the-king
HomeTest DriveSPECIAL GROUP TEST สมรภูมิปิกอัพขับเคลื่อนสองล้อยกสูง
testgroup_cover1

SPECIAL GROUP TEST สมรภูมิปิกอัพขับเคลื่อนสองล้อยกสูง

ตลาดรถกระบะในบ้านเรานับเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่มีความคึกคักและการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง  โดยเฉพาะในยามที่คนเมืองนั้นเลือกรถที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์มากขึ้น แบบทูอินวัน ทรีอินวัน  อะไรประมาณนั้น เพื่อให้ใช้งานได้ทั้งการเดินทางไปทำงาน การพักผ่อนในวันหยุด ไปจนถึงการขนของ ขนจักรยาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ทำให้รถกระบะในแบบสี่ประตู หรือชื่อเรียกอย่างทางการว่าดับเบิ้ลแค็บ เริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกที่มากขึ้น อย่างที่เห็นได้ชัดจากการเปิดตัวของบรรดาผู้ผลิตที่ทุกค่ายต่างพาเหรดนำรถกระบะในรูปแบบสี่ประตูออกมาจำหน่าย
โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อยกสูง ที่มีความโดดเด่น สวยงามตามสไตล์รถขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และประหยัดในเรื่องการดูแลรักษามากกว่า จากการลดชุดขับเคลื่อนสี่ล้อออกไป และด้วยความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของรถในเซ็กเมนต์นี้กับการแข่งขันที่ทวีความร้อนแรงขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคอลัมน์นี้ ที่จะพาคุณผู้อ่านมาสัมผัสกับความแตกต่างของรถกระบะแบบดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อนสองล้อยกสูง ในเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,500 ซี.ซี. เกียร์ธรรมดา จาก 5 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำ อันได้แก่ NISSAN, TOYOTA, FORD, CHEVROLET และ MITSUBISHI

test

 

EXTERIOR DESIGN

TOYOTA HILUX REVO

เจเนอเรชั่นล่าสุดของตระกูล HILUX ที่มาพร้อมหน้าตาที่ดูออกไปทางรถยนต์นั่งมากขึ้น ตัวรถมีการเน้นเส้นสายที่มากขึ้น พร้อมกับการดึงแนวแก้มข้างตัวรถให้มีมิติแทนการใช้ชุดโป่งเสริมในแบบเดิมของรุ่นขับเคลื่อนสองล้อยกสูงและรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ กระจังหน้าที่ยื่นออกมาเพิ่มมากขึ้น สร้างความแปลกตาทางด้านหน้าค่อนข้างมาก ชุดไฟหน้าใหม่มาพร้อมไฟเดย์ไลต์แบบหลอดธรรมดาในรุ่น 2.4G กับโคมไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ทำงานร่วมกับหลอดฮาโลเจนปกติ แต่ถ้าอยากได้ไฟหน้าชุดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดแบบ LED ที่มาพร้อมกับเดย์ไลต์ LED วางนอนยาวที่ด้านบนโคมไฟหน้านั้น เห็นทีจะต้องขยับไปสู่รุ่น 2.8G เกียร์อัตโนมัติ ไฟท้ายชุดใหม่ของ REVO หากดูทางด้านหลังอาจจะยังมีกลิ่นอายของตัวเดิมอยู่ แต่มีการปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น อีกทั้งรูปทรงทางด้านข้างที่ออกไปแบบมาในทรงสามเหลี่ยม สามารถเพิ่มความลงตัวให้เหมาะกับมิติตัวรถที่อวบอิ่มมากขึ้น ส่วนล้อและยางที่ถูกนำมาประจำการนั้น ในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนสองล้อยกสูงทั้งหมด จะมาพร้อมล้อแม็กขอบ 17 ควบคู่กับยางไซส์ใหญ่สุดในตลาด 265/65R17 แบบ All Terrain ที่รองรับการใช้งานได้สมบุกสมบันขึ้น แตกต่างกับอีก 4 คันที่เหลือ ที่ใช้ยางแบบ H/T เน้นภารกิจบนถนนที่มากกว่า

TOYOTA HILUX REVO 01 TOYOTA HILUX REVO 03

CHEVROLET COLORADO

กระบะพันธุ์แกร่งจากค่ายอเมริกัน เชฟโรเลต โคโลราโด มาพร้อมบุคลิกเฉพาะตัวด้วยดีไซน์ที่เน้นเส้นสายความเหลี่ยมคมของตัวรถ โดยเฉพาะมุมมองด้านหน้าที่เป็นเอกลักษณ์จากการออกแบบกระจังหน้าแบบสองชั้นที่คาดเส้นกลางสีเดียวกับตัวรถ พร้อมโลโกโบไทที่บริเวณกึ่งกลาง ไฟหน้าแบบโคมโปรเจ็กเตอร์ทำงานควบคู่กับชุดหลอดไฟแบบฮาโลเจนเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตัวมา ไฟท้ายที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ด้วยการหันมาใช้ชุดไฟท้ายแบบ LED ที่ตัวไฟหรี่จะติดขึ้นเป็นรูปตัว C ในยามที่ใช้งาน ให้มุมมองที่โดดเด่นสะดุดตา และความสว่าง ความปลอดภัยในยามค่ำคืนได้อย่างลงตัว ล้อแม็กที่ได้ถูกนำมาใช้งานยังคงเป็นหน้าที่ของชุดล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว โอบรัดด้วยชุดยางไซส์ 255/65 R17 ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันบนถนนทั่วๆ ไป จนถึงภารกิจลุยแบบเบาๆ

ในด้านบนหลังคา โคโลราโดได้รับการติดตั้งชุดรูฟแร็คหลังคามาให้พร้อม ตอบรับกับการใช้งานที่อเนกประสงค์ยิ่งขึ้น สามารถนำไปติดตั้งชุดกล่องเก็บของไปจนถึงการยึดติดจักรยาน กิจกรรมในวันพักผ่อนของคนยุคนี้ได้อย่างลงตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้น

CHEVROLET COLORADO 01 CHEVROLET COLORADO 02

MITSUBISHI ALL NEW TRITON

ผู้มากับนิยาม “เปลี่ยน…ทุกความเชื่อ” มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวสะดุดตาของรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์ดีไซน์ที่โค้งมนเหมือนเช่นในรุ่นที่แล้ว มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไฟหน้าหันมาใช้โคมแบบโปรเจ็กเตอร์ทำงานร่วมกับชุดหลอด HID หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อซีนอน มาพร้อมชุดไฟเดย์ไลต์แบบ LED ให้ความสะดุดตาได้เป็นอย่างดีในการขับขี่เดินทาง กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่ เน้นเส้นสายโครเมียมที่มากขึ้น จนบางทีอาจจะดูมากไปสักนิด ไฟท้ายดีไซน์เก๋ ฉีกแนวการดีไซน์แบบเดิมๆ อีกครั้ง หลังจากที่ค่ายมาสด้าเคยดีไซน์ชุดไฟท้ายให้มีส่วนต่อไปในแนวของฝากระบะท้าย  มาครั้งนี้มิตซูบิชิ ไทรทัน สามารถสร้างความโดดเด่นได้อีกครั้ง กับไฟท้ายที่ถูกออกแบบให้แนวเส้นของไฟด้านบนที่ยาวลึกเข้ามาในแนวทางด้านข้างมากขึ้น พร้อมใช้โทนสีแบบทูโทนขาวแดงสไตล์สปอร์ต ชุดล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/65R17 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่ดูแล้วไซส์ยางที่ให้ออกจะดูหน้ายางเล็กไปหน่อย แต่ก็มีข้อดีในเรื่องของการให้ความประหยัดในการขับขี่ยามใช้งาน

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยชุดกุญแจ KOS-  Keyless Operation System ที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถปล็ดล็อกและล็อกรถได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส เพียงแค่พกตัวกุญแจไว้ที่ตัวเท่านั้น มาพร้อมฟังก์ชันเสริมในการพับกระจกมองข้างให้โดยอัตโนมัติในทันทีที่ล็อกล้อ อีกทั้งยังสามารถควบคุมการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ง่ายเพียงแค่กดปุ่ม แต่มีข้อแม้ที่ว่า จะต้องเหยียบคลัตช์ในทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท ระบบถึงจะทำการสตาร์ทให้เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

MITSUBISHI TRITON 01 MITSUBISHI TRITON 02

NISSAN NP300 NAVARA

กระบะสไตล์สปอร์ตน่าจะเป็นนิยามที่เหมาะกับบุคลิกของ นาวารา ใหม่ ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ดูแบนกว้าง และมีความสูงของตัวรถที่น้อยที่สุดในกลุ่มของรถขับเคลื่อนสองล้อยกสูงที่นำมาทดสอบกันในครั้งนี้ อีกทั้งดีไซน์ที่โดดเด่นของกระบะท้ายที่มีชุดสปอยเลอร์หลังแบบตูดเป็ด (ducktail) ติดตั้งมาให้พร้อมจากโรงงาน พร้อมกล้องมองหลังติดตั้งซ่อนเอาไว้ทางด้านล่างบริเวณมือเปิดฝาท้าย ชุดไฟหน้าทันสมัยสุดกับเทคโนโลยีหลอดไฟหน้าแบบ LED ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังโคมไฟแบบโปรเจ็กเตอร์ พร้อมชุดไฟเดย์ไลต์แบบ LED ที่ให้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัย กระจังหน้าขนาดใหญ่มาพร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จากรุ่นที่แล้ว

นาวารา ใหม่ ยังเพิ่มชุดรูฟแร็คมาให้พร้อมจากโรงงาน เพื่อประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานที่อเนกประสงค์ยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเรื่องของความสวยงาม อีกทั้ง นาวารา ใหม่ ยังให้ชุดล้อแม็กไซส์ใหญ่สุด ด้วยชุดล้อขอบ 18 นิ้ว พร้อมยางไซส์ 255/60R18 ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น

NISSAN NAVARA 01 NISSAN NAVARA 02

FORD RANGER

สดๆ ร้อนๆ จากงานเปิดตัวที่ส่งตรงมาให้ทีมทดสอบของเราได้นำมาร่วมทริปในครั้งนี้ กับการไมเนอร์เชนจ์ใหม่สุดของกลุ่มรถกระบะทั้ง 5 คัน มาพร้อมหน้าตาที่บึกบึนในแบบฉบับอเมริกันสไตล์ ด้านหน้าตั้งแต่เสา A พิลลาร์ ได้รับการเปลี่ยนใหม่หมด ด้วยชุดแก้มหน้าซ้าย-ขวา ฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า กระจังหน้า และไฟหน้าชุดใหม่ เพื่อตอกย้ำดีไซน์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นพี่อย่าง F-series ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดอเมริกา ไฟหน้าชุดใหม่หันมาใช้โคมไฟแบบโปรเจ็กเตอร์ ทำงานควบคู่กับหลอดไฟแบบฮาโลเจน ซึ่งถ้าได้หลอดไฟหน้าแบบซีนอนหรือ LED มาด้วย ก็น่าจะลงตัวยิ่งขึ้น อีกทั้งไฟหน้าชุดนี้ยังไม่มีชุดเดย์ไลต์ตามสมัยนิยมมาให้ เลยอาจจะดูขาดไปอีกนิดกับความหล่อทางด้านหน้าที่ได้รับการเพิ่มเติมมา ทางด้านข้างได้มีการปรับเปลี่ยนชุดบันไดข้างใหม่ จากแบบสกีของเดิม หันมาใช้ชุดบันไดแบบแผ่นราบที่ให้ความสะดวกในการเหยียบใช้งานที่มากขึ้น มาพร้อมชุดล้อแม็กลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมชุดยางไซส์โต 265/65R17 หน้ากว้างสุด ที่ให้มากับรถโรงงานในขณะนี้

FORD RANGER 01 FORD RANGER 04

 

INTERIOR DESIGN

TOYOTA HILUX REVO

คงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันว่า ปัจจุบันรถกระบะนั้นไม่ใช่เพียงแค่ตอบสนองต่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์เท่านั้น เพราะจากความนิยมใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะแบบสี่ประตู ทำให้ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของดีไซน์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเสมือนหนึ่งรถยนต์นั่งระดับหรูเริ่มเข้ามาแทนที่ รีโว่ เอง สามารถทำคะแนนในเรื่องของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวของภายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี ทั้งในดีไซน์โดยรวม ไปจนถึงการจัดแสงของภายในในยามค่ำคืนที่ดูแพรวพราว โฉบเฉี่ยว สะดุดตา มาตรวัดพร้อมจอแสดงผลที่บริเวณกึ่งกลางสามารถแสดงสถานการณ์การทำงานได้หลากหลาย  ตั้งแต่ ข้อมูลของเครื่องยนต์ ระบบความบันเทิง ไปจนถึงระบบเข็มทิศนำทาง ที่ทำงานผสานกับชุดจอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สามารถแสดงแผนที่พร้อมระบบเครื่องเสียงได้พร้อมๆ กัน ถึงแม้ตัวจอจะมีขนาดใหญ่และมีดีไซน์คล้ายๆ นำมาแปะเอาไว้ แต่ก็ให้ความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยสไตล์สปอร์ต พร้อมชุดควบคุมมัลติฟังก์ชันที่สามารถควบคุมชุดเครื่องเสียง และชุดหน้าจอแสดงผลได้ ระบบแอร์ออโต้ที่ให้ความสะดวกในการใช้งาน มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยชุดส่งลมเย็นสู่ห้องโดยสารตอนหลังที่บริเวณปลายคอนโซลกลาง นับได้ว่าโดดเด่นสุด จากการที่มีเพียงแค่ 2 คันเท่านั้น ในกลุ่มรถกระบะแบบสี่ประตูที่มีออปชั่นนี้มาให้

TOYOTA HILUX REVO in 04TOYOTA HILUX REVO in 03TOYOTA HILUX REVO in 05 TOYOTA HILUX REVO in 02    TOYOTA HILUX REVO in 01

CHEVROLET COLORADO

มาตรวัดที่ได้รับดีไซน์ในการออกแบบมาจากรถสปอร์ตประจำค่ายอย่าง เชฟโรเลต คามาโร ช่วยเติมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว และความชัดเจนในการใช้งานได้ตลอดการเดินทาง อีกทั้งจอแสดงผลกลางระหว่างมาตรวัดทั้งสองยังสามารถบอกสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ ปริมาณน้ำมันคงเหลือ อัตราสิ้นเปลือง  ข้อมูลของตัวรถ ไปจนถึงความประหยัดในโหมด ECO ที่สามารถบอกสไตล์การขับของผู้ขับได้ด้วยว่า มีการขับที่ช่วยเพิ่มความประหยัดมากน้อยเพียงใด ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา พวงมาลัยแบบสามก้าน มาพร้อมปุ่มควบคุมชุดเครื่องเสียง ที่นอกจากจะควบคุมที่จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วแล้วยังสามารถควบคุมได้ที่ตัวก้านของพวงมาลัย เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่ไปในตัว

ทางด้านข้างขวาของชุดคอนโซลหน้า เชฟโรเลต โคโลราโด ได้ติดตั้งชุดปรับระดับองศาไฟหน้ามาให้เป็นอีกหนึ่งออปชั่นที่ช่วยเติมความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะในยามที่ต้องบรรทุกสัมภาระ หมดปัญหาไฟหน้าสูงแยงตารถที่สวนทางมา

ภายในห้องโดยสารเล่นโทนสีแบบทูโทน ด้วยสีดำสลับครีม ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งใช้วัสดุแบบผ้า ให้ความสบายได้มากในยามที่ต้องจอดตากแดด ด้วยคุณสมบัติที่ดีในการระบายความร้อนของผ้าที่มีมากกว่าหนัง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการดูแลรักษาที่ยากขึ้นอีกนิด

CHEVROLET COLORADO in04CHEVROLET COLORADO in03CHEVROLET COLORADO in05 CHEVROLET COLORADO in02   CHEVROLET COLORADO in01

MITSUBISHI ALL NEW TRITON

ห้องโดยสารยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นที่แล้ว ด้วยดีไซน์ที่ให้อรรถรสเสมือนหนึ่งรถยนต์นั่งยังคงได้รับการถ่ายทอดลงมาสู่ ไทรทัน ใหม่ ชุดแผงคอนโซลหน้าได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีความหรูหราโดยแอบแฝงอารมรณ์สปอร์ตเอาไว้ ด้วยการเสริมทริปสีเงินตัดในแนวเส้นของช่องแอร์ ระบบปรับอากาศแบบออโต้ ใช้งานง่าย อยู่ในตำแหน่งที่สามารถควบคุมได้สะดวกในยามที่ขับขี่ มาตรวัดเน้นดูง่าย ใช้งานสะดวก พร้อมจอแสดงผลบริเวณกึ่งกลางทำหน้าที่บอกปริมาณน้ำมันและความร้อนของเครื่องยนต์ในแบบดิจิตอล พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ที่ดูไปแล้วคล้ายๆ กับน้องร่วมค่ายอยู่เหมือนกัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ที่มีลูกเล่นในการเชื่อมต่อ USB และไอโฟนได้ เบาะนั่งแม้จะยังคงใช้การปรับแบบแมนวล แต่ในเรื่องของความสบายในการใช้งาน ยังคงให้ความสบายรับกับสรีระได้อย่างลงตัว

MITSUBISHI TRITON in04MITSUBISHI TRITON in03MITSUBISHI TRITON in05MITSUBISHI TRITON in02   MITSUBISHI TRITON in01

NISSAN NP300 NAVARA

ดีไซน์ภายในที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรถยนต์นั่ง สามารถให้ความหรูหราและความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ชุดพวงมาลัยแบบสามก้านสไตล์สปอร์ต มาพร้อมปุ่มควบคุมระบบมัลติฟังก์ชันที่สามารถควบคุมชุดเครื่องเสียง ชุดจอแสดงผลที่มาตรวัด อีกทั้ง นาวารา ใหม่ ยังติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครุยส์คอนโทรลมาให้จากโรงงาน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในยามเดินทางไกลได้ดียิ่งขึ้น ระบบปรับอากาศเติมความพิเศษด้วยฟังก์ชันแยกปรับอุณหภูมิแบบ 2 โซน แยกระดับความเย็นได้อิสระซ้ายและขวา พร้อมช่องส่งลมเย็นสู่ห้องโดยสารตอนหลัง เติมความสบายในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ออปชั่นพิเศษเพิ่มความสบายที่มีเพียงแค่สองคันเท่านั้นในเซ็กเมนต์นี้

นาวารา ใหม่ ยังให้ความสบายยิ่งขึ้น ด้วยชุดเบาะนั่งฝั่งคนขับที่ควบคุมการปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ใช้งานง่ายและสบายยิ่งขึ้น

NISSAN NAVARA in04NISSAN NAVARA in03 NISSAN NAVARA in05NISSAN NAVARA in02   NISSAN NAVARA in01

FORD RANGER

ภายในห้องโดยสารเป็นส่วนหนึ่งของการไมเนอร์เชนจ์ในครั้งนี้ ด้วยชุดคอนโซลหน้าชุดใหม่ที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ดูแข็งแกร่งผสมผสานความหรูหราในสไตล์ F-Series ด้วยการใช้โทนสีดำสลับกับการตัดด้วยสีเงินของกรอบช่องแอร์ พวงมาลัยแบบสี่ก้าน แต่ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเสมือนสามก้าน หุ้มด้วยหนัง พร้อมดีไซน์การเดินด้ายเย็บขอบ มาพร้อมปุ่มควบคุมระบบมัลติฟังก์ชันและจอแสดงผล ไปจนถึงระบบครุยส์คอนโทรล ทีเรียกได้ว่ามาเต็มจนเกือบกดกันไม่ถูก อีกทั้งระบบเครื่องเสียงชุดนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ ให้ผู้ใช้สามารถสั่งการได้ด้วยฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง ที่สามารถโทรออก เปลี่ยนคลื่นวิทยุ เลือกเพลงจาก USB สามารถทำงานได้ด้วยการใช้เสียงสั่งงาน ตัวมาตรวัดดีไซน์สวย ดูง่าย พร้อมจอแสดงผลที่บริเวณกึ่งกลางสีฟ้า บอกค่าต่างๆ เท่าที่จำเป็น แต่ถ้าชอบความล้ำสมัย แนะนำว่าให้ลองขยับไปดูในรุ่นพิเศษ Wildtrak ที่จะได้ชุดจอมาตรวัดแบบพิเศษที่เป็นชุดวัดความเร็วอยู่บริเวณกึ่งกลางขนาบข้างด้วยจอ LCD ซ้ายขวา ที่สามารถเปลี่ยนการแสดงค่าได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมจอเครื่องเสียงตรงกลางที่อัพเกรดขึ้นเป็นจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ แตกต่างกับรุ่น XLT คันนี้อย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ชุดจอจะไม่ล้ำเท่ารุ่นพิเศษ XLT คันนี้ก็ยังให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ครบถ้วน ตอบสนองการใช้งานได้ดี

FORD RANGER in04FORD RANGER in03FORD RANGER in02FORD RANGER in01

 

MITSUBISHI

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      MITSUBISHI ALL NEW TRITON Double Cab

4×2 GLS MT

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศไทย รุ่นปี 2015

รหัสเครื่องยนต์                                     4N15

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว MIVEC VG Turbo Intercooler

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,442

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                86.0 x 105.1

ระบบเชื้อเพลิง                                      คอมมอนเรล (Common Rail)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              181/3,500

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           43.83/2,500

อัตราส่วนกำลังอัด                                15.5 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              75

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเกียร์    1                                 4.280 : 1

  • 298 : 1
  • 437 : 1
  • 000 : 1
  • 776 : 1
  • 651 : 1

เกียร์ถอยหลัง                                       3.959 : 1

อัตราทดเฟืองท้าย(หน้า / หลัง)             3.692 : 1

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร)                         5.9

ระบบกันสะเทือนหน้า                           อิสระ แบบดับเบิ้ลวิชโบน คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                           แบบแหนบแผ่นซ้อน พร้อมโช้คอัพไขว้

ระบบเบรก หน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก / ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,815 x 5,280 x 1,780

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,000

ความกว้างล้อหน้า (มม.)                      1,520

ความกว้างล้อหลัง (มม.)                       1,515

น้ำหนักรถ (กก.)                                   1,760

ล้อ                                                        อัลลอย ขนาด 17” x 7.5J

ยาง                                                      245/65R17

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 12.92

นอกเมือง                              14.41

ราคาจำหน่าย                                      838,000 บาท

MITSUBISHI TRITON eg

TOYOTA

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      TOYOTA HILUX REVO DOUBLE CAB 2.4G 4×2 MT

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศ ไทย รุ่นปี 2015

รหัสเครื่องยนต์                                     2GD-FTV

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,393

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                92.0 x 90.0

ระบบเชื้อเพลิง                                      คอมมอนเรล (Common Rail)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              150/3,400

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           40.77/1,600-2,000

อัตราส่วนกำลังอัด                                15.6 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              80

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเกียร์    1                                 4.784 : 1

  • 423 : 1
  • 443 : 1
  • 000 : 1
  • 777 : 1
  • 643 : 1

เกียร์ถอยหลัง                                       4.066 : 1

อัตราทดเฟืองท้าย(หน้า / หลัง)             3.583 : 1

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร)                         6.4

ระบบกันสะเทือนหน้า                           อิสระ แบบปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                           แบบแหนบแผ่นซ้อน

ระบบเบรก หน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก / ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,855 x 5,330 x 1,815

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,085

ความกว้างล้อหน้า (มม.)                      1,540

ความกว้างล้อหลัง (มม.)                       1,550

น้ำหนักรถ (กก.)                                   1,925

ล้อ                                                        อัลลอย ขนาด 17”

ยาง                                                      265/65R17 All Terrain

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 13.15

นอกเมือง                              16.00

ราคาจำหน่าย                                      925,000 บาท

TOYOTA HILUX REVO eg

CHEVROLET

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      CHEVROLET COLORADO LTZ Z71

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศ ไทย รุ่นปี 2015

รหัสเครื่องยนต์                                     Duramax XLDE 25

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,499

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                92.0 x 94.0

ระบบเชื้อเพลิง                                      คอมมอนเรล (Common Rail)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              163/3,600

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           38.8/2,000

อัตราส่วนกำลังอัด                                16.5 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              76

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเกียร์    1                                 4.02 : 1

  • 21 : 1
  • 46 : 1
  • 00 : 1
  • 76 : 1
  • 59 : 1

เกียร์ถอยหลัง                                       3.63 : 1

อัตราทดเฟืองท้าย(หน้า / หลัง)             4.10 : 1

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร)                         6.15

ระบบกันสะเทือนหน้า                           อิสระ แบบดับเบิ้ลวิชโบน และช็อคอัพแก๊ส

ระบบกันสะเทือนหลัง                           แบบแหนบแผ่นซ้อน

ระบบเบรก หน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก / ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,810 x 5,250 x 1,706

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,096

ความกว้างล้อหน้า (มม.)                      1,510

ความกว้างล้อหลัง (มม.)                       1,510

น้ำหนักรถ (กก.)                                   –

ล้อ                                                        อัลลอย ขนาด 17”

ยาง                                                      255/65R17

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 11.24

นอกเมือง                              13.20

ราคาจำหน่าย                                      772,000 บาท

CHEVROLET COLORADO

FORD

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      FORD RANGER 2.2 XLT MT

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศ ไทย รุ่นปี 2015

รหัสเครื่องยนต์                                     –

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VG Turbo Intercooler

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,198

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                86.0 x 94.6

ระบบเชื้อเพลิง                                      คอมมอนเรล (Common Rail)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              160/3,200

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           39.25/1,600-2,600

อัตราส่วนกำลังอัด                                15.6 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              80

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเฟืองท้าย (หน้า/หลัง)              3.15 : 1

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร)                         5.9

ระบบกันสะเทือนหน้า                           อิสระ แบบปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                           แบบแหนบแผ่นซ้อน

ระบบเบรก หน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก / ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,860 x 5,362 x 1,815

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,220

ความกว้างล้อหน้า (มม.)                      1,590

ความกว้างล้อหลัง (มม.)                       1,590

น้ำหนักรถ (กก.)                                   –

ล้อ                                                        อัลลอย ขนาด 17”

ยาง                                                      265/65R17

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 13.8

นอกเมือง                              15.76

ราคาจำหน่าย                                      829,000 บาท

FORD RANGER eg

NISSAN

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      NISSAN NAVARA DOUBLE CAB CALIBRE VL 6MT

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศไทย รุ่นปี 2015

รหัสเครื่องยนต์                                     YD25DDTi

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Turbo (VGS) Intercooler

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,488

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                89.0 x 100.0

ระบบเชื้อเพลิง                                      คอมมอนเรล (Common Rail)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              190/3,600

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           45.9/2,000

อัตราส่วนกำลังอัด                                15.0 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              80

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเกียร์     1                                4.685 : 1

  • 479 : 1
  • 624 : 1
  • 208 : 1
  • 000 : 1
  • 809 : 1

เกียร์ถอยหลัง                                       4.709 : 1

อัตราทดเฟืองท้าย(หน้า / หลัง)             3.692 : 1

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร)                         6.2

ระบบกันสะเทือนหน้า                           อิสระ แบบปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                           แบบแหนบแผ่นซ้อนพร้อมช็อคอัพ

ระบบเบรก หน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก/ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,850 x 5,255 x 1,850

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,150

ความกว้างล้อหน้า (มม.)                      1,570

ความกว้างล้อหลัง (มม.)                       1,570

น้ำหนักรถ (กก.)                                   1,875

ล้อ                                                        อัลลอย ขนาด 18”

ยาง                                                      255/60R18

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 12.58

นอกเมือง                              12.16

ราคาจำหน่าย                                      926,000 บาท

NISSAN NAVARA eg

 

COMMENT

MITSUBISHI ALL NEW TRITON

มิตซูบิชิ ไทรทัน เรื่องดีไซน์นั้นยังคงได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นที่แล้ว แต่มีการปรับให้ลงตัว และโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น แต่กระจังหน้าดูจะมีส่วนที่เป็นโครเมียมเยอะเกินไปนิด แต่ไฟท้ายได้รูปทรงที่สะดุดตาถ้าเติมไฟท้ายแบบ LED เข้าไปด้วย ก็น่าจะล้ำนำเทรนด์ ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใกล้เคียงรถเก๋งมากยิ่งขึ้น แต่อุปกรณ์บางอย่างยังคงดูเหมือนว่าจะหยิบยืมมาจากญาติร่วมสายเลือดอยู่หลายชิ้น เบาะนั่งสบาย โอบกระชับลำตัวได้ดีตลอดการเดินทาง เครื่องยนต์บล็อกใหม่ 181 แรงม้า ผสมผสานทั้งสมรรถนะ ความแรง อัตราเร่งที่ดี ในระดับทันอกทันใจ ไม่ต้องมาคอยเชนจ์เกียร์บ่อยครั้งในยามเดินทาง ขับสนุก และสบายไปพร้อมๆ กัน ระบบเบรกแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม ให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี ควบคุมง่าย ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกันเยอะ ช่วงล่างเซตอัพใหม่ ให้บุคลิกที่แตกต่างจากรุ่นที่แล้วอยู่พอตัว ให้ความนิ่มนวลขึ้นมากในด้านหลังเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับสมาชิกร่วมเทสต์อีก 4 คัน มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ยังให้ความประหยัดในระดับ 14.41 กม./ลิตร กับการเดินทางนอกเมืองที่ได้มาจากการทำงานของรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ อย่างในช่วงความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ที่เกียร์ 6 จะต่ำเพียงแค่ 2,000 รอบ/นาที เท่านั้น นับได้ว่าใช้รอบเดินทางที่ต่ำมากเป็นอันดับสอง รองมาจากรีโว่เลยทีเดียว

 

NISSAN NP300 NAVARA

นิสสัน นาวารา เรื่องดีไซน์ภายนอก ดูบึกบึนสวยงามลงตัวดี ออปชั่นที่ให้มาเรียกได้ว่าครบครันอาจจะเหนือกว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่นำมาทดสอบ เพราะมีทั้งครูสคอนโทรล กล้องมองหลัง แร็คหลังคา ทั้งที่ออกวางจำหน่ายก่อนอยู่พักใหญ่ เครื่องยนต์ 2,500 ซี.ซี.  ถือว่าขับสนุกเลยทีเดียวครับ กำลังเหลือเฟือ เร่งแซงได้อย่างรวดเร็วทันใจ ยิ่งวิ่งระยะทางไกลๆ ขับได้แบบสบายๆ แต่ที่กินน้ำมันกว่ายี่ห้ออื่น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอัตราทดเกียร์ของนิสสันคันนี้ ที่ทดเกียร์มาจัดที่เดียว เผื่อเวลามีของบรรทุกจะได้ไม่อืด แต่เราทดสอบแบบวิ่งตัวเบาไม่ได้บรรทุก อัตราการกินน้ำมันเลยแพ้คันอื่นๆ แต่นิดเดียวนะครับ หลัก10บาท ช่วงล่างนุ่ม หนึบ แน่น เข้าโค้งด้วยความเร็วทำได้แบบสบายๆ น้ำหนักพวงมาลัยถือว่าดีครับ ไม่หนักเกินไปและไม่เบาไป ส่วนการขับขี่ในเมือง คลัตช์อาจจะหนักไปสำหรับขับขี่ในเมือง ขับเมื่อยหน่อย ขับสบายสู้ยี่ห้ออื่นๆ ไม่ได้ ภายในนั่งสบาย เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า กระจกมองหลังตัดแสง โอ้โห! เรื่องออปชั่นที่ให้มา นิสสัน นาวารา กินขาดครับ

Car Group 01

CHEVROLET COLORADO

รูปโฉมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่อาจจะน้อยไปสำหรับความแปลกใหม่ ในความเป็นรูปแบบดั้งเดิม ทำให้ดูมีความมั่นคงทางด้านตัวรถในภาพลักษณ์ของการดีไซน์ โดยรวมยังถือว่าร่วมสมัยสำหรับรูปโฉมภายนอก

ภายใน จะยังคงเน้นไปที่ประโยชน์สำหรับการรองรับการใช้งานที่สมบุกสมบันเสียมากกว่า ด้วยวัสดุต่างๆ ที่ติดตั้งตกแต่งมาให้ สัมผัสพวงมาลัยกระชับน้ำหนัก พวงมาลัยหนึบแน่น ทัศนวิสัยโล่งชัดเจน และพื้นที่นั่งสำหรับผู้ขับขี่ออกแบบได้เหมาะสม ขยับขาด้านข้างได้ และมีการวางตำแหน่งขาคันเร่ง เบรก คลัตช์ค่อนข้างเหมาะสม

เครื่องยนต์มีเอกลักษณ์ของการทำงานที่ให้การตอบสนองอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์แรงบิดที่ต่อเนื่อง ทำให้การขับขี่มีการควบคุมได้เหมาะสมกับอัตราทดเกียร์ ในจังหวะของการเปลี่ยนเกียร์อาจจะต้องใช้ความเคยชินสักหน่อย จากระยะและจังหวะการเปลี่ยนตำแหน่งที่เป็นการบังคับควบคุมพวงมาลัย อาจจะคมน้อยกว่ารุ่นอื่นอยู่บ้าง

ช่วงล่างถือเป็นสิ่งที่ช่วยดึงให้รุ่นนี้มีหน้าตาทัดเทียมรุ่นอื่นได้ เพราะมีการเซตมาให้ตอบสนองได้อย่างแตกต่าง สำหรับรถปิกอัพที่สามารถนำมาใช้งานส่วนบุคคลแบบรถอเนกประสงค์ มีความหนึบในการยึดเกาะที่ผสมกับความสมดุลในการคืนตัวของรถ

Car Group 02

TOYOTA HILUX REVO

รูปโฉมภายนอกจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่อาจจะโดนใจแบบเบาๆ ผิดกับภายในที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด วัสดุตกแต่งและการให้อุปกรณ์ใช้งานอย่างทันสมัย ลักษณะของท่านั่งกับเบาะนั่งและพวงมาลัยที่พัฒนาให้เปลี่ยนแปลง มีระยะการวางสรีระแบบรถอเนกประสงค์มากขึ้น การขับขี่ควบคุมพวงมาลัยที่ปรับน้ำหนักตามความเหมาะสม ที่ภาพรวมเป็นรถที่ขับขี่แล้วเหนื่อยน้อยจากการออกแบบ

เครื่องยนต์มีเสียงที่เงียบขึ้น และอุณหภูมิในการทำงานที่เหมาะสม ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ ขับขี่ง่าย ควบคุมคันเร่ง เบรก คลัตช์ง่าย ด้วยแรงบิดที่สูงของเครื่องยนต์ น้ำหนักคลัตช์กำลังเหมาะ เป็นรถเกียร์ธรรมดาที่ออกแบบการควบคุมได้โดดเด่น

ช่วงล่างตอบสนองได้เหมาะสม การยึดเกาะถนนเปลี่ยนแปลงเหมาะสมขึ้น รู้สึกถึงน้ำหนักที่มากของชิ้นส่วนล่าง ทำให้ตัวรถดูมีความแข็งแกร่ง ขับขี่มั่นใจ

 

 

 

Car Group 03

FORD RANGER

ไมเนอร์เชนจ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรูปลักษณ์ทางด้านหน้า ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจนได้รับกลิ่นอายแบบอเมริกันสไตล์ แต่ก็ยังขาดออปชั่นไปนิด อย่างไฟหน้าซีนอนหรือ LED ไปจนถึงไฟเดย์ไลต์ตามเทรนด์นิยมยุคนี้

ภายในห้องโดยสารดูบึกบึนแต่แฝงไว้ด้วยลูกเล่นที่ไม่เป็นสองรองใคร พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และฟังก์ชันครุยส์คอนโทรลมาช่วยเติมความสบายในการเดินทาง ในราคาค่าตัวที่ย่อมเยา

เครื่องยนต์เดิม 2.2 ลิตร อัพเกรดมาใหม่ มีม้าเพิ่มขึ้นอีก 10 ตัว เป็น 160 แรงม้า ให้อัตราเร่งทีดีขึ้นกว่าในรุ่นที่แล้ว ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ที่ดูเหมือนจะใช้งานง่ายสุดในการเข้าเกียร์ถอยหลัง จากทั้งหมด 5 คัน ด้วยวิธีการเข้าเกียร์ที่มีห่วงอยู่ทางด้านล่างของหัวเกียร์ เพียงใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเกี่ยวขึ้นมา ก่อนโยกคันเกียร์เข้าสู่ตำแหน่งถอยหลัง หมดห่วงเรื่องหลงเข้าเกียร์ผิด และในการไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้ ทางฟอร์ดยังมีการปรับการตอบสนองของพวงมาลัยใหม่ จากการหันมาใช้พวงมาลัยแบบไฟฟ้าที่ให้ความเบาสบายในการหมุนขณะจอดอย่างมาก น่าจะถูกใจคุณสุภาพสตรีที่ใช้งานเป็นอย่างมาก แต่จากความเบาที่เพิ่มมากขึ้นนี่เอง ที่จะต้องเพิ่มความคุ้นเคยในการใช้งานยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานกระบะทั่วๆ ไป ที่อาจเกิดอาการหลงทิศในการหมุนพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น จากความเบาสบายที่เพิ่มมา ช่วงล่างเซตออกมาเหมือนเดิม เน้นความนุ่มหนึบตามสไตล์ฟอร์ดเอาไว้

test

ผู้เขียน     กองบรรณาธิการ

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.