VW ทยอยปล่อยรถต้นแบบในตระกูล “Cross” ซึ่งเป็นรถเซ็กเมนต์ SUV Hybrid ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยืนยันว่า VW พร้อมแล้วสำหรับการผลิตรถ SUV Hybrid ทั้งรูปแบบ ดีเซล-ปลั๊กอิน-ไฮบริด และเบนซิน-ปลั๊กอิน-ไฮบริด ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนา Cross Coupé GTE  คันนี้ที่เน้นความสปอร์ตในสไตล์รถคูเป้ พร้อมพลังกำลังในการขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ V6 FSI เสริมแรงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัว เป็นที่มาของชื่อ “GTE” ซึ่ง “GT” มาจาก Grand Turismo สำหรับ “E” ก็คือ Electric นั่นเอง

 

Cross Coupé GTE เป็นความลงตัวของดีไซน์รถ SUV สไตล์อเมริกัน กับงานวิศวกรรมสุดเข้มข้นจากเยอรมนี

Cross Coupé GTE เป็นความลงตัวของดีไซน์รถ SUV สไตล์อเมริกัน กับงานวิศวกรรมสุดเข้มข้นจากเยอรมนี

ห้องโดยสารโอ่โถงตามแบบฉบับ SUV อเมริกันแท้ๆ ส่วนบนคอนโซลกลางติดตั้งจอขนาด 10.1 นิ้ว สำหรับระบบ Infotainment ทั้งหลาย ถัดลงมาเป็นแดชบอร์ดแสดงการทำงานของระบบปรับอากาศทั้ง 2 ส่วน สั่งการผ่าน Touch screen

ห้องโดยสารโอ่โถงตามแบบฉบับ SUV อเมริกันแท้ๆ ส่วนบนคอนโซลกลางติดตั้งจอขนาด 10.1 นิ้ว สำหรับระบบ Infotainment ทั้งหลาย ถัดลงมาเป็นแดชบอร์ดแสดงการทำงานของระบบปรับอากาศทั้ง 2 ส่วน สั่งการผ่าน Touch screen

มาตรวัดความเร็ว วัดรอบ แสดงการทำงานของระบบไฮบริด ฯลฯ แสดงผลในรูปแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ

มาตรวัดความเร็ว วัดรอบ แสดงการทำงานของระบบไฮบริด ฯลฯ แสดงผลในรูปแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ

คันเกียร์ Joystick พร้อมตำแหน่งเกียร์ R-N-D และ P ด้วยการกดปุ่ม

คันเกียร์ Joystick พร้อมตำแหน่งเกียร์ R-N-D และ P ด้วยการกดปุ่ม

Cross Coupé GTE เป็น Mid-size SUV ในอนาคต มาพร้อมคุณสมบัติเพื่อการประหยัดพลังงานและลดมลพิษในทุกองค์ประกอบ โดย Cross Coupé GTE  ใช้สถาปัตยกรรมไฮปริดรูปแบบเดียวกับ CrossBlue Coupe และ CrossBlue ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ เป็นแบบ “Engine + two E-motors + dual-clutch transmission + propshaft by wire” โดยในส่วนของเครื่องยนต์ CrossBlue Coupe จะใช้ขุมพลังเบนซิน-เทอร์โบ TSI ขณะที่ CrossBlue จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล-เทอร์โบ TDI  ส่วน Cross Coupé GTE  ใช้เครื่องยนต์ FSI  สำหรับ ‘propshaft by wire’ จะหมายถึงเพลากลางแบบไร้สายไฟ หรือการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังนั่นเอง

ใต้ฝากระโปรงหน้า Cross Coupé GTE เครื่องยนต์ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด

ใต้ฝากระโปรงหน้า Cross Coupé GTE เครื่องยนต์ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด

VW เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนี ที่สร้างนวัตกรรมกับยนตรกรรมประหยัดพลังงานมาแล้วมากมาย หลายรุ่น หนึ่งในนั้นเป็นรถ SUV ไฮบริดตัวต้นแบบ กับตัวถังขนาดกลางอย่าง Cross Coupé GTE เป็นรถลูกผสม-เสียบปลั๊ก ที่ใช้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อความง่ายในการจัดวางโครงสร้างและบริหารจัดการพลังงาน วิศวกรจึงออกแบบให้เครื่องยนต์ + มอเตอร์ตัวที่ 1 รับหน้าที่ขับเคลื่อนเฉพาะล้อหน้า ส่วนมอเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งแรงกว่า  รับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ถึงแม้ Cross Coupé GTE จะเป็นรถลูกผสม แต่ยังคงระบบขับเคลื่อน AWD ตามรูปแบบของรถ SUV ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

แผนผังแหล่งพลังงานและต้นกำลังทั้ง 3 ส่วนใน Cross Coupé GTE

แผนผังแหล่งพลังงานและต้นกำลังทั้ง 3 ส่วนใน Cross Coupé GTE

Cross Coupé GTE  ตัวต้นแบบ ให้ความสำคัญกับเรื่องสมรรถนะไปพร้อมๆ กับความประหยัด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาต่ำกว่า 6 วินาที ต้นกำลังหลักใช้เครื่องยนต์เบนซิน FSI  ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ NA (Naturally Aspirated) ปราศจากระบบอัดอากาศ บล็อก V6 สูบ ขนาดความจุ 3.6 ลิตร พร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง Direct Injection  เรียกแรงม้ามาใช้งานได้ 206 kW หรือ 280 PS แรงบิดสูงสุด 350 Nm

บล็อกเครื่องยนต์ V6 FSI และเกียร์คลัตช์คู่ (DSG 6 สปีด) ถูกจับวางในแนวขวาง ทั้ง 2 อุปกรณ์คั่นกลางไว้ด้วย E-motor หมายเลข 1 หรือ ‘มอเตอร์ตัวหน้า’ ขนาด 40 kW ให้แรงบิด 220 Nm โดยทั้งเครื่องยนต์ FSI และ E-motor หมายเลข 1 จะรับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า และผสานการทำงานกัน เช่นเดียวกับรถไฮบริดทั่วไป

เครื่องยนต์ FSI + E-motor ตัวที่ 1 + เกียร์ DSG 6 สปีด วางขวางทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า

เครื่องยนต์ FSI + E-motor ตัวที่ 1 + เกียร์ DSG 6 สปีด วางขวางทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า

สำหรับ E-motor หมายเลข 2 หรือ ‘มอเตอร์ตัวหลัง’ ทรงพลังกว่าที่ระดับ 85 kW ให้แรงบิดสูงสุด 270 Nm รับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หลังโดยเฉพาะ ในสภาพที่ต้นกำลังทั้งหมดทำงานร่วมกัน เช่น ในสถานการณ์การเร่งแซง Cross Coupé GTE จะมีแรงบิดทั้งระบบไม่น้อยกว่า 700 Nm ขณะที่แรงม้ารวมจะอยู่ที่ 265 kW หรือราว 360 PS ตัวเลขแรงม้าและแรงบิดอยู่ในระดับเดียวกับรถสมรรถนะสูง ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 204 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจากการทำงานของระบบไฮบริดปกติ ทำตัวเลขได้สวยหรูระดับ 29.76 กิโลเมตร/ลิตร

ประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เลย สำหรับ SUV ไฮบริดคันนี้ อยู่ที่ E-motor หมายเลข 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งมอเตอร์สตาร์ท และอัลเทอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) ตำแหน่งการวางต่อตรงอยู่กับล้อช่วยแรง เพื่อความรวดเร็วในการสตาร์ทเครื่องยนต์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จไฟป้อนกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ในจังหวะที่ถอนคันเร่ง ชะลอความเร็ว ไปจนถึงการเบรก

แบตเตอรี่วางตามแนวอุโมงค์เพลากลาง สำหรับ E-motor ตัวที่ 2 รับหน้าที่ขับเคลื่อนเฉพาะ

แบตเตอรี่วางตามแนวอุโมงค์เพลากลาง สำหรับ E-motor ตัวที่ 2 รับหน้าที่ขับเคลื่อนเฉพาะ

สำหรับแบตเตอรี่แพ็กวางตามยาวในตำแหน่งอุโมงค์เพลากลาง เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง เช่นเดียวกับรุ่นพี่ CrossBlue และ CrossBlue Coupe แต่มีความจุสูงกว่า เป็นแบตประเภทลิเทียม-อิออน ขนาด 14.1 kWh ที่น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่หนักที่สุดใน Cross Coupé GTE  จัดวางไว้ใต้พื้นห้องโดยสาร โดยไม่สร้างปัญหาเรื่องพื้นที่สำหรับการโดยสารและขนสัมภาระ ส่วนท้ายของแบตเตอรี่แพ็กจะถูกประกบด้วยถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดความจุ 80 ลิตร ที่แบ่งตัวถังออกเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ลงตัว

ในรูปแบบการขับเคลื่อนล้อหน้า จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ FSI + E-motor หมายเลข 1 ส่วนรูปแบบการขับเคลื่อนล้อหลัง จะเป็นการทำงานของ E-motor หมายเลข 2 เพียงอย่างเดียว ในสภาพการขับเคลื่อน AWD จะใช้การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ FSI + E-motor ทั้ง 2 ตัว

ล้อจัดเต็มที่ระดับ 22 นิ้ว พร้อมยาง 285/40

ล้อจัดเต็มที่ระดับ 22 นิ้ว พร้อมยาง 285/40

นอกจากนี้ Cross Coupé GTE มีโหมดการทำงาน 5 โหมด ที่สัมพันธ์กับรูปแบบการขับเคลื่อน ได้แก่ E-mode, Hybrid (ECO), GTE (Sport), Off-road และ Battery Charge / Battery Hold ซึ่งจะเน้นความประหยัดในการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้าป้อนคืนสู่แบตเตอรี่มากกว่าระดับปกติ เช่น ในสภาวะที่เครื่องยนต์ FSI + E-motor หมายเลข 1 ขับเคลื่อนรถ  E-motor หมายเลข 2 ก็จะเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นเจเนอเรเตอร์ (ไดชาร์จ) ผลิตไฟป้อนคืนแบตเตอรี่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน และใน E-mode หรือ  All Electric Mode กับสภาพแบตเตอรี่เต็ม รถจะรองรับการเดินทางแบบไร้มลพิษได้ถึง 32 กิโลเมตร เลยทีเดียว

 

เรื่อง        พิทักษ์ บุญท้วม
ติดตามข่าวสาร รถยนต์ รถใหม่ Test drive ทดสอบรถใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ที่ : www.grandprixmag-thailand.com
facebook : https://www.facebook.com/GrandPrixMagazine
Instagram : https://www.instagram.com/grandprixmag
Pinterest : https://www.pinterest.com/grandprixmag