เราเคยนำเสนอรถต้นแบบ ‘C-X17’ ซึ่งเป็นว่าที่รถ Sport Crossover รุ่นแรกจาก JAGUAR ไปเมื่อราว 2 ปีก่อน จวบจนถึงปัจจุบัน การพัฒนารถต้นแบบโมเดลนี้มีความคืบหน้าในชื่อ ‘F-PACE’ ซึ่งน่าจะได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ การปล่อยข่าวล่าสุดจากต้นสังกัด ‘F-PACE’ อยู่ระหว่างขั้นตอนการวิ่งทดสอบเก็บข้อมูล รวมทั้งการทดสอบระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการใช้งานในทุกพื้นผิว ทั้งรูปแบบ on-road และ off-road

JAGUAR F-PACE2 JAGUAR F-PACE3
การทดสอบ F-PACE ทำในระดับ Extremes หรือจัดหนักในทุกสเตชั่น เพื่อให้สอดรับกับบุคลิกพื้นฐานของรถ ที่เน้นความอเนกประสงค์ พร้อมรองรับการใช้งานในทุกพื้นที่บนโลก ทั้งบนถนนและพื้นผิวที่ไม่อาจเรียกได้ว่าถนน ทั้งสถานที่ร้อนจัด หรือเย็นแบบสุดขั้ว เพื่อหาความบกพร่องของทุกระบบ ในสภาพที่รถถูกเค้นจากความหฤโหดของสภาพแวดล้อม

พื้นที่ในการวิ่งเก็บข้อมูลที่ JAGUAR เปิดเผยออกมา เริ่มตั้งแต่ทะเลทรายในประเทศดูไบ ที่มีอุณหภูมิภายใต้ร่มเงาระดับ 50 องศาเซลเซียส และพุ่งแตะ 70 องศาเซลเซียส ในสภาพวิ่งกลางแดดเปรี้ยง สนามนี้จึงใช้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศของ F-PACE ได้อย่างลงตัว

JAGUAR F-PACE4

จากพื้นที่ร้อนจัด ไปต่อกันที่ตอนเหนือของประเทศสวีเดน ระดับอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส นอกจากระบบทั่วไป สนามนี้ใช้ทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อน AWD อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นผิวที่ถูกฉาบไว้ด้วยหิมะ ในสภาพแรงเสียดทานต่ำ จนสร้างความยุ่งยากในการบังคับควบคุมรถ กับสภาพผิวเช่นนี้ ระบบ AWD ใน F-PACE สามารถผ่านได้แบบไม่ยากเย็น

JAGUAR F-PACE5

ต่อเนื่องจาก C-X17 ที่ใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่ง F-PACE ก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดเพี้ยนไปจากนี้ เพราะน้ำหนักเป็นตัวแปรหลักที่สร้างปัญหาให้กับรถยนต์ในทุกกรณี F-PACE จึงเป็นรถ SUV เพียงไม่กี่โมเดลของโลก ที่ได้ใช้ All-aluminum Monocoque หรือโครงสร้างอะลูมิเนียมล้วนๆ ที่หวังผลด้านการลดน้ำหนักโดยตรง โครงสร้างอะลูมิเนียมของ F-PACE จะช่วยลดน้ำหนักได้อีกหลายร้อยกิโลกรัม เมื่อเทียบกับโครงสร้างเหล็ก น้ำหนักที่หายไปจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลด CO2 และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งหมดเป็นการพัฒนา SUV ด้วยแนวคิดใหม่ เช่นเดียวกับ LAND ROVER

โครงสร้างอะลูมิเนียมจะเบากว่าโครงสร้าง Monocoque ที่ผลิตจากเหล็กกล้ากว่า 39 เปอร์เซ็นต์ เป็น know-how จากผู้นำอุตสาหกรรมโลหะโลกอย่าง TATA ส่งผลรถรุ่นใหม่ของ LAND ROVER, JAGUAR และ RANGE ROVER ซึ่งเป็นรถในเครือ TATA Group ได้ยกระดับมาใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมกันอย่างทั่วถึง และศักยภาพทางโลหะวิทยาของ TATA ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่รถยนต์ ระดับส่วนประกอบตัวถังของยานอวกาศก็ผ่านมือผู้ผลิตจากดินแดนภารตะรายนี้มาแล้ว

JAGUAR F-PACE7

สำหรับเครื่องยนต์ของรถต้นแบบ F-PACE ข้อมูลยืนยันว่า ยกชุดมาจาก F-TYPE สปอร์ตโรดสเตอร์ประจำค่าย เป็นบล็อก V6 ขนาด 3 ลิตร ที่พ่วงมาด้วยระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection, ระบบวาล์วแปรผัน DIVCT (Dual Independent Variable Cam Timing) ที่ทำงานทั้งฝั่งวาล์วไอดีและฝั่งวาล์วไอเสีย, ซูเปอร์ชาร์จแบบ Twin Vortex จาก EATON และอินเตอร์คูลเลอร์คู่สำหรับลดอุณหภูมิอากาศก่อนส่งเข้าห้องเผาไหม้ แบบฝั่งใครฝั่งมัน ที่วิศวกร JAGUAR พัฒนามาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 2 ใช้อัตราส่วนกำลังอัด 10.5:1 ซูเปอร์ชาร์จควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ฉลาดกว่าทั้งในเรื่องการเรียกกำลังจากเครื่องยนต์ และตัดการทำงานเพื่อช่วยลดโหลดขณะถอนคันเร่ง สร้างกำลังได้ 380 PS พร้อมแรงบิด 450 Nm

นอกจากนี้ยังมี F-PACE เวอร์ชั่นไฮบริด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกฝังเอาไว้ภายในกระปุกเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่ง ZF เป็นผู้พัฒนาให้ มอเตอร์ที่ใช้กับ F-PACE มีขนาด 70 kW และแรงบิดสูงสุด 235 Nm มาแบบเต็มๆ ตั้งแต่มอเตอร์เริ่มหมุน โดยมอเตอร์จะเข้ามาทำงานแทนเครื่องยนต์ในขณะออกตัว พร้อมทั้งเสริมการทำงานให้กับเครื่องยนต์ในขณะเร่งแซง

JAGUAR F-PACE8

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน JAGUAR ใช้ทางลัดในการพัฒนาระบบ AWD ของตนเอง ด้วย know-how จากเจ้าพ่อรถตรวจการณ์อย่าง LAND ROVER ก่อนส่ง Luxury Car ทั้ง XJ และ XF รุ่น AWD ลงทดสอบเก็บข้อมูลนานถึง 18 เดือน ทั้งสภาพถนนแห้ง ถนนเปียก และผิวถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งในสไตล์รถยนต์ JAGUAR ครบถ้วนมากที่สุด F-PACE ตัวพร้อมจำหน่าย จึงน่าจะยกยวงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนจากตัวหรูทั้ง 2 โมเดลมาใช้งานได้อย่างลงตัว

อุปกรณ์การทำงานหลักของระบบ AWD ในรถยนต์ JAGUAR คือชุด Transfer Case ที่มาพร้อมสมองกล TCCM (Transfer Case Control Module) รับหน้าที่สร้างความสมดุลในการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง เพิ่มเติมด้วย Differential ซ่อนตัวอยู่ในเฟืองท้ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเจ้าตัวนี้จะรับหน้าที่กระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา

JAGUAR F-PACE6

ข้อมูลสมัยรถต้นแบบ C-X17 เปิดเผยว่า เวลาในการปล่อยตัวจริง หรือก็คือ F-PACE เข้าสู่ตลาดรถยนต์ จะอยู่ในช่วงปี 2015 โดยมีตัวเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตระกูลล่าสุดในสังกัด JAGUAR และ LAND ROVER สำหรับภาพของ F-PACE ที่มีการพรางตัวน้อยที่สุด จะเป็นการเข้าไปเป็นรถ Official ของทีมจักรยานทางเรียบชื่อ Team Sky และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด F-PACE น่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน International Motor Show (IAA) ครั้งที่ 66 นี้

เรื่อง        พิทักษ์ บุญท้วม / E-mail     pitak.b@gmail.com