the-king
HomeHighlightFORD Fiesta 1.0 EcoBoost เครื่องเล็ก ขับสนุก สไตล์อีโคคาร์ ราคาแรงไปหน่อย

FORD Fiesta 1.0 EcoBoost เครื่องเล็ก ขับสนุก สไตล์อีโคคาร์ ราคาแรงไปหน่อย

GOLF8378_resize

FORD Fiesta เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกในปี 1976 เป็นรถที่บริษัทฟอร์ดผลิตขึ้นมาเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำมันในช่วงปี 1973 ด้วยการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กออกจำหน่ายในตลาดยุโรป ซึ่งสามารถจำหน่ายรถยนต์กว่า 2 ล้านคัน ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ต่อมาได้ปรับปรุงพัฒนารูปลักษณ์และเครื่องยนต์ให้ดูดีตามยุคสมัย รวมทั้งขยายฐานการผลิตและจำหน่ายไปยังทวีปอเมริกาและเอเชีย

นับจากวันนั้นถึงวันนี้ FORD Fiesta เดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 6  โดยเปิดตัวออกสู่ตลาดโลกเมื่อปี 2008  และแจ้งเกิดในบ้านเราเมื่อเดือนกันยายน 2010 พร้อมกับสร้างกระแสฮือฮาอย่างมาก โดยระยะแรกมีเครื่อง 1.4 และ 1.6 ลิตร ต่อมาในปี 2012 ฟอร์ดนำเครื่องยนต์ 1.5 มาใส่ลงใน Fiesta เพื่อสนองนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล และอัดออปชั่นมาแบบเต็มกระบอกสูบ ทำให้รถยนต์นั่งของฟอร์ดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มรถขนาด B-Segment 

GOLF8401_resize

Fiesta เป็นผลผลิตที่ Ford Motor ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดโลก รวมทั้งเมืองไทย  เพราะรูปร่างที่โดนใจคนทั่วโลก บวกกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และช่วงล่างที่ฟอร์ดพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเนียนตา ทำให้ฟอร์ดโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำจากรถโมเดลนี้ การมาถึงของ New Fiesta โฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยเครื่องยนต์ EcoBoost 1.0 ในเมืองไทย ทำเอาตลาดรถเล็กสั่นสะเทือนอีกครั้ง เพราะนอกจากรูปทรงที่ดูเท่กว่าเดิม เครื่องยนต์ก็จัดจ้านขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ด้านนอกดีไซน์ใหม่รอบคัน

ภายนอกของ Fiesta EcoBoost มีการปรับปรุงโฉมใหม่เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น 4 ประตู เรียกได้ว่าถ่ายเอกสารมาจากรุ่นพี่อย่าง ฟอร์ด มอนดิโอ เลยทีเดียว มีการปรับกันชนหน้าที่ดูเรียวมากขึ้น และติดลิ้นหน้ามาให้ในรุ่น 5 ประตู กระจังหน้าใหญ่โต 2 ชั้น เสริมด้วยแถบโครเมียม ไฟหน้าจัดวางได้อย่างลงตัวรับกับไฟตัดหมอก ฝากระโปรงหน้ามีเส้นสายเพิ่มมากขึ้น กระจกมองข้างดูเรียวเล็กมากขึ้น ล้ออัลลอย 16 นิ้ว รัดด้วยยาง Continental ขนาด 195/50R16 ด้านท้ายในรุ่น 4 ประตู มีการปรับเปลี่ยนกันชน ฝาท้ายและไฟท้ายใหม่ ทำให้ดูโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากขึ้น ส่วนรุ่น 5 ประตู ไฟท้ายเปลี่ยนใหม่ ในส่วนของกันชนท้าย เพิ่มดิฟฟิวเซอร์และติดสปอยเลอร์หลัง ดูสปอร์ตมากขึ้น รูปทรงผิวเผินอาจจะไม่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนมากนัก แต่ฟอร์ดได้ปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิกส์ของ Fiesta EcoBoost ต่างไปจากเดิมมาก ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดี ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองที่น้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน

GOLF8654_resize

GOLF8657_resize

ภายในปรับใหม่ บนพื้นฐานรุ่นเดิม

ภายใน Fiesta EcoBoost ในรุ่นซีดาน 4 ประตู เลือกใช้สีทูโทน เบจ/ดำ และรุ่นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู เลือกใช้สีโทนดำ เพิ่มทั้งความหรูและความสปอร์ตมากขึ้น เบาะคู่หน้าโอบกระชับรัดตัวดี ส่วนเบาะหลังค่อนข้างคับแคบและไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ จากการทดสอบคนตัวเล็ก (สูงประมาณ160 ซม.) ยังรู้สึกอึดอัด ขยับแข้งขาลำบากอยู่พอสมควร แผงประตูตัดขอบด้วยวัสดุดำเงา สีเปียโนแบล็ก พวงมาลัยแบบสามก้าน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย มองผ่านพวงมาลัยไปจะเห็นมาตรวัด 2 วง รูปร่างคล้ายแว่นตาจัดวางอยู่ บอกความเร็วรอบเครื่องยนต์และความเร็วรถ ตรงกลางมีจอแสดงผลต่างๆ แผงคอนโซลมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เริ่มจากจอแสดงผล Multi Display ขนาด 3.5 นิ้ว เครื่องเสียงถูกอัพเกรดให้สั่งงานด้วยเสียง SYNC รับคำสั่งได้ 15 ภาษา ตรงนี้ยังเป็นจุดด้อยที่การสื่อสารด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาไทย มีปัญหาที่เครื่องไม่สามารถรับคำสั่งได้ตามต้องการ ทำให้การใช้มือจะสะดวกกว่าการสั่งด้วยเสียงแม้ว่าจะปรับปรุงมาก็ตาม  ระบบ Bluetooth เชื่อมต่อกับสมาร์ทไฟนเพื่อความสะดวกในการรับสายขณะขับรถ คอนโซลกลางใต้เกียร์ยังมีช่อง USB และ AUX เป็นอีกระบบความบันเทิงที่เพิ่มมาให้ระบบแอร์แบบออโต้ปุ่มสตาร์ท Smart Keyless Entry รวมทั้งระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติยังคงใส่มาให้ครบครัน แสงสีภายในห้องโดยสารถูกเปลี่ยนจากสีแดงในรุ่นก่อนมาเป็นสีฟ้า (Ice Blue) ทำให้บรรยากาศการขับขี่ช่วงค่ำคืนดู Cool มากขึ้น ทั้งนี้ ฟอร์ดพยายามอย่างมากที่จะใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย รวมไปถึงระบบความบันเทิงมาให้มากที่สุด เพราะฟอร์ดมองว่าพื้นฐานกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน มีความต้องการเข้าถึงการสื่อสารตลอดเวลา และการสื่อสารนั้นต้องสะดวก รวดเร็วอีกด้วย

GOLF8624_resize

GOLF8635_resize

GOLF8629_resize

EcoBoost 1.0 สามสูบจอมพลัง การันตีด้วยรางวัล

ไฮไลต์สำคัญที่เชิดหน้าชูตาของ Fiesta MinorChange รุ่นนี้ คือฟอร์ดสลัดเครื่อง 1.6 ลิตร โยนทิ้งไปแล้ว แทนที่ด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร ขนาดเล็กพริกขี้หนู บล็อก 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 998 ซี.ซี. ทำงานควบคู่กับ Turbocharger แม้จะมีแค่ 3 สูบ แต่สามารถให้พละกำลังสูงสุดถึง 125 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร (17.32 กก.-ม.) ที่ 1,400-4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Power Shift แบบ Dual Clutch  6 จังหวะ ซึ่งเป็นเกียร์ตัวเดียวกันกับที่อยู่ในเครื่อง 1.6 ทางวิศวกรของ FORD เคลมไว้ว่า จะมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง18.9 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 121 กรัม/กิโลเมตร แต่ในสภาพการใช้งานจริงๆ ค่าความสิ้นเปลืองเท่าที่วัดค่าได้ ในกรณีที่ใช้ในเมือง เฉลี่ยโดยรวมทั้งการจราจรที่แออัดและคล่องตัว ประมาณ 10.75 กม./ลิตร บางช่วงที่รถติดมากๆ ค่าตัวเลขการบริโภคน้ำมันจะอยู่ที่ 8.93 กม./ลิตร สำหรับการเดินทางไกล ซึ่งวัดค่าบนไฮเวย์ล้วนๆ ไม่มีการใช้งานในเมือง รวมระยะทาง 128.90 กม. เติมน้ำมัน 9.15 ลิตร เฉลี่ย14.09 กม./ลิตร ก็ประหยัดดีครับ แต่เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5-1.6 ลิตร อัตราความสิ้นเปลืองใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมากมาย

GOLF8471_resize

เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร ถือเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดในตระกูล EcoBoost พูดง่ายๆ คือ ถ้าถอดตัวเครื่องออกมาจากตัวรถ สามารถนำเครื่องยัดในกระเป๋าเดินทางใส่ในรถทัวร์และพามันเที่ยวได้เลย  นับว่าเป็นหมัดเด็ดที่ฟอร์ดพยายามเข็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมันแต่ยังให้อารมณ์ในการขับขี่ที่สนุกเช่นเดิม จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเครื่องยนต์ EcoBoost ถึงได้รับรางวัล “เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับนานาชาติ”Engine of the Year Award ถึง 2 ปีซ้อน แบบไร้คู่ต่อกร

ช่วงล่างดี พวงมาลัยคมกริบ เบรกเอาอยู่

ระบบกันสะเทือนของ Fiesta EcoBoost  ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม และปรับปรุงโช้คอัพให้เฟิร์มมากขึ้น มีระบบ Hill Launch Assist  ช่วยให้การขับขึ้นหรือลงจากเนินเขา ทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับ ต้องชมฟอร์ดในเรื่องของช่วงล่างจริงๆ เพราะเซ็ตช่วงล่างมาได้อย่างลงตัวและขับสนุกในทุกช่วงความเร็ว ต่อกันที่พวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPAS (Electronics Power-Assisted Steering) ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ น้ำหนักกำลังดี ไม่หนักและเบาเกินไป เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจทั้งซ้ายและขวา ระบบห้ามล้อ เป็นแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti Lock Braking System) ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronics Brake Force Distribution) ระบบเบรกทำงานได้ดีมาก ตอบสนองไว แม้อยู่ในช่วงเบรกอย่างกะทันหัน จนบางทีอาจจะไวไปด้วยซ้ำ แต่ถือว่ารับได้ ไม่ใช่อุปสรรคอะไรมากมาย ติดอยู่อย่างเดียวตรงที่เบรกหลังน่าจะใส่ดิสก์เบรกมาให้ด้วย จะได้ครบเครื่องและดูหล่อขึ้นอีกเป็นกอง

GOLF8454_resize

หลังจากทดสอบแล้ว พิษสงของ 1.0 EcoBoost ซึ่งคนส่วนใหญ่กลัวว่าเครื่องเล็กจะต้องรับภาระหนักในการขับเคลื่อน แต่พอได้ขยับก็พบว่าเครื่องยนต์รุ่นนี้ไม่ธรรมดาเลย ในช่วงความเร็วสูงที่ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบการทำงานเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,250 รอบ/นาที ความเร็ว 120 กม./ชม. อยู่ที่ 2,750 รอบ/นาที  ในส่วนของอัตราเร่งก็เล็กพริกขึ้หนู เพราะเมื่อกระแทกคันเร่งลงไป จะรับรู้แรงดึงที่ชัดเจน เรียกง่ายๆ ว่า “หลังติดเบาะ” ตั้งแต่ระยะออกตัวไล่ไปถึงความเร็วระดับ 100-160 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยไม่มีท่าทีว่าเครื่องยนต์จะหมดแรงแม้แต่น้อย เทอร์โบทำงานได้ดี บวกกับรอยต่อเกียร์ที่ลื่นไหลของพาวเวอร์ชิฟต์ ทำให้รถคันนี้แรงเกินกว่าที่คาดไว้จริงๆ  ใครคิดจะท้าลองกับเครื่องยนต์ตัวนี้ละก็ บอกเลย “งานนี้ไม่หมูแน่นอน”  แล้ว 1,000 ซี.ซี. มันจะไหวหรือ ?? เชื่อว่าหลายคนคิดแบบนี้ “ไหวหรือ วิ่งหรือ ไม่อืดนะ” แต่พอเอาเข้าจริง หลังจากได้ทดสอบแล้ว ไร้ข้อกังขาหมดทุกอย่าง ทั้งเครื่องและเกียร์ ฟอร์ดดีไซน์ออกมาได้ลงตัวมาก เมื่อพ่วงกับเทอร์โบที่เซ็ตมาได้อย่างลงตัวในทุกความเร็ว เครื่อง1.0 ลิตร ที่มีแรงม้า 125 แรงม้า สามารถเทียบรุ่นได้กับเครื่อง 1.5 และ 1.6 เลยก็ว่าได้ ช่วงล่างออกแบบกระชับและเฟิร์ม มั่นใจได้เมื่อรถอยู่ในความเร็วสูง เบรกนิ่มนวล ทุกอย่างมันดูลงตัวไปหมด แต่ยังมีจุดบกพร่องเล็กน้อยให้ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่บ้าง

 

GOLF8662_resize

open_resize

แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อติ  ซึ่งการออกแบบหลายอย่างยังใช้งานไม่สะดวก เช่น เบาะนั่งหน้าแม้ว่าจะนั่งกระชับ แต่ถ้าคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่จะรู้สึกแคบและอึดอัด  ส่วนเบาะหลัง ตามแบบฉบับเดิมคือพื้นที่แคบ นั่งแล้วรู้สึกเมื่อยล้ามาก  แล้วก็ในจุดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไม่มีมือจับที่นั่งหลัง มีแค่หูหิ้วไว้ห้อยไม้แขวนเสื้อเท่านั้น ตำแหน่งปุ่มควบคุม เปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า ใช้งานไม่ถนัดคล่องตัว แถมหน้าดิสก์-หลังดรัม  ไม่ทันสมัย ขอดิสก์เบรก 4 ล้อเถอะ และที่ผู้ใช้รถฟอร์ดบ่นเสมอคือ เรื่องศูนย์บริการ ที่ยังตามหลังคู่แข่งในเรื่องของการบริการ คงต้องให้แฟนฟอร์ดไปทดลองขับ Fiesta 1.0EcoBoost แล้วจะรู้ว่าดีจริงหรือไม่ กับราคาค่าตัว 7.49-7.54  แสนบาท

 

รอบการทำงานของเครื่องยนต์

ความเร็ว 80 กม./ชม. 1,750 รอบ/นาที

ความเร็ว 100 กม./ชม. 2,250 รอบ/นาที

ความเร็ว 120 กม./ชม. 2,750 รอบ/นาที

 

SPECIFICATION

FORD Fiesta 1.0 EcoBoost

แบบเครื่องยนต์                                                     3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Ti-VCT พร้อมเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

ปริมาณความจุ (ซี.ซี.)                                           998

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                                 71.9 x 81.9

กำลังสูงสุด  (แรงม้า/รอบ/นาที)                           125/6,000

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)                         170/1,400-1,500

อัตราส่วนกำลังอัด                                                  10.0: 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                                                43

ระบบขับเคลื่อน                                                        ล้อหน้า

ระบบเกียร์                                                                อัตโนมัติ Powershift 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา

ระบบพวงมาลัย                                                        แร็ค แอนด์ พิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า

ระบบกันสะเทือนหน้า                                               อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท    พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                                               กึ่งอิสระ ทอร์ชั่นบีม

ระบบเบรก หน้า/หลัง                                                ดิสก์เบรกมีช่องระบายความร้อน/ดรัมเบรก

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.) รุ่น4ประตู                                      1,977×4,460×1,475

มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.) รุ่น 5 ประตู                                    1,978 x3,969 x 1, 464

ความกว้างล้อหน้า (มม.) รุ่น 4 ประตู                                        1,472 – 1,477

ความกว้างล้อหน้า (มม.) รุ่น 5 ประตู                                         1,473 – 1,493

ความกว้างล้อหลัง (มม.) รุ่น 4 ประตู                                         1,461 – 1,466

ความกว้างล้อหลัง (มม.) รุ่น 5 ประตู                                          1,460 – 1,480

ฐานล้อยาว (มม.)                                                                        2,489

น้ำหนักรถ  (กก.)                                                                          1,112

ขนาดล้อและยางอัลลอย                                                              16” 195/50/R16

อัตราความสิ้นเปลือง

ในเมือง (กม./ลิตร)                                                            8.9-10.75

นอกเมือง  (กม./ลิตร)                                                        13.5-15.5

ราคาจำหน่าย

รุ่น 4 ประตู 1.0 EcoBoost Titanium AT (บาท)                          779,000

รุ่น 5 ประตู  1.0 EcoBoost Sport  AT (บาท)                                779,000

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.