the-king
HomeNew ComerMercedes GLC

Mercedes GLC

เรื่อง P. Phongphat

Mercedes-Benz-GLC_201601

GLC ยนตรกรรมอเนกประสงค์จากค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz กำลังก้าวสู่ขั้นต่อไป ด้วยการเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 เวอร์ชั่นที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นอีกระดับ โดยเริ่มจากในส่วนของรูปลักษณ์ที่มีการปรับระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าให้สั้นกระชับ พร้อมกับเสริมความโดดเด่นให้กับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ 3 มิติ รับกับชุดไฟหน้า ซึ่งสามารถเพิ่มความสะดุดตาด้วยชุดออปชั่นไฟหน้าแบบ LED ทั้งยังเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดกันชนหน้าที่มากับช่องดักอากาศแบบ 3 ช่อง นอกจากนี้ยังมีชุดกันชนหน้าสไตล์ Off Road ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลุย ตลอดจนเวอร์ชั่นสปอร์ตสุดขั้วในสไตล์ AMG เอาไว้เป็นอีกทางเลือกด้วยเช่นกัน

Mercedes-Benz-GLC_201602

ในขณะที่มุมมองจากด้านข้างนั้นนำเสนองานดีไซน์ในสไตล์รถ Coupe ผสมผสานกับแนวเส้นที่สื่อถึงพละกำลัง บนเรือนร่างมิติตัวถังที่ขยับความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 118 มม. และการใช้ขอบซุ้มล้อสีดำด้าน ตลอดจนการให้ล้อขนาด 20 นิ้วมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มลุคความเป็นยนตรกรรม Off Road ได้ด้วยการเลือกติดตั้งกาบบันไดด้านข้างตัวรถ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งออปชั่นที่มีไว้ให้เลือก ส่วนด้านหลังนั้นออกแบบโดยเน้นความแข็งแกร่งควบคู่ไปกับสุดเด่น เช่น ชุดไฟท้ายแบบ LED ตลอดจนชุดกันชนด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องเช่นเดียวกับด้านหน้า

Mercedes-Benz-GLC_201603

สำหรับภายในห้องโดยสารถูกปรับให้ล้ำสมัยและหรูหรามากขึ้น ผสมผสานไปกับความสปอร์ต บนพื้นฐานแนวทางเดียวกับรุ่นพี่ในค่ายอย่างรุ่น GLE เช่น การเลือกใช้วัสดุในระดับพรีเมียม เช่น หนัง Nappa และวัสดุลายไม้ ทั้งยังมีหลังคาแบบ Panoramic Glass Roof  ไว้ให้เลือก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นออปชั่นเสริม นอกจากงานดีไซน์ที่ถูกปรับให้หรูหราขึ้นแล้ว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ยังได้ถูกยกระดับขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสอีกด้วยเช่นกัน

Mercedes-Benz-GLC_201604

ไฮไลต์ของ GLC เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ อยู่ที่ความสามารถในการขับขี่ที่ได้อัพเกรดเพื่อการตอบสนองที่มากขึ้น ด้วยการติดตั้งฟังก์ชัน DYNAMIC SELECT มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 โหมด คือ ECO, COMFORT, SPORT, SPORT+ และแบบ INDIVIDUAL ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถด้วยการติดตั้งระบบช่วงล่าง AIR BODY CONTROL โดยควบคุมผ่านโปรแกรม Rocking Assist เพื่อให้ขับขี่ในสไตล์ Off Road ได้มากขึ้น ด้วยการยกช่วงล่างขึ้นอีกราว 50 มม. พร้อมด้วยระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อ รวมถึงการติดตั้งฟังก์ชัน Trailer มาให้ สำหรับภารกิจการลากจูงอีกด้วยเช่นกัน โดยฟังก์ชันที่ติดตั้งมาให้นั้นอยู่บนพื้นฐานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ซึ่งจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนแบ่งเป็น 45 และ 55 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC

ทางด้านขุมพลังของ GLC นั้น มีให้เลือก 4 รุ่นหลักๆ ด้วยกัน คือ รุ่น GLC 220 d 4MATIC ขุมพลังดีเซล 170 แรงม้า, รุ่น GLC 250 d 4MATIC ที่มีพละกำลัง 204 แรงม้า และรุ่น GLC 250 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน 211 แรงม้า ซึ่งจะมากับชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC

Mercedes-Benz-GLC_201605

ในขณะที่เวอร์ชั่นไฮบริด GLC 350 e 4MATIC ที่มีกำลังทั้งจากเครื่องยนต์ 211 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 116 แรงม้านั้น จะมากับเกียร์ 7G-TRONIC PLUS เวอร์ชั่นล่าสุด

 

 

 

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.