the-king
HomeHighlightHONDA ACCORD HYBRID

HONDA ACCORD HYBRID

IMG_7673_resize

ฮอนด้าเปิดเกมต่อเนื่องครึ่งปีหลัง ดันยอดปี 57 รุกตลาดไฮบริดรถหรู ชูจุดขาย “ระบบไฮบริดแบบใหม่” พัฒนาผสานเอิร์ธดรีมเทคโนโลยี มั่นใจผู้บริโภคให้การต้อนรับ ประเดิมพาสื่อทดสอบทริปแรกลงใต้  เส้นทางกระบี่-พังงา พร้อมพาทีมออกแบบจากญี่ปุ่นบินลัดฟ้า ตอบทุกข้อสงสัย

IMG_7691_resize

รถยนต์ไฮบริดได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยพื้นฐานของระบบพลังงานที่ไม่ซับซ้อน สามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างแพร่หลาย ด้วยต้นทุนที่ผู้บริโภครับได้ ฝั่งผู้ผลิตจากญี่ปุ่นน่าจะเป็นผู้ผลักดันในเรื่องนี้จนเป็นรูปธรรม แม้แต่ค่ายยุโรปยังต้องยอมรับ ส่วนในประเทศไทยเอง ยุคทองของรถไฮบริดได้เริ่มขึ้นเมื่อมีผู้ผลิตขายรถในราคาต่ำกว่าล้าน แทบไม่ต้องอัดงบทำการตลาดสื่อสารกันมาก และคนไทยมีความคุ้นเคยกับรถไฮบริดพอสมควรในปี 2014 แต่ที่ผ่านมาอาจเป็นรถเกินเอื้อม บนพื้นฐานอัตราค่าน้ำมันที่ยังไม่เดือดร้อนนัก ทฤษฎีการขับเคลื่อนด้วยพลังสะอาดแบบ “ฟูลไฮบริด” เครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ส่งกำลังเป็นงานหลัก แต่กลับเป็นตัวส่งกำลังปั่นไฟผ่านเจนเนอเรเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟฟ้า (EV) ที่ใช้ขับเคลื่อนมอเตอร์ส่งต่อสู่ล้อ และเมื่อคุณเบรกหรือปล่อยคันเร่งเมื่อชะลอรถ  ระบบจะชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ดังนั้น น้ำมันในอัตราส่วนที่เท่าๆ กันกับรถยนต์รุ่นปกติ รถไฮบริดใช้ประโยชน์จากแรงเฉื่อย ระบบเบรก สร้างกำลังกลับมาเก็บไว้ใช้ได้ ปั่นไฟ เก็บไฟ มอเตอร์และเจนเนอเรเตอร์ คือสูตรผสมที่ให้ผลลัพธ์ความประหยัดระดับน้องๆ อีโคคาร์ที่ค่ายฮอนด้าประกาศว่าเป็นจริงแล้ววันนี้ก่อนที่ยุคของรถ EV ไฟฟ้าล้วนจะเข้ามาทำตลาด

IMG_7742_resize

ค่ายฮอนด้านับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญของตลาดรถไฮบริด โดยงานนี้เลือก แอคคอร์ด เป็นเรือธงทำตลาดไฮบริดยุคใหม่ มาพร้อมความแรงและความประหยัด อุดข้อเสียของรถซีดานขนาดใหญ่จนหมดสิ้น เพราะต้องแบกน้ำหนัก 1.6 ตัน ติดตัว ทีมงานวิศวกรเลือกที่จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว แบบ DOHC i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร นำกลับมาพัฒนาใหม่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม เพื่อใช้กับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ก่อนหน้าเราคงไม่นึกว่าจะได้สัมผัสเครื่องตัวนี้แล้ว หลังฮอนด้าเปลี่ยนมาใช้เครื่อง SOHC ในทุกรุ่น เพื่อความประหยัดและเรียกกำลังในรอบต้น เหตุที่ไม่ใช้เครื่องใหญ่ระดับ 2.4 ลิตร นั่นเพราะทำให้รถมีกำลังสูงแต่ประหยัดไม่เข้าเป้า หรือไม่ใช้เครื่อง 1.5-1.8 ลิตร นั่นก็ทำให้ประหยัดดีแต่กำลังน้อย 2.0 ลิตร ดูเพอร์เฟ็กต์ที่สุด ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า (ยังไม่รวมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า) เราคงเสียดายอยู่แค่สองเรื่อ งอย่างแรกคือ ใช้น้ำมัน E20 ถ้าได้ถึง E85 คงจะดีไม่น้อย อย่างที่สอง ถ้าฮอนด้าเล่นเครื่องดีเซลบ้าง คงจะเจ๋งไม่ใช่น้อย เชื่อเถอะ ถ้ามีจริง ราคาน่าโดดไปอีก แข่งขันลำบากไป

IMG_7895_resize

ประเด็นที่น่าสนใจคือ คำโฆษณาที่ปล่อยออกไปว่า รถรุ่นนี้เป็นไฮบริดสองมอเตอร์ ใช่ มันมีสองตัวแต่ทำงานคนละหน้าที่ มอเตอร์ (ตัวส่งกำลังสู่ล้อ) และเจนเนอเรเตอร์ (คือมอเตอร์แต่หมุนคนละด้าน ผลที่ได้สร้างไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ปั่นมอเตอร์) ตอนแรกเข้าใจผิดนึกว่าเป็นมอเตอร์ส่งกำลังสองตัว มันคงจะแรงระดับเอ็นเอสเอ็กซ์ก็ว่าได้ สิ่งที่น่าสนใจคือ กำลังที่มากถึง 169 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลอีก 307 นิวตัน-เมตร เมื่อรวมกับพลังเครื่องยนต์ใน Mode การทำงานที่ต้องเรียกกำลังเต็มระบบ ให้สมรรถนะที่คล่องตัว รวดเร็วกว่าที่คุณเคยพบเห็นหรือสัมผัสในรถรุ่นนี้มาก่อน พลิ้วไหวบนท้องถนนในแบบเซฟๆ  เหยียบคันเร่งระดับ 190 กม./ชม. เป็นบางช่วง ตลอดเส้นทางการขับ 160 กม. ใช้ความเร็วคงที่ 120-140 โดยประมาณ ยังมีอัตราสิ้นเปลืองสูงกว่า14 กม./ลิตร ถ้าขับแบบปกติ ยังคิดไม่ถึงว่าจะได้ตัวเลขสวยขนาดไหนกับรถคันใหญ่แบบนี้ ไม่ต้องสร้างภาพให้ประหยัดในแบบ Slow Drive มันน่าตื่นเต้นชะมัดถ้ามีโอกาส!!!

IMG_7928_resize

IMG_7954_resize

รถไฮบริดไม่มีเกียร์ ใช่และไม่ใช่! เป็นอีกครั้งที่ต้องปรับความคิดในหัวใหม่ ฮอนด้าเรียกระบบส่งกำลังครั้งนี้ว่าเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า E-CVT (Electronic Continuously Variable Transmission) ไม่ต้องนึกว่าหน้าตาเป็นยังไง มันไม่มีให้เห็น นึกเอาว่าระบบส่งกำลังทั้งหมด ส่งกำลังบนแกนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าการขับขี่ในช่วงนั้นโดยมีPower Control Unit ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ทั่งสองตัว เพื่อสั่งเรียกใช้กำลังจากส่วนไหนตามความเร็วและรอบเครื่องยนต์ ซึ่งทำงานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปเพื่อส่งกำลังไปยังล้อในช่วงความเร็วคงที่ ไม่เช่นนั้น ไฟฟ้าอย่างเดียวคงพาตัวถังใหญ่ระดับนี้ไปไม่รอด รวมแล้วฟีลลิ่งเวลากดคันเร่งนุ่มนวลต่อเนื่อง ฉลาดสุดๆ ต้องขอยืมการบินไทยมาใช้ ‘Smooth as Silk’ ในการใช้งานจริงบริเวณตำแหน่งเกียร์จะมีให้เลือกสองโหมด คือแบบปกติ เกียร์ D ใช้งานเป็นหลัก และเกียร์ B เหมือนโหมดสปอร์ตหรือโอเวอร์ไดร์ฟ ที่เวลาถอนคันเร่งจะมีการช่วยเบรกจากมอเตอร์ และทำการชาร์จไฟเก็บในแบตเตอรี่ได้มากขึ้นจากระบบเซอร์โวเบรกไฟฟ้า

IMG_7959_resize

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ความจุไฟฟ้า 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ฮอนด้าคุยว่าขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้ยาวนานกว่าเดิม ติดตั้งบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ระบายความร้อนโดยพัดลมดึงอากาศเย็นจากห้องโดยสารเข้าสู่ที่เก็บแบตเตอรี่ แน่นอน แบตเตอรี่ไม่ว่าจะใช้กับผลิตภัณฑ์แบบไหนย่อมเกิดความร้อน ดูจากโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กัน เวลาใช้บ่อยความร้อนจะส่งผ่านออกมา แต่ แอคคอร์ด ได้รับการพัฒนาจุดนี้มาอย่างดี ผู้โดยสารตอนหลังหมดห่วงเรื่องนี้ไปได้

IMG_7967_resize

รูปแบบการทำงานของระบบไฮบริดขณะขับเคลื่อน (ข้อมูลจาก ฮอนด้า ประเทศไทย)

*การขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบจะสลับการทำงานไปมาอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับการขับขี่

EV Drive Mode มอเตอร์จะขับเคลื่อนด้วยล้อพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ในระบบนี้จะให้ทั้งสมรรถนะและการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ให้ความเงียบเหมือนรถไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง

IMG_7991_resize

Hybrid Drive Mode เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงานและชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็ว ที่ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลัง

Engine Drive Mode พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงและมีแรงเสียดทานต่ำ ซึ่งเหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

IMG_8955_resize

ลองขับกระบี่-พังงา 158.5 กม.

นับว่าเป็นการต่อยอด ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 9 ได้ถูกที่ถูกเวลาในยุคน้ำมันแพง ในสภาพการจราจรหนาแน่นในบ้านเรา สำหรับคนที่คิดลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว นี่คือสุดยอดยนตรกรรมที่รวมทุกเทคโนโลยีในปัจจุบันของฮอนด้าไว้ครบเครื่อง ทั้งระบบความปลอดภัยแบบ 360 องศา สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย หรูหรา ล้ำอนาคต สมรรถนะที่เกิดจากแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม และความสนุก นั่นคือภาพลักษณ์ของ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ งานนี้ฮอนด้าขายพร้อมการรับประกันยาวๆ ให้คุณมั่นใจในระบบไฮบริดได้เต็มที่ ฟีลลิ่งการขับขี่แทบไม่แตกต่างจากรถเครื่อง 3.0 ลิตร V6 มีกำลังให้ใช้ยาวๆ ต่อเนื่อง อัตราเร่งดีตั้งแต่รอบต่ำถึงช่วงความเร็วปานกลางระดับใช้งาน 120-140  เร่งแซงได้อย่างมั่นใจ แต่เมื่อผ่านความเร็ว 160 กม./ชม. ขึ้นไป ต้องรอสักหน่อย ไม่ปรู๊ดปร๊าดในช่วงความเร็วสูง แต่พบว่ายังไหลได้ดีต่อเนื่องถึง 190 จนหมดทางพิสูจน์ต่อ ด้านช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างดี เอาอยู่ทุกสถานการณ์ แม้ฝนจะตกฟ้าจะร้อง หักเลี้ยวเข้าโค้งโหดๆ ได้อย่างแม่นยำ ไม่มีอาการโคลงหรือหน้าดื้อให้เห็น ยิ่งได้ระบบแทร็กชั่นคอนโทรลแจ๋วๆ คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญ ช่วยผู้ขับขี่ได้มาก แถมรถรุ่นนี้ยังมีระบบเตือนคนขับเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้าเกินไป พร้อมแอบเบรกให้อีก  เบรกไฟฟ้าบางคนอาจไม่คุ้น แต่ใช้ไปสักอาทิตย์น่าจะชิน คล้ายกับเวลาเราขับรถที่ไม่เห็นฝากระโปรง ผ่านไปอาทิตย์ก็คุ้นเคย ปรับตัวได้ น่าเสียดายที่เส้นทางทดสอบเพียง 80 กม.ต่อคน ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องเล่ามาฝากอีกเพียบ เราคงไม่พูดกันเรื่องออปชั่น เพราะมันจะยาวไปอีกหลายหน้ากระดาษ ไปดูต่อกันที่โชว์รูมฮอนด้าได้ ถ้าชอบแนะนำให้ลองขับ สำหรับผม แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ “หรู ขับสนุก นั่งสบาย ประหยัดค่าน้ำมัน”

IMG_8838_resize

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,899,000 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) ฮอนด้ารับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 10 ปี เมื่อจองหรือรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

รายละเอียดทางเทคนิค

เครื่องยนต์

แบบ                                                                        DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC

ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง                                        หัวฉีดมัลติพอยต์ PGM-FI

ความจุ (ซี.ซี.)                                                         1,993

เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบxช่วงชัก (มม.)       81.0×96.7

อัตราส่วนกำลังอัด                                                  13.0:1

กำลังสูงสุด กิโลวัตต์(พีเอส)/รอบต่อนาที            105(143)/6,200

แรงบิดสูงสุด นิวตัน-เมตร(กก.-ม.)/รอบต่อนาที   165(16.8)/4,500

มอเตอร์ไฟฟ้า

ชนิด                                                                        มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร

กำลังสูงสุด กิโลวัตต์(พีเอส)                                  124(169)

แรงบิดสูงสุด นิวตัน-เมตร(กก.-ม.)                         307(31.3)

แบตเตอรี่ ชนิด                                                        ลิเธียมไอออน

ความจุไฟฟ้า กิโลวัตต์-ชั่วโมง                               1.3

เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

กำลังสูงสุดรวม (พีเอส)                                          199

ระบบส่งกำลัง

ระบบเกียร์                                                                Electronic Continuously Variable Transmission (E-CVT)

อัตราทดเกียร์                                                          2.450(มอเตอร์ไฟฟ้า)/0.803(เครื่องยนต์)

อัตราทดเฟืองท้าย                                                  3.421

ระบบพวงมาลัย                                                       แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS)

ระบบเบรก หน้า/หลัง                                             ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน/ดิสก์เบรก

ระบบกันสะเทือน หน้า                                            อิสระ แบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง                                            อิสระ แบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง

มิติรถ ยาวxกว้างxสูง (มม.)                                    4,870×1,850×1,465

ฐานล้อ   (มม.)                                                        2,775

น้ำหนักรถ (กก.)                                                     1,633

ขนาดล้อและยาง                                                    18x8J 235/45R18

ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)                                            60

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.