the-king
HomeRoad ImpressionSubaru Forester 2.0 XT

Subaru Forester 2.0 XT

หล่อขึ้น ประหยัดขึ้น แต่ราคายังไม่โดน

การแลกเปลี่ยนทางความคิด การใช้ชิ้นส่วนร่วมกันระหว่างค่ายรถยนต์ด้วยกัน ไม่ว่าจะในฐานะของหุ้นส่วนหรือเกี่ยวดองในฐานะพันธมิตรที่แลกเปลี่ยนกันทางเทคโนโลยี เป็นเรื่องธรรมดาของทุกวงการในยุคปัจจุบัน  ซูบารุเองก็มีการข้ามสายพันธุ์กับค่ายโตโยต้าในฐานะหุ้นส่วน ดังนั้น เราก็จะเห็นรถบางรุ่นบางยี่ห้อมีลักษณะที่เหมือนกัน อย่างเช่น Subaru BRZ จะเหมือนกับ Toyota GT 86 หรือ Toyota 86 รวมทั้ง SCION FR-S  ที่พัฒนามาด้วยกันตามโครงการรถต้นแบบของโตโยต้า โดยรถรุ่นนี้หันมาใช้เครื่องสูบนอนของซูบารุเป็นฐานกำลัง เช่นเดียวกับสมัยที่ซูบารุหุ้นกับ GM ก็มีปรากฏการณ์ของรถ CHEVROLET Forester ที่เอาซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ทั้งคันไปสวมชื่อใช้เพื่อจำหน่าย

subaru Forester XT 04 by gigi_resize

รูปลักษณ์กับสิ่งอำนวยความสะดวก

สำหรับซูบารุ  ฟอเรสเตอร์ โฉมปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ทางบริษัท T.C MOTOR นำเข้ามาจำหน่าย 2 รุ่น คือ 2.0 i-L และ 2.0 XT ซึ่งมีรูปร่างภายนอกที่ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย แค่จุดแตกต่าง 2 จุดที่ง่ายต่อการสังเกต นั่นคือ ในรุ่น XT เทอร์โบ จะมีกันชนหน้าที่หล่อเหลากว่า มีสันเหลี่ยม-ช่องลมเหนือไฟตัดหมอก และลายล้อแม็ก 5 ก้าน ที่ก้านล้อออกแบบคล้ายตัว Y สีเงินสลับดำ ซึ่งสะดุดตากว่าล้อแม็กในรุ่น 2.0 i-L และรุ่น XL ขนาดกระทะล้อ 18 นิ้ว มาพร้อมกับยางขนาด 225/55R18 ต่างกับรุ่น 2.0 i-L ที่ใช้ขนาดกระทะล้อ 17 นิ้ว ที่ใช้ยางขนาด 225/60R17 คือความแตกต่างที่เห็นเด่นชัดสุดของรถ Forester ทั้ง 2 รุ่น โดยรถรุ่นนี้มีขนาดความยาวของรถ 4,595 มม. ความกว้าง 1,795 ซม. และความสูง 1,735 มม. ฐานล้อขนาด 2,640 มม. แต่น้ำหนักรถต่างกัน 140 กก. โดยรุ่น XT หนัก 1,635 กก. รุ่น 2.0 i-L หนัก 1,495 กก.

ขนาดของรถโดยรวมเมื่อเทียบกับน้องเล็กในตระกูลซูบารุอย่างรุ่น XV ขนาดของ Forester จะใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง Forester จะไปเข้ากลุ่มคู่แข่งในตลาดรถ SUV บ้านเราที่จำหน่ายอยู่ เช่น BMW X3, MAZDA CX-5, HONDA CR-V, CHEVROLET CAPTIVA และ NISSAN X-TRAIL เป็นต้น และเมื่อเทียบรูปลักษณ์ของรถ บอกได้เลยว่าตั้งแต่รุ่นแรกมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน แนวทางการออกแบบก็ยังคงเอกลักษณ์แบบฉบับของตัวเอง ที่ไม่เคยเน้นเรื่องดีไซน์ รูปทรงจึงไม่สวยโดดเด่นเหมือนรุ่น XV หน้าตาของ Forester จึงดูเรียบๆ กล่องเหลี่ยม แต่ไปเน้นเรื่องการใช้งานแทน การเข้าและออกจากรถค่อนข้างสะดวก เพราะประตูหน้าและหลังบานใหญ่ เปิดได้กว้าง เบาะนั่งหนังสีดำก็มีแนวดีไซน์เรียบๆ แต่นั่งสบาย เพราะขนาดค่อนข้างพอเหมาะกับคนทุกไซส์ เบาะนั่งคู่หน้าปรับเลื่อนไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารก็กว้างแถมสูงโปร่ง บวกกับมีหลังคาซันรูฟ จึงทำให้ทัศนวิสัยโล่งมากๆ  เบาะนั่งแถวหลัง พนักพิงหลังสามารถปรับเอนได้ในองศาพอเหมาะ ทำให้การนั่งโดยสารนานๆ สบายขึ้น

ในส่วนของประตูท้าย รถรุ่นนี้ใช้ระบบเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติและยังสามารถปรับระดับความสูงของบานประตูท้ายได้ตามต้องการ เพื่อป้องกันการกระแทกกับสิ่งกีดขวางด้านบนได้อีกด้วย มีม่านปิดบริเวณเก็บของสัมภาระด้านหลัง

สำหรับแผงหน้าปัดทั้งชุดไม่ได้แปลกแตกต่างไปจากซูบารุรุ่นอื่นๆ เพราะทุกอย่างยังคงการออกแบบไว้เหมือนกับที่ใช้อยู่ในรุ่น XV ในแบบยกมาทั้งชุด เล่นโทนสีดำ และเพื่อให้เด่นสะดุดตา ทางซูบารุจึงใช้โทนสีเงินโครเมียมแซมตามส่วนต่างๆ ให้ดูซอฟต์ขึ้น พวงมาลัย 3 ก้าน ทรงสปอร์ต หุ้มหนังสีดำเสริมสีเงินบริเวณก้านพวงมาลัย ซึ่งก้านพวงมาลัยในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา จะเป็นที่ติดตั้งสวิตช์ โดยก้านขวามือเป็นชุดควบคุม Cruise Control  สำหรับคุมความเร็วคงที่ ส่วนก้านทางซ้ายมือจะเป็นชุดควบคุมระบบความบันเทิงของเครื่องเสียง Harman Kardon ที่ให้เสียงนุ่มลึกผ่านลำโพง 8 ตัว หลังพวงมาลัยมีแป้น Paddle Shift สำหรับเปลี่ยนเกียร์ในแบบแมนวล มาตรวัดออกแบบง่ายๆ เป็นรูปทรงกลม 2 อัน เพื่อบอกรอบเครื่องยนต์และบอกความเร็วรถ โดยมีจอขนาดเล็กแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างมาตรวัดทั้ง 2 เพื่อแจ้งระยะทางรวมที่ใช้ไปและบันทึกระยะทางในการใช้แต่ละครั้ง และบอกตำแหน่งเกียร์ นอกจากนี้ยังมีจอมอนิเตอร์กลางแผงหน้าปัดอยู่เหนือสุดของคอนโซลกลางที่เป็นส่วนของการติดตั้งไล่ลงมาคือ จอมอนิเตอร์ รายงานอัตราความสิ้นเปลืองแบบเฉลี่ยและความสิ้นเปลืองขณะใช้งานหลากหลายรูปแบบ แจ้งอุณหภูมิของระบบปรับอากาศ ทิศทางลม คำนวณระยะทางการใช้เชื้อเพลิงและข้อมูลเกี่ยวกับรถ เป็นต้น ลงมาเป็นช่องลม ตามมาด้วยระบบเครื่องเสียง สวิตช์ปรับอากาศ ช่องวางของและถึงคันโยกเกียร์ ต่อด้วยที่วางแก้วน้ำและที่เท้าแขนกลาง พร้อมที่เก็บของ

อย่างที่กล่าวไว้แต่แรกว่า ซูบารุมีการข้ามสายพันธุ์ ซึ่งในรถรุ่นนี้ที่เห็นชัดคือ ตัวกุญแจ และเสียงเตือนเวลากุญแจอยู่ห่างจากรถเป็นชุดเดียวกันกับที่ใช้อยู่ในรถโตโยต้า เป็นการใช้ชิ้นส่วนร่วมเพื่อลดต้นทุน

subaru Forester XT 01 by gigi_resize

ขุมพลังและประสิทธิภาพ

เครื่องยนต์ที่ใช้อยู่  Forester 2 รุ่นนี้มีความแตกต่าง แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบสูบนอน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ที่เหมือนกัน โดยรุ่น 2.0 i-L จะใช้เครื่องยนต์รหัส FB20 ซึ่งมีปริมาตรความจุ 1,995 ซี.ซี. 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที และมีแรงบิด 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที ในขณะที่ Forester รุ่น 2.0 XT จะใช้เครื่องยนต์รหัส FA20 มีปริมาตรความจุ 1,998 ซี.ซี. ติดตั้งเทอร์โบชาร์จพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงถึง 240 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดถึง 350 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 2,400-3,600 รอบ/นาที ซึ่งตัวเลขกำลังที่ต่างกันถึง 90 แรงม้า ย่อมให้การตอบสนองที่ดีกว่าอย่างแน่นอน

ในส่วนของระบบส่งกำลัง รถโฉมใหม่อย่างซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ก็หันมาใช้เกียร์แบบ CVT ที่มีชื่อเรียกว่า Lineartronic CVT ที่ทำงานร่วมกับของชุดบังคับขับเคลื่อน 4 ล้อ Active Torque Split  AWD เข้าคู่กันเป็นอย่างดี ในการกระจายแรงบิดสู่ล้อทั้งสี่ การควบคุมความสมดุลในการทรงตัว เป็นต้น และสายพานที่ใช้เป็นโลหะ มีความทนทานสูง ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเสริมให้รถคันนี้ขับสนุกในทุกสภาพถนนด้วย X-Mode เพียงกดปุ่ม ทุกอย่างจะทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบทั้งเครื่องยนต์  ชุดเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเบรก จะประสานกันในการควบคุมการทรงตัวของรถให้มีความเสถียร มีความสมดุล ไม่ว่าสภาพถนนจะเลวร้าย จะลื่นไถล หรือขณะกำลังลงเขาทางลาดชัน Hill Descent จะช่วยควบคุมความเร็วของรถในขณะลงเขาด้วยความเร็วที่คงที่ รักษาความสมดุลของรถให้ปลอดภัย

จากการทดลองขับ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0 XT เมื่อเทียบกับรุ่น 2.0 i-L ปรากฏว่าอัตราเร่งดีกว่าทั้งต้นและปลาย แต่ก็ไม่ได้จัดจ้านชนิดปรู๊ดปร๊าดหลังติดเบาะอย่างแนวรถสปอร์ตทั่วๆ ไป จุดที่ช่วยให้การขับขี่สนุกและคล่องตัวขึ้น เมื่อใช้ระบบ SI-DRIVE หรือ Subaru Intelligent Drive ซึ่งจะมีปุ่มควบคุมติดตั้งอยู่บนก้านพวงมาลัยด้านขวา เป็นระบบที่ช่วยให้คุณสามารถปรับการตอบสนองของชุดส่งกำลังให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ หรือสภาวะการขับขี่ได้อย่างทันทีทันใด ระบบนี้ปรับลิ้นเร่งและการทำงานของเกียร์อัตโนมัติให้ฉับไวขึ้น ซึ่งจะมี 3 โหมดให้เลือก เริ่มด้วยโหมด I (Intelligent Mode) น่าจะเป็นโหมดปกติของรถรุ่นนี้ที่เน้นเรื่องสภาพแวดล้อม ความประหยัด ซึ่งก็จะคล้ายกับรถยี่ห้ออื่นที่เป็น Econ Mode การออกตัวที่นุ่มนวล และถ้าต้องการความกระฉับกระเฉ่ง อัตราเร่งที่ไหลลื่น การปรับเปลี่ยนเกียร์ที่ต่อเนื่อง ได้แรงบิดที่ตอบสนองดีขึ้น ก็เข้าสู่โหมด S (Sport Mode) ซึ่งทั้ง 2 โหมดนี้ระบบเกียร์จะมีแค่ 6 สปีด ถ้าใช้โหมด S# (Sport Sharp Mode) ในโหมดนี้เครื่องยนต์จะตอบสนองต่อการเหยียบคันเร่งทันที กำลังที่ส่งออกมาจึงมีมากขึ้น จะได้สมรรถนะสูงสุด และถ้าใช้แพดเดิ้ลชิฟต์ในโหมดนี้ คุณจะได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้น ด้วยการควบคุมกำลังเครื่องยนต์ผ่านอัตราทดเกียร์ที่มีทั้งหมดถึง 8 สปีดด้วยกัน เรียกได้ว่า ถ้าเข้าโหมดนี้ก็ขับอย่างสนุกได้ตามอารมณ์

subaru Forester XT 20 by gigi_resize

subaru Forester XT 18 by gigi_resize

subaru Forester XT 21 by gigi_resize

subaru Forester XT 25 by gigi_resize

subaru Forester XT 29 by gigi_resize

พวงมาลัยของรถรุ่นนี้เป็นแบบไฟฟ้า ให้น้ำหนักที่เหมาะมือ ไม่เบาหวิว ควบคุมได้แม่นยำทีเดียว ในระดับความเร็วทั่วๆ ไป ถ้าความเร็วสูงมากๆ อาการลอยๆ ก็พอมี ขึ้นอยู่กับกระแสลม

ระบบกันสะเทือนแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท และปีกนกคู่ที่ล้อคู่หลัง หนึบแน่น มั่นใจ ดูดซับแรงสะเทือนได้ดีพอควร แต่ก็มีความกระด้างอยู่บ้าง การทรงตัวมั่นคง วางใจได้ ดิสก์เบรก 4 ล้อที่มีทุกระบบของเบรกทั้ง ABS, EBD, BA และระบบควบคุมความเสถียรของรถทำให้การบังคับควบคุมในการหยุดรถทำงานได้ดี

อัตราความสิ้นเปลืองเป็นสิ่งที่คนใช้รถซูบารุ รู้ซึ้งดีว่าไม่ประหยัด แต่มาในระยะหลัง รุ่นปัจจุบัน พบว่าเป็นจุดที่ซูบารุพัฒนามาได้ดีขึ้นมาก หลังจากได้ลองซูบารุรุ่น XV และรุ่นฟอเรสเตอร์ 2.0 i-L มาแล้ว ปรากฏว่า อัตราความสิ้นเปลืองประหยัดขึ้นมาก เมื่อมาลองรุ่น 2.0 XT อีกรุ่น อัตราความสิ้นเปลืองก็ชัดเจนว่าประหยัดขึ้น ในเมือง ในทุกสภาพการจราจรชนิดติดหนักจนถึงติดไม่หนักประมาณ 7.4-10.0 กม./ลิตร และสำหรับการเดินทางไกล ขึ้นอยู่กับการใช้ระดับความเร็วและสภาพการจราจร โดยประมาณอยู่ที่ 10.5-12.3 กม./ลิตร

สรุปภาพรวมของ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 XT เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนเจเนอเรชั่นที่ 3 ดีกว่าในทุกด้าน ลำดับแรก เรื่องของรูปลักษณ์ แม้ว่าจะมีหน้าตาที่หล่อกว่า สวยกว่า แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของรถที่ไม่เน้นทรวดทรงองค์เอง แต่เน้นการใช้งานเป็นหลัก ถัดมาเป็นเรื่องของประสิทธิภาพของรถ ก็ชัดเจนขึ้น การควบคุม การทรงตัวที่ดีกว่าโฉมเดิมเช่นกัน กำลังอัตราเร่งถึงจะไม่จัดจ้านแต่ก็เร้าใจขึ้น ขับสนุกขึ้น เมื่อรวมทุกฟังก์ชันการใช้งาน เป็นอันว่าเหมาะใช้งานทุกรูปแบบ ในขณะที่ได้ความประหยัดเป็นของแถมมาให้แบบคาดไม่ถึง แต่ก็เสียเปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งในเรื่องของราคาค่าตัวที่โดดไปถึง 2,420,000 บาท เพราะภาษีนำเข้ามาจากญี่ปุ่น แต่ถ้ารักชอบยี่ห้อนี้ก็พิจารณาได้ง่ายขึ้น

subaru Forester XT 47 by gigi_resize

SPECIFICATION

SUBARU FORESTER 2.0 XT

แบบเครื่องยนต์                                       4 สูบนอนยัน, บ็อกเซอร์ ทวินแคม 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบ
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)    84.0 x 86.0
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.)                        1,998
อัตราส่วนกำลังอัด                                  10.6 : 1
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)                 240/5,600
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)               35.7/2,400-3,600
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)                            60
ระบบส่งกำลัง                                        เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Lineartronic (CVT)
ระบบขับเคลื่อน                                      ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
ระบบกันสะเทือนหน้า                              แม็คเฟอร์สัน สตรัท
ระบบกันสะเทือนหลัง                              ดับเบิ้ลวิชโบน (ปีกนก 2 ชั้น)
ระบบเบรก หน้า/หลัง                               ดิสก์เบรก 4 ล้อ
ความยาวของรถ (มม.)                            4,595
ความกว้างของรถ (มม.)                           1,795
ความสูงของรถ (มม.)                              1,735
ฐานล้อยาว (มม.)                                   2,640
น้ำหนักรถ (กก.)                                      1,635
ขนาดยาง                                              225/55R18

ราคาจำหน่าย (บาท)                               2,420,000
รอบเครื่องยนต์เกียร์สูงสุด
ความเร็ว 100 กม./ชม.                            1,800 รอบ/นาที
ความเร็ว 120 กม./ชม.                            2,200 รอบ/นาที
ความเร็ว 140 กม./ชม.                            2,600 รอบ/นาที
ความเร็ว 160 กม./ชม.                            3,000 รอบ/นาที

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.