the-king
HomeRoad ImpressionSSANGYONG STAVIC

SSANGYONG STAVIC

รูปลักษณ์สู่ความเป็นสากลมากขึ้น

ซันยอง เป็นผู้ผลิตรถรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเกาหลีใต้  บริษัท ซันยอง มอเตอร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดยการเข้าไปซื้อกิจการของ Dong-A Motor ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตรถบรรทุก รถโดยสาร และรถอเนกประสงค์ มาก่อน แล้วทำการผลิตรถในนามของ ซันยอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถแนวอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในปี 1991 ซันยองทำข้อต่อลงกับค่ายเดมเลอร์ เบนซ์ เพื่อพัฒนารถ SUV โดยใช้เทคโนโลยีของเบนซ์ เช่น เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง รวมทั้งการออกแบบ ในส่วนของรถยนต์แนวรถแวน รถตู้เอ็มพีวี ก็มีรุ่น  Istana ที่ผลิตออกมาในปี 1995-2003 รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีของ Mercedes-Benz MB100 มาเป็นฐานในการผลิต SSANGYONG STAVIC หรือ Rodius  รุ่นแรกหรือเจเนอเรชั่นแรก ออกจำหน่ายในปี 2004 เพื่อแทนรุ่น Istana และเมื่อปี 2011 บริษัท Mahindra& Mahindra ของอินเดีย เข้ามาซื้อกิจการซันยอง ด้วยการถือหุ้นใหญ่ 70%  SSANGYONG STAVIC เจเนอเรชั่นที่ 2 ออกจำหน่ายในปี 2013 การที่ค่ายรถเกาหลีแห่งนี้ใช้เทคโนโลยี Mercedes-Benz  ช่วยให้การพัฒนาชื่อเสียง เป็นแบรนด์ ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ในเรื่องรูปลักษณ์ของรถซันยอง โดยเฉพาะรุ่น STAVIC ที่ออกแบบโดย Ken Greenley อดีตหัวหน้าหลักสูตรการออกแบบรถยนต์ของ Royal College of Art  ในกรุงลอนดอน ที่นำจินตนาการของเรือยอชต์หรูมาเป็นแนวคิดในการออกแบบ จึงมีรูปทรงที่แปลกตา แต่ก็ถูกประชดประชันซะเสียหายว่า ugliest car ever made

SSANGYONG STAVIC 39_resize

SSANGYONG STAVIC 48_resize

SSANGYONG STAVIC ใหม่ รุ่นที่ 2 ของปี 2014  มีแนวทางการออกแบบที่ทันสมัยขึ้น โดดเด่นเข้าเทรนด์ยุคใหม่ สู่ความเป็นสากลด้วยการผสมผสานของรถ SUV และ  MPV ขนาด 11 ที่นั่ง ที่ให้ความคุ้มค่า ในการใช้งาน  รูปร่างภายนอกทั้งคันดูมีสัดส่วนที่สมบรูณ์กว่าเดิมอย่างมากมาย กระจังหน้าและทรงไฟหน้าออกแบบใหม่หมด แนวด้านข้างก็ชัดเจนขึ้น ในการออกแบบช่องกระจกจากหน้าถึงท้ายรถที่ผิดแผกจากเดิม ไฟท้ายและกันชนท้ายใหม่ ทำให้มุมมองทั้งด้านหน้าและด้านท้ายเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน

ขนาดของรถคันนี้เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งในตลาดรถ MPV ทั่วไป จัดว่ามีพื้นที่ใช้สอยที่มากมาย ด้วยขนาดของรถที่ยาวถึง 5,130 มม. ความกว้าง 1,915 มม. และความสูง 1,815 มม. จัดที่นั่งแบบเต็มที่ 4 แถว รวมแถวหน้า สามแถวหลัง ในส่วนของที่นั่งตรงกลางสามารถพับเก็บได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเข้าไปด้านใน และที่นั่งแถวหลังก็สามารถเลื่อนไปพับเก็บ เพื่อปรับเปลี่ยนที่นั่งตามจำนวนที่ต้องการ ซึ่งถ้าจะนั่งกันครบ 11 ที่นั่ง ดูจะแน่นเกินไป และวัสดุที่ใช้ปูพื้นแบบลามิเนตค่อนข้างจะลื่น คนใส่ส้นสูงจะลื่น เดินไม่สะดวก เบาะนั่งชิดกับประตูมากไป การเลือกใช้วัสดุภายในก็จัดอยู่ในโทนที่เรียบหรู สีโทนครีมอ่อนๆ อาจจะสกปรกง่าย ถ้าขาดการบำรุงรักษา สำหรับแผงหน้าปัด ต้องบอกว่า ออปชั่นให้มาเต็มที่ในการใช้งาน มีทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่ หรือ  Cruise Control ระบบควบคุมการปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกหน้า-หลัง ต่างหาก โดยมีช่องลมครบทั้ง 4 แถว ในเรื่องของความบันเทิง ทางซันยองก็จัดมาให้ในแบบครบชุด มีทั้งจอ DVD บนเพดานที่จะให้ความเพลิดเพลินกับผู้เดินทางได้ตลอดเวลา  นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth ที่ใช้งานง่ายและสะดวก อุปกรณ์จัดวางอย่างเป็นระบบลงตัว  การเข้า-ออกแม้ว่าจะสะดวก แต่ความสูงของรถก็ไม่สะดวกสำหรับคนสูงวัยที่ขึ้น-ลงดูจะลำบากสักหน่อย

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของรถทดสอบคันนี้ เป็นเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ แถวเรียง 4 สูบ DOHC ที่มีความจุ 1,988 ซี.ซี. ให้ประสิทธิภาพของกำลัง 155 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงถึง 36.7 กก.-ม. ที่รอบเครื่องตั้งแต่ 1,500-2,800 รอบ/นาที เครื่องยนต์ชุดนี้เป็นเทคโนโลยีของเบนซ์ ซึ่งในรถรุ่นนี้จะมีให้เลือก 3 แบบ กล่าวคือ เครื่องดีเซล 2.0 ลิตร จะมีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนอีกรุ่นจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3,199 ซี.ซี. 220 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อ

SSANGYONG STAVIC 64_resize

STAVIC รุ่นนี้ขับเคลื่อนล้อหลัง เสียงเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างจะดังตามเอกลักษณ์ของเครื่องดีเซล แต่ภายในห้องโดยสารกลับเงียบ เพราะการบุฉนวนกันเสียงที่ดีพอควร สำหรับรอบเครื่องยนต์ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,800 รอบ/นาที และขยับขึ้นไปที่ความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ขยับสูงขึ้นเป็น 2,600 รอบ/นาที คันเร่งเบาแต่อัตราเร่งอยู่ในเกณฑ์พอประมาณ เมื่อต้องลากตัวรถทั้งคันที่หนักถึงสองตัน (2,050 กก.) ในส่วนของชุดส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด T-Tronic เป็นชุดเกียร์ที่ทางเบนซ์มอบมาให้พร้อมกับเครื่องยนต์ พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนทั้งชุด ที่ล้อคู่หน้าเป็นแบบอิสระ ปีกนกสองชั้น ในขณะที่ล้อคู่หลังใช้ระบบมัลติลิงค์ 10 จุด ซึ่งให้การทรงตัวที่นิ่มนวลพอสมควร ในขณะที่การทรงตัวของรถก็จัดอยู่ในขั้นดี การโดยสารบางคนอาจจะไม่ชอบ เพราะเบาะนั่งค่อนข้างจะต่ำ ถ้านั่งนานๆ จะเมื่อยขา ในเรื่องของอัตราความสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์พอเหมาะ ในเมืองภาวะการจราจรที่ติดขัด เฉลี่ยประมาณ 7.5-7.9 กม./ลิตร และค่าเฉลี่ยในการเดินทางไกลประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ซึ่งนับว่าประหยัดอยู่ในเกณฑ์ดี

ในเรื่องของการควบคุม ทั้งพวงมาลัยที่ให้การตอบสนองได้ดีพอควร น้ำหนักอาจจะเบาไปหน่อย แต่ควบคุมได้แม่นยำ ระบบเบรกมีทั้ง ABS และ EBD ห้ามล้อได้ระยะที่พอใจแต่ต้องเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น  โดยเฉพาะเวลาที่มีผู้โดยสารเต็มคันรถ เพราะน้ำหนักรถบวกผู้โดยสารก็น่าจะเกือบ 3 ตัน การเบรกจึงต้องเผื่อสักหน่อย ในส่วนของความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์อย่างถุงลมนั้น ในรุ่นนี้มีให้เพียง 2 ลูก

SSANGYONG STAVIC 77_resize

SSANGYONG STAVIC 29_resize

SSANGYONG STAVIC 76_resize

SSANGYONG STAVIC 22_resize

ข้อมูลทางเทคนิคของ SSANGYONG STAVIC

เครื่องยนต์                                 DOHC แถวเรียง 4 สูบ แบบดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ
ความกว้างของกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)           86.2 x 85.6
อัตราส่วนกำลังอัด                                              16.5 : 1
กำลังสูงสุด                                                        155/4,000
แรงบิดสูงสุด กก.-ม./รอบ/นาที                             36.7/1,500-2,800
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)                                        80
ระบบส่งกำลัง                                                    เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ T-Tronic
ระบบขับเคลื่อน                                                  ขับเคลื่อนล้อหลัง
ระบบกันสะเทือนหน้า                                          ปีกนกสองชั้น
ระบบกันสะเทือนหลัง                                          มัลติลิงค์ 10 จุด
ระบบเบรก หน้า/หลัง                                           ดิสก์เบรก 4 ล้อ
ความยาวของรถ (มม.)                                        5,130
ความกว้างของรถ                                                1,915
ความสูงของรถ                                                   1,815
ฐานล้อยาว                                                        3,000
น้ำหนักรถ (กก.)                                                  2,050
รัศมีวงเลี้ยว (ม.)                                                 5.8
ขนาดยาง                                                          235/60 R17
ราคาจำหน่าย                                                     1,780,000 บาท

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.