ยุคก่อนเรามักจะคุ้นเคยกับเครื่องยนต์ไซส์ใหญ่ที่มีความจุเยอะๆ แรงม้าและแรงบิดมากๆ แต่ด้วยภาวะหรือสถานการณ์ความเป็นไปของโลก โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นๆ  ในทุกปี ความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มมีมากขึ้นไม่เฉพาะแต่ในกลุ่มของรถไซส์เล็กอย่างอีโคคาร์ หรือซิตี้คาร์เท่านั้น ปัจจุบันนี้ความต้องการนั้นเริ่มครอบคลุมไปในทุกๆ เซ็กเมนต์ อีกทั้งเรื่องของมลภาวะที่เครื่องยนต์จำเป็นต้องปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ นับเป็นเรื่องที่ทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตไปจนถึงภาครัฐให้ความใส่ใจในการลดปริมาณมลภาวะให้ลดน้อยลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผู้ผลิตทั้งหลายจึงพยายามคิดค้นหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนารถของตนเอง เรื่องของเทคโนโลยีไฮบริดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายค่ายรถยนต์เริ่มหันมาพัฒนาใช้กันอย่างจริงจัง

benz300 bluetec08 benz300 bluetec22 benz300 bluetec28 benz300 bluetec20 benz300 bluetec11

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พระเอกของเราในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์กับการผสมผสานเครื่องยนต์แบบดีเซลให้ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ในรูปแบบของรถยนต์ไฮบริด ที่ให้พละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดที่มาก จากเครื่องยนต์บล็อกเล็ก ที่สำคัญ ยังให้ความประหยัดและปล่อยมลภาวะที่ลดลงไปพร้อมๆ กัน ภายในบอดี้ที่นับได้ว่าเป็นพี่ใหญ่สุดของค่ายอย่าง S-Class กับรหัสเรียกขาน S 300 BlueTEC HYBRID AMG Premium ที่ได้รับการประกอบขึ้นภายในโรงงานที่บ้านเรา (CKD) จนมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 6,790,000 บาท

ซึ่งในบ้านเรานั้น สำหรับ S 300 BlueTEC HYBRID จะมีให้เลือกใช้งานอยู่ 2 เวอร์ชั่น กับทางเลือกแรกในแบบเริ่มต้นกับเวอร์ชั่น Exclusive ที่มาพร้อมความหรูหราและความสะดวกสบายตามสไตล์ S-Class ที่ผู้ใช้รถในกลุ่มนี้ทราบกันดี ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้รถในเซ็กเมนต์นี้หลายคนที่ขับเอง ก็มักจะมองหาความโฉบเฉี่ยวหรือบุคลิกที่ดูสปอร์ตมากขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอง จึงได้เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกกับเวอร์ชั่น AMG Premium ซึ่งก็คือพระเอกของเราในฉบับนี้นี่เอง

benz300 bluetec06

ภายนอกของ S 300 BlueTEC HYBRID AMG Premium อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่ธรรมดา ด้วยชื่อของ AMG เป็นเครื่องการันตีความสปอร์ตเร้าใจ ที่จะมาเปลี่ยนบุคลิกที่ดูสุขุม ให้กลับมีความสปอร์ตเร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยกันชนหน้าและหลัง สไตล์สปอร์ต ออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นสปอยเลอร์ไปในตัว ขานรับกับชุดสเกิร์ตข้างและชุดล้อแม็กขนาดใหญ่ขอบ 19 ลายห้าก้านคู่ ที่โอบรัดด้วยยางหน้าหลังต่างไซส์ 245/45 ในด้านหน้า และ 275/40 ในด้านหลัง

ไฟหน้าชุดใหม่มาพร้อมเทคโนโลยี LED Intelligent Light System ที่มาคู่กับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) สามารถปรับไฟสูงให้ทำงานในทันทีที่สภาพเส้นทางข้างหน้ามืด และกลับสู่ไฟต่ำในทันทีที่มีรถวิ่งสวนทางมา พร้อมชุด LED วางเรียงเป็นแนวยาว ทำหน้าที่เป็นไฟเดย์ไลต์ ให้มุมมองที่โฉบเฉี่ยวสวยงาม

benz300 bluetec03

benz300 bluetec12 benz300 bluetec18

ความสุนทรีย์ในการเดินทางระดับเฟิสต์คลาส

ห้องโดยสารของ S 300 BlueTEC HYBRID นับเป็นความโดดเด่นที่สำคัญในการออกแบบ ด้วยการผสมผสานความประณีต และความหรูหราของรถในระดับแถวหน้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ภายในห้องโดยสารนั้นให้อารมณ์ประดุจที่นั่งชั้นเฟิสต์คลาสบนเครื่องบินกันเลยทีเดียว ความทันสมัยหลายๆ ด้านได้ถูกบรรจุมาใน S 300 BlueTEC HYBRID คันนี้ ตั้งแต่การติดตั้งชุดไฟ LED ภายในห้องโดยสารที่สามารถเลือกสีของไฟได้มากถึง 7 สี พร้อมทั้งสามารถเลือกระดับความสว่างได้ถึง 5 ระดับ ไปจนถึงการควบคุมได้แตกต่างกันในแต่ละโซนของห้องโดยสาร จากชุดควบคุมที่บริเวณคอนโซลกลาง โดยจะแสดงผลผ่านชุดจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ติดตั้งอยู่กึ่งกลางแผงคอนโซลหน้า เสมือนหนึ่งเอาจอ iPad ขนาดยักษ์ถึง 2 จอมาวางไว้คู่กัน โดยตัวมาตรวัดจะแสดงผลเป็นภาพมาตรวัดแบบเข็มผ่านจอ LED ให้อารมณ์ที่ดูทันสมัยจนแอบคิดว่ากำลังขับเครื่องบินหรือยานอวกาศแบบในหนังอยู่

benz300 bluetec25 benz300 bluetec26 benz300 bluetec21

เบาะนั่งแบบหนัง พร้อมการควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ให้การใช้งานเป็นเรื่องที่ง่ายและสบายขึ้น มาพร้อมชุดพัดลมระบายความร้อนที่สามารถเลือกระดับการทำงานได้ถึง 3 ระดับ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นฮีตเตอร์ยามที่ใช้ในเมืองหนาว หมดห่วงเรื่องของแรกสัมผัสเบาะนั่งในยามที่จอดตากแดดไว้หรือต้องขับฝ่าพายุหิมะ (อันหลังนี้คงไม่ได้ใช้ในบ้านเรา) เบาะนั่งที่หุ้มด้วยหนัง nappa ตัดเย็บด้วยลวดลายเบาะแบบ diamond design หรือลายแบบตารางหมากรุก ที่ดูไปแล้วก็อาจจะดูย้อนยุคอยู่เหมือนกัน

มาดูเรื่องความบันเทิงกันบ้าง S 300 BlueTEC HYBRID นั้น ได้รับการติดตั้งชุดเครื่องเสียงคุณภาพสูงอย่าง Burmester มาให้ใช้จากโรงงาน ให้คุณภาพเสียงที่ดีในระดับไฮเอนด์ โดยสามารถควบคุมได้ทั้งจากชุดมัลติฟังก์ชันที่ตัวพวงมาลัยหรือจะเลือกควบคุมที่ปุ่มบริเวณคอนโซลกลางก็ทำได้ โดยทั้งหมดจะแสดงผลผ่านจอคอมมานขนาดใหญ่ร่วมกันกับชุดเนวิเกเตอร์ และระบบการทำงานของระบบไฮบริด ที่สามารถเลือกการแสดงผลได้ไม่ยากเย็นนัก และเครื่องเสียงชุดนี้ยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานกับ USB หรือ iPod ได้ ผ่านช่องเชื่อมต่อที่ซ่อนอยู่ในที่เก็บของบริเวณคอนโซลกลาง สามารถเล่นไฟล์ MP3 ไปจนถึงไฟล์หนัง MP4 ได้พร้อมสรรพ

benz300 bluetec10

benz300 bluetec24

นอกจากความสะดวกสบาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมของห้องโดยสารทางด้านหน้าแล้ว สำหรับ S-Class คงจะหลงลืมความสะดวกสบายของห้องโดยสารทางด้านหลังไปเสียมิได้ เพราะด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญถึงผู้โดยสารทางด้านหลัง เสมือนหนึ่งตำแหน่งที่นั่งทางด้านหน้า ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่สามารถปรับมุมเอียงของพนักพิงไปจนถึงความสูง-ต่ำของเบาะนั่งด้วยระบบไฟฟ้า แยกอิสระซ้าย-ขวา ให้ความสะดวกสบายได้ตลอดการเดินทาง อีกทั้งทางด้านหลังยังได้รับการติดตั้งชุดม่านบังแดดทั้งในตำแหน่งกระจกข้างซ้ายและขวา ไปจนถึงกระจกหลังที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า มีมาให้ครบ พร้อมชุดเอนเตอร์เทนเมนต์แบบครบวงจร แยกอิสระจากห้องโดยสารด้านหน้า ให้คุณมีโลกส่วนตัวที่สะดวกสบายและผ่อนคลายได้ตลอดการเดินทางไปกับ S 300 BlueTEC HYBRID คันนี้

 

ขุมพลังไฮบริดยอดนิยม

ถึงแม้ว่าในตระกูล S-Class ใหม่นั้น S 300 BlueTEC HYBRID จะเป็นน้องเล็กสุด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ของเครื่องยนต์แบบไฮบริด กลับทำให้ S 300 BlueTEC HYBRID เป็นรถที่มีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยเครื่องหนึ่งในตระกูล ด้วยแนวคิดที่พัฒนาเครื่องยนต์ให้ทำงานร่วมกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้เครื่องยนต์ที่มีความจุน้อยลงแต่สามารถให้พละกำลังเพิ่มมากขึ้น เสมือนหนึ่งที่ได้จากเครื่องยนต์ที่มี ซี.ซี.สูงๆ อีกทั้งเครื่องยนต์ใหม่นี้ยังต้องมีการปล่อยมลภาวะที่ลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เอง จึงนำมาสู่เครื่องยนต์บล็อกใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลเป็นต้นกำลังในการเผาไหม้ ภายใต้บล็อกเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ แถวเรียง ที่มีความจุของกระบอกสูบรวมทั้งหมด 2,143 ซี.ซี. พร้อมชุดอัดอากาศแบบเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ที่คอยทำหน้าที่ระบายความร้อนของอากาศที่ถูกเทอร์โบอัดเพื่อสร้างแรงดันก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ จนสามารถสร้างแรงม้าได้มากถึง 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ นับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกนี้ พร้อมกับแรงบิดสูงสุดที่มีมาให้ใช้แบบหนักแน่นในระดับ 500 นิวตันเมตร พร้อมรอทำงานกันตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเพียงแค่ 1,600 รอบเท่านั้น โดยกำลังของเครื่องยนต์ที่นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว ยังได้รับการเสริมแรงจากชุดมอเตอร์ไฟฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่ที่ตำแหน่งของฟลายวีล ที่สามารถสร้างแรงม้าได้อีก 27 ตัว กับแรงบิดในระดับ 250 นิวตันเมตร ที่มีมาให้ใช้กันตั้งแต่เครื่องยนต์เริ่มหมุน ก่อนที่จะส่งผ่านกำลังทั้งหมดไปยังชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด (7G-TRONIC PLUS) ที่มีโหมดของเกียร์ให้เลือกใช้งานกันได้อีก ทั้งโหมดอีโคและโหมดสปอร์ตที่จะปรับเปลี่ยนบุคลิกในการตอบสนองให้มีความสปอร์ตจนคุณสัมผัสได้ พร้อมกันนี้ S 300 BlueTEC HYBRID ยังมาพร้อมฟังก์ชันเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้กับการขับขี่ด้วยแป้นควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองที่ด้านหลังก้านพวงมาลัย

benz300 bluetec01

จะว่าไปแล้ว ขุมพลังที่ใช้ประจำการใน S 300 BlueTEC HYBRID คันนี้ หลายๆ คนที่เป็นแฟนประจำของเราก็น่าที่จะพอคุ้นเคยกับสเป็กเครื่องยนต์ไฮบริดตัวนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะเครื่องยนต์บล็อกนี้คือเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับที่เราได้เคยทดสอบ C 300 BlueTEC HYBRID กันไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้นับเป็นเครื่องยนต์บล็อกยอดนิยมของค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในบ้านเรา เพราะนำเอาเครื่องยนต์บล็อกนี้มาประจำการในรถยนต์นั่งถึง 3 รุ่น C, E, S ซึ่งพอจะทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์บล็อกนี้ที่พร้อมจะตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่น้องเล็กไปจนถึงพี่ใหญ่กันเลยทีเดียว รูปแบบนี้จะว่าไป คู่แข่งสำคัญอย่างค่ายใบพัดฟ้าขาวก็เคยใช้รูปแบบเดียวกันนี้กับรถในเวอร์ชั่นไฮบริดที่มีระหัสเรียกขาน Active 3, 5, 7  กันมาแล้วเหมือนกัน

 

ลองมาดูการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดเครื่องนี้

การทำงานของ S 300 BlueTEC HYBRID พอจะอธิบายกันแบบเข้าใจง่ายๆ ได้ประมาณว่า ถ้าในโหมดการขับขี่ปกติทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่โหมดสปอร์ต ในยามที่หยุดนิ่ง หากปริมาณแบตเตอรี่มีปริมาณที่เพียงพอ (ระดับ 40% ขึ้นไป) เครื่องยนต์จะไม่ทำงาน (ระดับแบตเตอรี่ดูได้ที่มาตรวัดบริเวณจอออนบอร์ดหรือเลือกเปิดดูปริมาณแบตและการทำงานของระบบได้ที่หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ที่บริเวณกึ่งกลางคอนโซลหน้า) จะมีก็เพียงตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ที่หันมาใช้ต้นกำลังการหมุนจากมอเตอร์ไฟฟ้า หาใช่ต้นกำลังจากการหมุนของเครื่องยนต์เหมือนเช่นระบบเครื่องยนต์ธรรมดาทั่วๆ ไป โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ประสิทธิภาพสูงที่มีขนาดเล็กลง ติดตั้งอยู่ทางด้านท้ายของรถระหว่างพนักพิงเบาะหลังกับห้องสัมภาระท้าย

เมื่อต้องการออกตัว หากกดคันเร่งไม่มากนัก ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ จะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นพละกำลังไปขับเคลื่อนรถให้เริ่มเคลื่อนที่ จากนั้นเครื่องยนต์จะเริ่มสตาร์ทเพื่อรับหน้าที่สร้างพละกำลังต่อจากชุดมอเตอร์ไฟฟ้า

benz300 bluetec15 benz300 bluetec13

แต่ถ้าอยู่ในโหมดสปอร์ต เราสังเกตได้ว่าเครื่องยนต์จะสตาร์ทในทันทีที่เริ่มกดคันเร่ง เพื่อนำพลังของทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าผสานกันเป็นพละกำลังที่พาตัวรถพุ่งทะยานไปได้อย่างคล่องแคล่ว แม้จะต้องแบกภาระที่หนักอึ้งถึง 2 ตันกว่าของตัวรถ S-Class แต่กำลังแรงบิดที่มีเกือบๆ พันนิวตันเมตร ก็เพียงพอที่จะแสดงสมรรถนะออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้น ด้วยตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลาเพียงแค่ 7.6 วินาที นับว่าไม่ธรรมดาสำหรับซีดานคันโตที่มีเครื่องยนต์แค่ 2.2 ลิตรคันนี้

กลับมาที่โหมดปกติ (Eco) กันบ้าง ในทันทีที่เราถอนเท้าออกจากคันเร่ง เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ซึ่งหากผู้ขับต้องการเพิ่มความเร็วต่อไป ระบบสมองกลที่ควบคุมก็จะพิจารณาจากปริมาณความต้องการกำลัง ว่าจะใช้เพียงกำลังของมอเตอร์ หรือจะต้องสตาร์ทเครื่องยนต์มาเป็นตัวสร้างกำลังต่อ แต่ในการทดสอบนั้น พบว่าด้วยมอเตอร์ที่มีขนาดกำลังไม่มากนัก บุคลิกการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดเครื่องนี้จะออกไปในแนวของการใช้เครื่องยนต์ที่เล็กลงและใช้ชุดมอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นตัวเสริมแรง เพื่อให้ได้สมรรถนะเทียบเท่าเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้เครื่องยนต์นั้นมีการสตาร์ทการทำงานค่อนข้างบ่อย ในยามที่เรากดคันเร่ง

และในช่วงที่มีการลดความเร็ว โดยเฉพาะในยามที่เหยียบเบรก ระบบสมองกลจะกลับหน้าที่ของชุดมอเตอร์ไฟฟ้าให้กลายเป็นเจนเนอเรเตอร์ คอยทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานกลที่เกิดจากการหมุนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นการสำรองพลังงานเอาไว้ใช้ในยามที่ต้องการกำลังสลับไปมาตามสภาวะของการขับขี่

benz300 bluetec02

ระบบช่วงล่างแบบ AIRMATIC เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ระบบช่วงล่างแบบถุงลมทั้ง 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมฟังก์ชันให้เลือกใช้งานได้ถึง 2 แบบ 2 สไตล์ ถ้าชอบนุ่มนวลก็สามารถเลือกได้ด้วยโหมดคอมฟอร์ต หรือถ้าต้องการเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วสูงก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นโหมดสปอร์ตได้รวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน และเนื่องจาก S-Class นั้นมีฐานล้อที่ค่อนข้างยาว บางครั้งอาจจะต้องขับผ่านเส้นทางที่ไม่ราบเรียบหรือมีความแตกต่างของระดับค่อนข้างมาก ทีมวิศวกรยังได้เพิ่มโหมดพิเศษสำหรับช่วยเพิ่มความสูงของใต้ท้องรถให้มากขึ้น สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มที่คอนโซลกลาง ตัวรถก็จะค่อยๆ เพิ่มความสูงขึ้นอีกกว่า 2 ซม. ให้ผู้ขับสามารถขับผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสบายขึ้น

 

ถึงจะต้องแบกภาระที่หนักขึ้น แต่สามารถให้ความประหยัดได้ดี

จากการทดสอบขับขี่ใช้งานในเมืองนั้น พบว่า S 300 BlueTEC HYBRID สามารถให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นกว่า S 320 CDI เจเนอเรชั่นที่แล้วอยู่พอควร ด้วยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่สามารถทำได้ถึง 9.97 กม./ลิตร นั้น นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับยุคก่อนที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบ ที่มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่แถวๆ 6-7 กม./ลิตร เท่านั้น ถึงแม้จะไม่สามารถทำตัวเลขได้ถึง 12 กม./ลิตร เหมือนเมื่อครั้งประจำการใน C 300 BlueTEC HYBRID แต่ด้วยภาระที่หนักอึ้งของน้ำหนักตัวที่มากขึ้นกว่า 500 กก. กับล้อและยางไซส์ใหญ่ขนาด 19 นิ้ว ที่ติดตัวมา นับว่าเพียงพอแล้วที่จะพา S-Class คันนี้ให้โลดแล่นไปตามท้องถนนในเมืองได้อย่างสบายๆ และจากตัวเลขความประหยัดที่ได้นี้เอง ทำให้เห็นถึงการพัฒนาเครื่องยนต์มาสู่ยุคของไฮบริด ที่ช่วยทำให้ความแรงและความประหยัดนั้นพอที่จะเดินทางเคียงคู่กันไปได้

benz300 bluetec14

ความเร็วเดินทางที่เกียร์สูงสุด

ความเร็ว (กม./ชม.)          รอบ (รอบ/นาที)

100                                       1,550

120                                       1,850

140                                       2,150

160                                       2,450

180                                       2,750

 

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                      Mercedes-Benz S300 BlueTEC HYBRID AMG Premium

ประเทศผู้ผลิต และรุ่นปี                        ประเทศไทย รุ่นปี 2015

เครื่องยนต์                                

แบบเครื่องยนต์                                    4 สูบ DOHC 16 วาล์ว คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                          2,143

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                88.0 x 88.3

ระบบควบคุมเครื่องยนต์                       แบบคอมมอนเรล เทอร์โบ

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)              204/3,800

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)           50.97/1,600-1,800

อัตราส่วนกำลังอัด                                16.2 : 1

มอเตอร์ไฟฟ้า

กำลังสูงสุด (แรงม้า)                             27

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม.)                           25.48

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                              70

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์                                            เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7G-TRONIC PLUS)

ระบบพวงมาลัย                                    แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วย

ระบบเบรก              หน้า                       ดิสก์เบรก แบบจานระบาย

หลัง                        ดิสก์เบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.)                  1,899 x 5,246 x 1,496

ฐานล้อยาว (มม.)                                 3,165

ความกว้างของล้อหน้า (มม.)                1,624

ความกว้างของล้อหลัง (มม.)                1,637

น้ำหนักรถ (กก.)                                   2,035

ล้อ                                                        ล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว

ยาง         (หน้า)                                    245/45R19

(หลัง)                                    275/40R19

ความเร็วสูงสุด (ตัวเลขโรงงาน)            240 กม./ชม.

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                 9.97

ราคาจำหน่าย                                      6,790,000 บาท

ผู้เขียน     กิตติศักดิ์ ด้วงพิมพ์ / ภาพ   พงศกร พรามแม่กลอง