the-king
HomeNew ComerMINI Clubman  

MINI Clubman  

เรื่อง P. Phongphat

Mini-Clubman_201601

MINI เผยโฉมเจเนอเรชั่นล่าสุดของโมเดล Clubman ซึ่งครั้งนี้ถูกปรับให้ยกระดับขึ้นเป็นรถ Premium Compact มากขึ้น ด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ติดตั้งมาให้เป็นครั้งแรก เช่น ระบบช่วยจอด Electric Parking Brake, เบาะนั่งปรับไฟฟ้า Electrical Seat Adjustment Function รวมถึงสิ่งพิเศษที่เป็นออปชั่นอย่าง MINI Yours Interior Styles ตลอดจนการอัพเกรดภายในให้รู้สึกน่าตื่นเต้นขึ้นด้วยชุด MINI Excitement Package ซึ่งประกอบด้วย การติดตั้งชุดไฟในห้องโดยสารแบบ LED, แสงไฟจากกระจกมองข้างฝั่งคนขับที่จะส่องสว่างบนพื้นเป็นโลโก MINI  ในขณะเปิดและปิดประตู ส่วนออปชั่นอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามานั้น จะเป็นชุดไฟหน้าแบบ LED, ฟังก์ชัน MINI Driving Modes สำหรับเลือกโหมดการขับขี่ ซึ่งมีโหมด SPORT และ GREEN ตามด้วยระบบ Dynamic Damper Control สำหรับปรับเซตช่วงล่าง

Mini-Clubman_201602

อีกทั้งยังเพิ่มตัวช่วยสำหรับผู้ขับขี่ด้วยโปรแกรม Driver Assistance Systems สำหรับอำนวยความสะดวกในการขับขี่ เช่น ระบบ Head-Up Display, ระบบ Camera-Based Active Cruise Control, ระบบ Collision and Pedestrian Warning with Initial Brake Function, ฟังก์ชัน High Beam Assistant, ระบบ Road Sign Detection, ระบบ Parking Assistant และกล้องมองหลัง Rear View Camera ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกได้ถูกติดตั้งมาให้อย่างครบครัน เช่น ระบบ MINI Connected ที่สามารถเชื่อมต่อโลกภายนอกได้โดยผ่าน Smartphone Apps ซึ่งมีระบบ MINI TeleServices ที่สามารถใส่ SIM Card และสามารถโทร.ออกไปยังเบอร์ฉุกเฉิน และแสดงตำแหน่งของรถได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

สำหรับในส่วนของรูปลักษณ์นั้น จะเห็นได้ว่ามีการปรับแต่งใหม่ พร้อมกับเพิ่มความเป็นสปอร์ตเข้าไปอีกระดับ ผสมผสานกับความโดดเด่น และการเข้าถึงการใช้งาน โดยยังคงความคลาสสิกในดีไซน์ของแบรนด์ MINI ที่มีเอกลักษณ์ เช่น ชุดไฟหน้าแบบทรงกลมแต่งขอบด้วยโครเมียม กระจังทรง 6 เหลี่ยม ที่รับกับฝากระโปรงหน้าที่ออกบบสไตล์ Power Dome ที่สื่อถึงพละกำลังที่ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องเครื่อง ตามด้วยการขยายช่องดักอากาศในชุดกันชนหน้าให้กว้างขึ้น และขยับตำแหน่งลงต่ำ ตลอดจนแนวเส้นหลังคาที่ทอดยาว และมุมมองด้านหลังที่ออกแบบให้มีการเล่นระดับ บนพื้นฐานของมิติตัวถังที่มีความยาว 4,253 มม. ความกว้าง 1,800 มม. และความสูง 1,441 มม. โดยกำหนดความยาวฐานล้อเอาไว้ที่ 2,670 มม. ความกว้างฐานล้อหน้า 1,564 มม. ล้อหลัง 1,565 มม.

Mini-Clubman_201603

ทั้งยังแบ่งความต่างระหว่างรุ่นเอาไว้ในงานดีไซน์ โดยในรุ่น MINI Cooper Clubman และ MINI Cooper D Clubman จะใช้กระจังหน้า 3 แถบแนวนอนสีดำ ส่วนในรุ่น MINI Cooper S Clubman มากับการตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม และความโดดเด่นด้วยโลโก “S” สีแดงขอบโครเมียม

ด้านภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของแผงประตูและคอนโซลหน้า เพื่อให้รับกับความกว้างของภายในที่มีมากขึ้น อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลตัวรถขนาด 2.7 นิ้ว และหน้าจอบนคอนโซลหน้าซึ่งมีขนาด 6.5 และ 8.8 นิ้ว ต่างกันไปในแต่ละรุ่น พร้อมด้วยช่องเชื่อมต่อ USB, AUX-IN

สมรรถนะของ MINI Clubman นั้น ถูกเสริมเขี้ยวเล็บด้วยการใช้เครื่องยนต์เจเนอเรชั่นล่าสุด MINI TwinPower Turbo Technology ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 บล็อก เริ่มจากรุ่น MINI Cooper D Clubman กับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พิกัด 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศแบบแปรผันที่ติดตั้งมาเป็นครั้งแรกนี้ จะมีกำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 330 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,750 รอบต่อนาที  โดยประสิทธิภาพของ Cooper D นั้น การันตีด้วยตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 8.6 วินาที จากรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 8.5 วินาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ทั้งยังทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 212 กม./ชม.

ในรุ่น MINI Cooper Clubman เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ พิกัด 1.5 ลิตร จะมากับเรี่ยวแรง 136 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,250 รอบต่อนาที แต่สามารถทำได้ถึง 230 นิวตันเมตร จากฟังก์ชัน Overboost  และทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 9.1 วินาที ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

Mini-Clubman_201604

ส่วนรุ่นท็อปสุดกับตัวแรง MINI Cooper S Clubman มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พิกัด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโ,ยีสำคัญ ทั้งระบบอากาศ Turbocharging รวมถึงระบบ VALVETRONIC และ double VANOS ซึ่งรีดกำลังสูงสุดออกมาได้ที่ 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึง 280 นิวตันเมตร ที่ 1,250 รอบต่อนาที ส่วนฟังก์ชัน Overboost นั้น สามารถทำแรงบิดได้เพิ่มขึ้นถึงราว 300 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.2 วินาที จากเกียร์ธรรมดา และ 7.1 วินาที จากเกียร์อัตโนมัติ ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นทำได้ที่ 228 กม./ชม.

ด้านระบบส่งกำลังนั้น มีการเพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Cooper S ในขณะที่รุ่น Cooper D และ Cooper นั้น จะมากับชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Steptronic แต่ก็สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ได้เช่นกัน แต่นั่นคือออปชั่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.