1 ได้อย่างล้ำลึกในทุกรายละเอียด XL1 มีทุกอย่างที่รถระดับซูเปอร์คาร์มี ยกเว้น ‘ความแรง’ นั่นเพราะพละกำลังจากเครื่องยนต์และแรงม้าระดับมหาศาล จะไม่ถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพของรถยนต์ในอนาคตเพียงอย่างเดียว ระดับ CO2 ในหน่วย ‘กรัม/กิโลเมตร’ จากปลายท่อไอเสียและตัวเลข ‘อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง’ ต่างหาก ที่ผู้บริโภคต้องใช้เป็นข้อมูลหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

วิศวกรเริ่มต้นที่การลดน้ำหนักของ XL1 ผลลัพธ์คือ น้ำหนักตัวเพียง 795 กิโลกรัม เกิดจากการใช้วัสดุขั้นเทพของโลกยานยนต์ อันได้แก่ CFRP (Carbon Fibre Reinforced Polymer) และอะลูมิเนียม โดยวัสดุ CFRP หรือเรียกง่ายๆ ว่า คาร์บอนไฟเบอร์ จะถูกขึ้นรูปเป็นโครงสร้างโมโนค็อกรอบห้องโดยสาร โครงของเบาะนั่งทั้ง 2 ตำแหน่ง ฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า ห้องเก็บสัมภาระขนาด 120 ลิตร ที่ท้ายรถ จานเบรกคู่หน้า และโครงของบานประตูขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เปิดในรูปสไตล์ปีกนก (Wing doors)

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

ขณะที่คานขวางที่บานประตู เฟรมหลักส่วนที่ต้องหิ้วเครื่องยนต์ และหิ้วส่วนประกอบของช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไล่เรียงไปจนถึงโครงสร้างของช่วงล่างแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ที่ด้านหน้า และโครงสร้างของช่วงล่างแบบเซมิ-เทรลลิ่งอาร์ม (Semi-trailing Link) ที่ด้านหลัง รวมถึงคาลิเปอร์เบรก จะใช้อะลูมิเนียมทั้งหมด

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

ถัดมาเป็นเรื่องของความต้านทานอากาศจากการเคลื่อนที่ของรถ หรือ ‘แอโรไดนามิก’XL1 ใช้รูปทรงของโลมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ รูปทรงที่ได้จึงเข้าข่ายรถประหยัดพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ XL1 ไม่มีแม้แต่กระจกบังลมหลัง เพื่อให้การไล่ระดับความโค้งในส่วนท้ายรถทำได้อย่างไร้ข้อจำกัด ได้ค่า Cd. สมบูรณ์แบบสูงสุดที่ 0.189 เมื่อถึงเวลาผลิตจำหน่ายจริง XL1 จะเป็นเจ้าของสถิติรถที่ลู่ลมที่สุดในโลกได้อย่างไร้คู่แข่ง

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

สำหรับ XL Sport ระบบแอโรไดนามิกไม่ได้จัดเต็มเฉกเช่น XL1 ดีไซน์บนตัวถังถูกปรับเปลี่ยนให้ใกล้เคียงซูเปอร์คาร์ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีลุครถประหยัดพลังงานเหมือนเดิมอีกแล้ว ค่า Cd. ขยับมาอยู่ที่ 0.258 ซึ่งก็ยังจัดอยู่ในระดับต่ำอยู่ดี รูปทรงลิ่มของ XL Sport เน้นการสร้างความสมดุลระหว่าง ‘แรงยก’ และ ‘แรงกด’ ที่เกิดขึ้นบนตัวถังขณะรถเคลื่อนที่  โดยทั้ง 2 แรง จะมีผลต่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน แรงต้านอากาศจากตัวถังที่มาก จะส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้นในการขับเคลื่อน ขณะที่ตัวถังประเภทลู่ลมมากจนเกินไป ก็จะถูก ‘ลมยก’ จนหน้ายางไม่สามารถสัมผัสผิวถนนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้รถขาดเสถียรภาพการทรงตัวในที่สุด

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

XL1 ใช้ยางที่มีคุณสมบัติ Low Rolling Resistance หรือแรงต้านทานการกลิ้งต่ำ ขนาด 115/80R15 สำหรับล้อคู่หน้า และ 145/55R16 ในล้อคู่หลัง ขณะที่ XL Sport เน้นความสปอร์ตและประสิทธิภาพในการยึดเกาะ จึงมาพร้อมยางต่างขนาด 205/40R18 ที่ด้านหน้า และ 265/35R18 ที่ด้านหลัง ขณะที่เรื่องมิติ XL1 มาพร้อม ความกว้าง x ความยาว x ความสูง ที่ 1,664 x 3,888 x 1,153 มิลลิเมตร ส่วน XL Sport จะมาพร้อมสัดส่วน 1,847 x 4,291 x 1,152 มิลลิเมตร แม้รถต้นแบบทั้ง 2 รุ่น จะใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกัน แต่มีระยะฐานล้อที่แตกต่างกัน สำหรับ XL1 มีฐานล้อ 2,224 มิลลิเมตร ส่วน XL Sport จะขยับเพิ่มไปอีก 200 มิลลิเมตร

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

เครื่องยนต์ 2 สูบ จาก DUCATI 1199 Superleggera สับเปลี่ยนแทนที่ ลงกลางลำ XL Sport ได้แบบไม่ยากเย็น เพราะเกียร์ยังคงใช้ DSG 7 สปีด (คลัตช์คู่) ที่จะส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อคู่หลังไม่เปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์ 2 สูบ รูปตัว V วางทำมุม 90 องศา ปริมาตรกระบอกสูบ 1,199 ซี.ซี. เกิดจากความกว้างกระบอกสูบ (Bore)112 มิลลิเมตร และระยะชัก (Stroke) 60.8 มิลลิเมตร เป็นเครื่องยนต์ 4 วาล์ว/สูบ ฝาสูบใช้ชุดเพลาราวลิ้นแบบ DOHC เป็นเครื่องยนต์ที่เน้นความจัดจ้านในการเพิ่มรอบ ตัวเพลาข้อเหวี่ยงถูกออกแบบให้มีระยะชักสั้น ก้านสูบผลิตจากไทเทเนียม ที่ทั้งเบาหวิว และแข็งแรงสุดๆ โดยรอบเครื่องสวิงไปได้ถึง 11,000 รอบ/นาที (ใช้ซอฟต์แวร์จำกัดรอบเครื่องเอาไว้)

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

เสื้อสูบเป็นอะลูมินัมอัลลอย ขณะที่ฝาสูบและชุดฝาครอบอ่างน้ำมันเครื่องใช้แมกนีเซียมอัลลอยที่เบาขึ้นอีก เมื่อเน้นกันที่รอบเครื่อง จึงใช้หัวฉีด 2 หัว/สูบ เพื่อให้การป้อนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าทันความต้องการของเครื่องยนต์ในทุกรูปแบบการขับขี่ ผลลัพธ์คือ พละกำลังระดับ 200 PS (147 kW) พร้อมแรงบิดสูงสุด 134 Nm แรงที่สุดในสารบบเครื่องยนต์ 2 สูบ

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

แรงบิดระดับนี้สามารถส่งกำลังผ่านเกียร์ DSG 7 สปีด ได้อย่างลงตัว จากการทำงานของคลัตช์ทั้ง 2 ชุด จึงให้ได้ทั้งความนุ่มนวลและความฉับไวในการเปลี่ยนเกียร์ เพื่อเพิ่มความเร็วตามการพุ่งขึ้นอย่างฉับไวของรอบเครื่อง XL Sport ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.7 วินาที ท็อปสปีด 270 กม./ชม.

Die neue Volkswagen Studie XL Sport

ทว่า ความสนุกหลังพวงมาลัย XL Sport จะเกิดจากการเร่งแซงมากกว่า เพราะถ้าเป็น DUCATI 1199 Superleggera เครื่องยนต์ระดับ 200 PS บล็อกนี้ จะดึงจนล้อหน้าลอยพ้นจากพื้นถนน สำหรับ XL Sport การเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว หนีไม่พ้นแรง g กระชากแผ่นหลังให้จมลงไปในเบาะนั่ง ให้ฟีลลิ่งที่แรง รอบเครื่องมาเร็ว และมาอย่างต่อเนื่องสไตล์รถแข่ง XL Sport จึงสร้างความสนุกในการขับขี่ แบบที่จะสัมผัสไม่ได้ในรถสปอร์ตทั่วไป

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.