the-king
HomeConcept CarMAZDA HAZUMI รถต้นแบบ..ว่าที่ Mazda2 เจเนอเรชั่นใหม่

MAZDA HAZUMI รถต้นแบบ..ว่าที่ Mazda2 เจเนอเรชั่นใหม่

02_resize

รถต้นแบบ HAZUMI เป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตู มาพร้อมมิติ 4,070 x 1,730 x 1,450 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 2,585 มิลลิเมตร

การออกแบบรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ทุกโมเดลจากค่าย MAZDA จะมีปรัญชาอันลุ่มลึกจากฝั่งตะวันออกแฝงเข้ามาด้วย เป็นที่มาของเส้นสายพร้อมความพลิ้วไหวบนตัวถัง ที่สื่อสารถึงอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างเด่นชัด นับตั้งแต่รถต้นแบบ SHINARI, MINAGI ต่อเนื่องมาจนถึง TAKERI และล่าสุดกับ HAZUMI ที่ถูกออกแบบขึ้นจากแนวคิดเดียวกับรถต้นแบบ TAKERI ซึ่งถูกพัฒนาต่อจนกลายเป็น Mazda6 ไปเรียบร้อยแล้ว

03_resize
HAZUMI ไม่แตกต่างจาก TAKERI ที่เป็นผลผลิตจากปรัชญา KODO-Soul of Motion จุดกำเนิดของความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว มีเสน่ห์ และพร้อมจะเคลื่อนไหวตลอดเวลา ชื่อ HAZUMIหมายถึง “Bound” หรือ “Spring up” แปลเป็นไทยก็คือ “การกระโดด” เป็นภาพที่สื่อถึงการกระโจนหรือทะยานไปข้างหน้าของสัตว์ที่มีพละพลัง จึงเป็นรถ B-Segment ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนหนุ่มสาวที่ชีวิตไม่หยุดนิ่ง และทะเยอทะยาน

รถต้นแบบ HAZUMIมาในรูปแบบตัวถังแฮตช์แบ็ก5 ประตู 2+2 ที่นั่ง ขนาดเล็ก เรื่องนวัตกรรมวิศวกร MAZDA จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี SKYACTIV ตั้งแต่ในเรื่องของโครงสร้างน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ดีเซลกำลังอัดต่ำ และเกียร์ CVT ที่เซ็ตมาอย่างลงตัวในทุกรูปแบบการขับขี่

06_resize

ความพลิ้วไหวบนตัวถังของ HAZUMI ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเสือซีตาห์ เป็น DNA ที่ถูกส่งต่อมาจากTAKERI โดยเฉพาะกระจังหน้าหรือจมูกของรถขนาดใหญ่ ที่ถูกเรียกว่า “Signature Wing” ส่วนขอบของกระจังเพิ่มความน่าสนใจด้วยความแวววาวของอะลูมิเนียม ใช้สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่นของรถจากค่ายนี้ทุกโมเดล ขณะที่ตัวคานชิ้นใหญ่ภายในชุดกระจังหน้า ดึงดูดสายตาขาซิ่งด้วยลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์

04_resize

กระจังหน้า Signature Wing กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของหน้ารถ เพิ่มความน่าสนใจด้วยอะลูมิเนียม

ไฟหน้า LED พร้อมเส้นไฟหรี่รูปทรงครึ่งวงกลม ให้ความรู้สึกเสมือนดวงตาของสัตว์ป่า ขณะกำลังจ้องเหยื่อ สำหรับไฟ Daylight ใช้หลอด LED จำนวน 10 หลอด เรียงกันในแนวเฉียง จัดวางในตำแหน่งมุมล่างซ้าย-ขวาของกันชนหน้า ขณะที่ส่วนของไฟท้ายก็ใช้การออกแบบด้วยเส้นไฟในรูปแบบเดียวกัน

05_resize

ปลายท่อคู่ ปล่อยออกตรงกลาง ถูกขนาบข้างด้วยช่องระบายลมออกจากส่วนใต้ท้องรถ

ทว่า ความดุในส่วนท้ายรถ มาจากปลายท่อไอเสียคู่ที่ปล่อยออกตรงกลาง โดยปลายท่อคู่จะถูกขนาบข้างด้วยช่องระบายลมออกจากส่วนใต้ท้องรถ แสดงให้ว่า MAZDA จริงจังกับเรื่องแอโรไดนามิก ไม่เฉพาะแค่กระแสลมที่เคลื่อนผ่านส่วนบนของตัวถัง แต่ยังลงรายละเอียดถึงการระบายมวลลมออกจากส่วนใต้ท้องรถ เพื่อลดแรงยกตัวถังด้วย

06_resize

ห้องโดยสารออกแบบให้ผู้ขับเห็นทัศนวิสัยที่เคลียร์ในทุกมุมมอง

ความน่าสนใจภายในห้องโดยสาร ไม่ได้มีเพียงแค่การออกแบบ แต่ยังยกระดับกันแบบสุดตัวในเรื่องคุณภาพวัสดุ เพื่อให้ HAZUMI สามารถเทียบชั้นกับแบรนด์ใหญ่ในเซ็กเมนต์เดียวกันจากยุโรปได้ง่ายขึ้น คอนโซลหน้าออกแบบแยกชิ้น ชิ้นใหญ่ฝั่งผู้โดยสาร ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมที่งดงามของปีกเครื่องบิน ให้ความรู้สึกกว้างขวาง ขณะที่คอนโซลกลางเลียนแบบโครงสร้างของสะพาน จึงให้ความรู้สึกเปิดโล่ง และมีพื้นที่ในการวางเท้ามากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี SKYACTIV เป็นแนวคิดในการหาจุดลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความประหยัด และลดมลพิษ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีไฮบริดเหมือนผู้ผลิตรายอื่นๆ ก่อให้เกิดนวัตกรรมสร้างเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมๆ ที่มีอยู่ สำหรับ HAZUMI เปิดตัวมาด้วยเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 1.5 ที่ยกเทคโนโลยีมาจากเครื่องยนต์ SKYACTIV-D 2.2 ซึ่งได้สร้างความประทับใจมาแล้วใน CX-5, Mazda6 และ Mazda3

11_resize

SKYACTIV-D 1.5 ผ่านมาตรฐาน Euro 6 โดยไม่ต้องพึ่งพาสาร Ad-blue

SKYACTIV-D 1.5เป็นขุมพลังดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่ลดอัตราส่วนกำลังอัด (Compression Ratio) ลงมาเหลือประมาณ 16.5:1 เพื่อลดเสียงดัง และอาการสั่นสะเทือนจากการสันดาป อันเป็นจุดอ่อนของเครื่องยนต์ดีเซล นั่นช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นกับกลไกต่างๆ ในขั้นตอนการออกแบบของวิศวกร จึงสามารถลดความหนาของส่วนประกอบในเครื่องยนต์ลงได้อีกเล็กน้อย ส่งผลน้ำหนักรวมของเครื่องยนต์ทั้งบล็อกลดลงด้วยเช่นกัน

การลดอัตราส่วนกำลังอัด จะช่วยยืดระยะเวลาในการเผาไหม้ เครื่องยนต์จึงเผาไหม้ได้หมดจดกว่า ระดับมลพิษจึงต่ำกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป วิศวกรชดเชยกำลังอัดในห้องเผาไหม้ที่ลดลงนี้ ด้วยการใช้เทอร์โบแปรผันช่วยเติมอากาศอัดแรงดันสูงเข้าห้องเผาไหม้ แรงม้าและแรงบิดยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ บอกแต่เพียงว่า เครื่องยนต์ SKYACTIV-D 1.5 สามารถผ่านมาตรฐาน Euro 6 โดยไม่ต้องพึ่งพาสารจำพวก Ad-blue เหมือนเครื่องยนต์ดีเซลสุดไฮเทคจากฝั่งเยอรมนี

07_resize

ค็อกพิท HAZUMI ตัวต้นแบบโดดเด่นทั้งเรื่องดีไซน์ และวัสดุ

HAZUMI เปิดตัวพร้อมเกียร์ SKYACTIV-Drive (6-Speed Automatic) ที่เกิดจากส่วนผสมระหว่างจุดแข็งของ 3 เทคโนโลยี อันได้แก่ ความนุ่มนวลของทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ความฉับไวของคลัตช์คู่ และความราบลื่นไร้รอยต่อในการเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ของ HAZUMIมาพร้อมฟังก์ชันช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่าง i-Stop และ i-ELOOP

ฟังก์ชันแรกi-Stop หลายท่านคงผ่านตากันมาบ้างแล้ว รับหน้าที่ตัดการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อลดการเผาไหม้ ขณะรถติดสัญญาณไฟ และพร้อมจะสั่งให้เครื่องยนต์กลับมาทำงานอีกครั้งภายในเสี้ยววินาที ที่ผู้ขับแตะคันเร่ง

08_resize

Heads-Up Cockpit แนวคิดที่ช่วยให้ผู้ขับมีสมาธิอยู่กับถนนเบื้องหน้าตลอดเวลา

ส่วนระบบ i-ELOOP เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมจาก MAZDA ด้วยการเพิ่มคาปาซิเตอร์ (ทำหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้า) ขนาดใหญ่เข้ามาเป็นส่วนประกอบชิ้นใหม่ภายในห้องเครื่อง อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่เสริมการทำงานของแบตเตอรี่ ในการเก็บกระแสไฟ และป้อนไฟให้กับระบบไฟฟ้าในรถทั้งหมด การเก็บกระแสไฟจะเกิดขึ้นขณะชะลอความเร็ว จนถึงขั้นผู้ขับเหยียบเบรก โดยไดชาร์จจะผลิตกระแสไฟป้อนคืนกลับสู่ระบบเฉพาะสภาพการขับขี่ดังกล่าว  ขณะที่สถานการณ์การขับขี่ปกติ ไดชาร์จจะหยุดทำงานเพื่อลดการสร้างโหลดให้กับเครื่องยนต์

09_resize

ห้องโดยสารตัวต้นแบบ ใช้ตำแหน่งการโดยสารแบบ 2+2 ที่นั่ง เพื่อโชว์ความกว้างขวางของห้องโดยสาร

ทั้งหมดเป็นขั้นตอนการบริหารจัดการรูปแบบการใช้พลังงานในเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อให้การใช้พลังงานของรถต้นแบบ HAZUMI เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการทำงานของระบบ i-ELOOP ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีก 10 เปอร์เซ็นต์

จากดีไซน์ในสไตล์รถแฮตช์แบ็ก พิกัด Subcompact เมื่อถึงเวลาที่ HAZUMI ลงไลน์การผลิตจริง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาเป็น Mazda2 “Mk IV” ซึ่งจะมาแทนที่ Mazda2 “Mk III” รหัสตัวถัง DE ที่จวบจนถึงปัจจุบันถูกใช้งานมากว่า 8 ปีแล้ว

01_resize

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.