the-king
HomeMagazine HighlightInterview : นักปั้นแบรนด์ “พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์”
may_interview_cover

Interview : นักปั้นแบรนด์ “พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์”

“นักปั้นแบรนด์” ฉายานี้คงต้องยกให้คุณตุ้ม พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ ผู้ชายที่ฝากฝีมือสายงานบริหารกับประสบการณ์ในแวดวงยานยนต์ ไว้เพียบ ในวันนี้กับตำแหน่งล่าสุด ผู้ดูแลแบรนด์น้องใหม่ MG กับโจทย์สุดหิน พิสูจน์ฝีมือนักการตลาด “สร้างแบรนด์ให้คนไทยรับรู้” เริ่มต้นกันใหม่กับงานที่สร้างความท้าทายว่า แบรนด์ที่มีประวัติยาวนานในอังกฤษจะประสบความสำเร็จในไทยได้หรือไม่ กว่า 3 ปี ที่ MG พยายามเดินหน้าเต็มสูบ จากหนึ่งโปรดักต์เพื่อแนะนำตัว และวันนี้กลายเป็นครอบครัว MG ที่มีสมาชิกถึง 4 รุ่น มาดูกันว่าว่าน้องใหม่ MG GS เข้ามาเสริมทัพให้แกร่งขึ้นได้อย่างไร”

Q : กระแสตอบรับของ New MG GS หลังจากเปิดตัว เป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้หรือไม่?
“NEW MG GS ถือว่าเป็นเอสยูวีรุ่นใหม่ที่กระแสดีมาก ตั้งแต่ก่อนการเปิดตัวและเมื่อเปิดตัวไปแล้ว โดยเห็นได้จากยอดจองประมาณ 300 คัน ทั้งจากภายในงานมอเตอร์โชว์ และจากผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุยอดขาย 1,000 คัน ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ NEW MG GS ยังสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์แบบสปอร์ต ลงตัวด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเหนือกว่าในทุกมิติเพียบพร้อมด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด 13 ฟังก์ชัน แรงด้วยสมรรถนะระดับผู้นำด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร แรงสุด 218 แรงม้า ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.4-2.5 ลิตร เลยทีเดียว”

Q : ความเห็นของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์ MG GS
“ลูกค้าที่ได้ทำการทดลองขับ ต่างรู้สึกประทับใจในสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้าพร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร รวมไปถึงการตอบสนองที่ดี ทำให้การขับขี่สนุกสนาน และระบบช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม พร้อมการยึดเกาะถนนที่มั่นใจได้ ซึ่งได้พิสูจน์และแสดงให้เห็นแล้วว่าแบรนด์เอ็มจีเริ่มเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับพร้อมความไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้าชาวไทย”

Q : ยอดจองของ MG GS นับตั้งแต่เปิดตัว และยอดจองในงานมอเตอร์โชว์
ถือได้ว่ากระแสตอบรับของ NEW MG GS ค่อนข้างดี เนื่องจากลูกค้ามาเยี่ยมชมที่บูธเอ็มจี และขอทดสอบขับมากที่สุดรุ่นหนึ่งภายในงานปีนี้ ทั้งนี้มียอดจองอยู่ที่ 145 คัน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นยอดจองรุ่นขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ (AWD) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทางเอ็มจีได้นำเสนอยานยนต์คุณภาพที่มีความเหมาะสม และยังสามารถ
ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้ ทางเอ็มจีตั้งเป้าที่จะดำเนินการส่งมอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้แก่ลูกค้าโดยเร็วที่สุด ลูกค้าที่จองรถ MG GS ในช่วงนี้ ทางเรามีการจัดโปรโมชั่นรับร้อน จัดเต็มMG SUMMER BONUS ขอมอบประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.นาน1 ปี พร้อมชุดพรมรองพื้น และยังฟรีค่าบริการ inkaNet นาน 5 ปี

Q : MG ในตอนนี้ถือว่าบริษัทมีรถยนต์ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์หรือยัง?
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการก้าวไปเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของตลาดรถยนต์ในเมืองไทย เอ็มจีจึงมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพให้แก่ลูกค้าชาวไทยให้ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยขณะนี้เอ็มจีมีทั้งหมด 4 รุ่น ใน 3 เซ็กเมนต์ ได้แก่ MG3 รถเล็กอุปกรณ์ครบและดีไซน์ที่โดดเด่น และ
NEW MG5 รถซีดานสไตล์วัยทำงาน ที่ต้องการความแตกต่างแต่ครอบคลุมทุกการใช้งาน สำหรับตลาด บี-เซ็กเมนต์ ส่วน NEW MG6 รถยนต์ขนาดกลางสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ ที่ทุกสิ่งต้องควบคุมได้สำหรับตลาด ซี-เซ็กเมนต์ และล่าสุด NEW MG GS รถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าผู้ที่ต้องการรถอเนกประสงค์แนวสปอร์ตสไตล์ผู้นำที่ไม่ชอบตามใคร ส่วนตลาดรถรุ่นอื่นๆ กำ ลังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเป็นไปได้

phongsak_mg_004

Q : แผนการตลาดช่วง 6 เดือนหลังของปี 2016 การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แผนการเปิดตัวในอนาคต
เอ็มจี คาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในภาพรวมจะยังคงทรงตัว ด้วยมูลเหตุของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก แต่ทั้งนี้ เอ็มจียังคงมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ในแบรนด์เอ็มจีให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการจดจำ ความคุ้นเคย และเพิ่มความเชื่อมั่นในรถยนต์เอ็มจี ผ่านช่องทางการสื่อสารรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการเร่งเพิ่มและขยายเครือข่ายโชว์รูม ของเอ็มจี จากปัจจุบัน 40 แห่งทั่วประเทศ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 80 แห่ง ภายในปี 2559นี้ เพื่อครอบคลุมการให้บริการทั่วทั้งประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ “แพสชั่น เซอร์วิส” เพื่อเพิ่มคุณภาพการบริการหลังการขาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดอีกด้วย โดยเอ็มจีได้เปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ดังกล่าวไปแล้ว ที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเราพร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่เจ้าของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นทุกคัน

แพสชั่น เซอร์วิส ประกอบด้วย 5 รูปแบบการให้บริการ ครั้งแรกในประเทศไทย กับรถบริการตรวจเช็กเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะทางนอกสถานที่ ด้วยการนัดหมายผ่านทางCall Center โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เสมือนยกศูนย์บริการมาถึงบ้าน มั่นใจยิ่งขึ้นกับระยะเวลารับประกันสูงสุด 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะรับประกันที่นานที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน อุ่นใจกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 4 ปี จากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการช่วยเหลือทุกสถานที่และทุกเวลา เพราะลูกค้าคือคนสำคัญเสมอ เอ็มจีจึงอยู่เคียงข้างตลอดเวลา ด้วยบริการให้คำปรึกษาผ่าน Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดการเดินทาง บริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม ยกระดับความสะดวกสบายเพื่อลูกค้าเอ็มจีที่นำรถเข้าศูนย์บริการนานเกิน 4 วัน

Q : การผลิตรถยนต์เพื่อเซ็กเมนต์อื่น เช่น Truck, Mini-van,Crossover SUV
เอ็มจี กำลังศึกษาตลาดรถยนต์ของประเทศไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตรถยนต์ที่ตลาดให้ความสนใจและมีศักยภาพ ซึ่งเราต้องทำการศึกษาอย่างละเอียดในทุกๆ ด้าน และ เมื่อมีความพร้อม รวมทั้งความคืบหน้าใดๆ ก็ตาม ทางเอ็มจีจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

Q : ความคืบหน้าของการผลิตรถยนต์ Eco Car
เอ็มจี พร้อมเดินหน้าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้ยื่นความจำนงในการผลิตรถยนต์ Eco Car ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาโครงสร้างธุรกิจและการผลิตสภาวะทางการตลาด ความต้องการของลูกค้าชาวไทย และแผนงานการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ พร้อมรายละเอียดต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้แสดงให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่า เอ็มจีได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญ ทั้งเพื่อการจำหน่ายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาไปจำหน่ายยังหลายประเทศในอาเซียนและทั่วโลก

phongsak_mg_001

Q : ความคืบหน้าแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใหม่ หลังจากเซ็นสัญญาซื้อที่ดินใหม่ในนิคมเหมราช เมื่อปลายปีที่แล้ว?
ปัจจุบันโรงงานแห่งใหม่ของเอ็มจี ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการทำรายละเอียดเพื่อการก่อสร้าง รวมทั้งการออกแบบทั้งในส่วนการก่อสร้างตัวอาคาร การติดตั้งอุปกรณ์ และการจัดวางระบบสายการผลิตต่างๆ เพื่อให้โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นหนึ่งในโรงงานที่ทันสมัยที่สุด โดยมุ่งเน้นหลักการปฏิบัติงานของพนักงานให้เป็นไปในแบบที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ เพื่อเอื้อต่อสภาพการทำงานที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้ เราต้องทำการศึกษาอย่างละเอียดในทุกๆ ด้านและเมื่อมีความพร้อม รวมทั้งความคืบหน้าใดๆ ก็ตาม ทางเอ็มจี จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

Q : ความสำเร็จของ MG3 ทางบริษัทมีแผนการตลาดใหม่ๆ เพื่อรักษาระดับความสำเร็จในเซ็กเมนต์นี้อย่างไร?
MG3 ถือว่าเป็นรุ่นหลักในการทำตลาดของเอ็มจีในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นทั้งการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถตอบสนองทุกความสนุกสนานที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ฟังก์ชันที่ครบครัน กับช่วงล่างที่แน่นสไตล์ยุโรป ภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิก (Brit Dynamic) ซึ่งแน่นอนว่า กิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ของ MG3 จะต้องมีมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยจะทำการโปรโมตควบคู่ไปกับกิจกรรมโรดโชว์ เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายในภาพรวมของเอ็มจี ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

Q: หลังจากเปิดตัวระบบการสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet เสียงตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานจริงเป็นอย่าง?
หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัวเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย หรือinkaNet เป็นครั้งแรก เมื่อกลางปีที่แล้ว ถือว่าสร้างกระแสและพลิกโฉมวงการยานยนต์เมืองไทยด้วยมาตรฐานใหม่ได้เป็นอย่างมาก inkaNet ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือเนวิเกชั่น
เพื่อการนำทาง แต่ inkaNet คือระบบการสื่อสารอัจฉริยะที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีฟังก์ชันอัจฉริยะมากมาย และเป็นประโยชน์ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบเตือนความผิดปกติ เมื่อเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและถูกเคลื่อนออกจากจุดจอดรถไกลมากกว่า 20 เมตร โดยจะแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS และ Push notification หรือระบบสั่งล็อก-ปลดล็อกรถผา่ นแอพพลิเคชั่น รวมการช่วยค้นหารถในพื้นที่จอดขนาดใหญ่ด้วยฟังก์ชัน Find My Car เพื่อสั่งให้รถเปิดไฟหน้าจากระยะไกล ช่วยให้หารถได้ง่ายยิ่งขึ้น

Q : กระแสตอบรับศูนย์อบรมการขับขี่ MG Driving Experience Centre
“MG Driving Experience Centre ถูกสร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้รู้จักและได้ใช้เทคโนโลยีของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่น และเพื่อยกระดับมาตรฐานและการส่งเสริมการขับขี่อย่างปลอดภัยบนท้องถนน” ทั้งนี้ได้สรรหาทีมผู้ฝึกสอนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงมาคอยให้คำแนะนำ นำโดย วริษฐ์ จารุเกียรติพงศา ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ที่มีประสบการณ์มากมายด้านการอบรมและสอนเรื่องการขับขี่ปลอดภัย พร้อมด้วยทีมครูฝึกที่มีทักษะการขับขี่รถยนต์มาร่วมทีมในการฝึกอบรมแก่ผู้ที่สนใจ ภายใต้ชื่อหลักสูตร“ใช้ให้เป็น ขับให้ปลอดภัยกับ MG” โดยในหนึ่งวันจะสามารถรับได้วันละ 10-12 คน ทั้งนี้นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทาง MG Driving Experience Centre ได้รองรับและอบรมความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจไปแล้วมากกว่า 2,200 คน และเร็วๆ นี้ จะย้ายไปเปิดดำเนินการในสถานที่แห่งใหม่ โดยจะมีพื้นที่กว้างขวางเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เดิมถึง 2 เท่า พร้อมด้วยการติดตั้งอุปกรณ์และสถานีทดสอบต่างๆ อันทันสมัย เพื่อรองรับการทดสอบรถยนต์เอ็มจีรุ่นใหม่ๆ ในอนาคต”

Q : แผนการขยายดีลเลอร์ และโชว์รูมใหม่ของ MG ในปีนี้?
ปัจจุบันเครือข่ายโชว์รูมของเอ็มจีมีจำหน่าย 40 แห่ง ขยายเพิ่มเป็น 80 แห่ง ภายในปี 2559 เพื่อให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีโชว์รูมเอ็มจีที่เปิดดำเนินการแล้ว 18 แห่งในกรุงเทพฯ และอีก 22 แห่งในต่างจังหวัด ทั้งหมดนี้คือความเคลื่อนไหวของเอ็มจีในช่วงที่ผ่านมา คงต้องจับตาดูกันต่อ ถึงความสำเร็จของเอ็มจีในไทยจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

gpmag_may2016

ติดดามอ่านเต็มๆ ได้ที่ นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ ฉบับเดือนพฤษภาคม 2559 บนแผงได้แล้ววันนี้ !!!

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.