the-king
HomeTechnology AnalyzeCHEVROLET Corvette Z06
cover_CHEVROLET-Corvette-Z06

CHEVROLET Corvette Z06

อัพเกรดด้วยซูเปอร์ชาร์จ ยกระดับพละกำลังแตะ 625 hp!!!

ราว 1 ปีที่ผ่านมา CHEVY ได้สร้างสีสันให้รถสปอร์ตอเมริกัน ด้วยการส่ง Corvette เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ C7 กับนิกเนม ‘Stingray’ ลงสู่ถนน แม้จะไม่โดดเด่นเรื่องความแรง โดยเฉพาะเมื่อต้องนำไปเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตกลุ่มบนจากฝั่งยุโรป แต่เรื่องฟีลลิ่ง และแฮนด์ลิ่ง C7 ไม่เป็นรองคู่แข่งรายใด แชสซีถูกออกแบบมารองรับการต่อยอดในอนาคต และ Corvette Z06 นับเป็นสเต็ปแรกของการโม ตามติดมาด้วย Z07 ที่จัดเต็มในระดับน้องๆ ตัวแข่ง โดยทั้ง Z06 และ Z07 มีพละกำลังตุนเอาไว้สูงถึง 625 hp ส่วนสเต็ปสุดท้าย ZR1 ก็มีความเป็นไปได้ว่า CHEVY จะส่งไปเป็นคู่แข่งโดยตรงของซูเปอร์คาร์ระดับบนสุด อย่าง LaFerrari และ 918 Spyder เลยทีเดียว

ผู้เขียนได้เจาะลึกเรื่องราวของ Corvette C7 ทันทีที่ตัวรถเผยโฉมออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2013 (MY 2014) และ Z06 (MY 2015) ก็เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดที่ยังคงใช้พื้นฐานร่วมกับ C7 ทุกประการ เลยต้องขออนุญาตคุณผู้อ่านนำบทความของ C7 มาอัพเดท เพื่อให้เนื้อหาของ Z06 ครบถ้วน และสมบูรณ์แบบมากที่สุด ตามแนวทางการนำเสนอเรื่องราวทางเทคโนโลยีในรถยนต์ของคอลัมน์นี้

Corvette เป็นหนึ่งใน ‘ขุนศึก’ ตัวแทนรถสปอร์ตอเมริกัน ถือกำเนิดขึ้นในปี 1953 เริ่มต้นกับ C1 ที่มีอายุยาวนานไปจนถึงปี 1962 จากนั้นจึงก้าวไปถึงยุคของ C2 กับนิกเนม ‘Stingray’ ที่รับช่วงต่อไปจนถึงปี 1967 ต่อมาในปี 1968 เป็นเวลาของ C3 หรือ Shark เจ้าฉลาม ขายยาวนานข้ามทศวรรษมาจนถึงปี 1982 จึงได้ฤกษ์เปลี่ยนบอดี้เป็น C4 ที่มีจำหน่ายระหว่างปี 1983-1996 บอดี้นี้เป็น Corvette เจเนอเรชั่นแรกที่มีเวอร์ชั่นแรง ZR1 จากนั้น C5 ได้มารับช่วงต่อไปในปี 1997-2004 โดยมี C6 มาสานต่อภารกิจซูเปอร์คาร์ประจำชาติในปี 2005 ลากยาวมาจนถึงต้นปี 2013

ดังนั้น Corvette จึงเป็นตระกูลรถสปอร์ตระดับตำนานจาก  GM จวบจนปัจจุบันพัฒนามาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ C7 ซึ่งเป็นรถปี 2014 นับเป็นเจเนอเรชั่นที่สอง ที่พร้อมส่งไปเปิดตลาดในยุโรปอย่างเป็นทางการ จุดขายนอกจากเรื่องหน้าตาและสมรรถนะอันเร้าใจสไตล์อเมริกัน ก็ยังมีเรื่องราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งจากยุโรปอยู่หลายสตางค์ มีทั้งตัวถังคูเป้ และ Convertible หรือเปิดประทุน แถมยังจะมีเวอร์ชั่นแรงจ่อคิวตามกันออกมาอีก สำหรับ C7 รถถนน ไล่เรียงตามระดับความแรงและของเล่นพิเศษได้ดังนี้  C7 รุ่นพื้นฐาน, Z06, Z07 และ ZR1

C7 รุ่นพื้นฐาน ยังแตกไลน์ออกเป็น 3 รุ่นย่อย ตามความคับคั่งของอุปกรณ์หรือ Trim Levels ได้แก่ 1LT, 2LT และ 3LT (เกรดของวัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร) ตามมาด้วยชุดแต่งหล่อ หรือ Performance Package (ล้อ, ยาง, เบรก, กันสะเทือนแบบ Active) ที่ใช้รหัสว่า Z51 เป็น C7 เวอร์ชั่นที่ถูกเติมเต็มความสปอร์ตเข้ามาอีกเล็กน้อย

 

2015 Chevrolet Corvette Z06

ตัวถังของ Z06 แตกต่างจาก Corvette C7 รุ่นพื้นฐาน ด้วยชุดแอโรไดนามิกคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน (Carbon Fiber Aero Package)

Corvette C7 ตัวเริ่มต้น จะใช้เครื่องยนต์ V8 6.2 ลิตร บล็อกใหม่เอี่ยม มาพร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ทุกระบบในรถได้รับการอัพเกรดขึ้น วิศวกรการันตีความสดใหม่ในระดับ 99.9 เปอร์เซ็นต์ (เมื่อเทียบกับ Corvette C6) ความสมบูรณ์แบบที่สัมผัสได้ไม่แตกต่างจากซูเปอร์คาร์ยุโรป สิ่งสำคัญเครื่องยนต์บล็อกใหม่ยังถูกเรียกว่า Small Block Engine ที่พัฒนามาจนถึง Gen 5 มีขนาดและน้ำหนักน้อยกว่าเครื่องยนต์ในพิกัดใกล้เคียงกัน โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาอยู่ที่เรื่องพละกำลัง และความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ตัวถังของ Corvette C7 มองผิวเผินหลายท่านอาจคิดว่าใหญ่โตเช่นเดียวกับรถอเมริกันทั่วไป แต่หากลองเปรียบเทียบขนาดตัวถัง จะพบว่า Corvette มีสัดส่วนอยู่ในระดับเดียวกับ PORSCHE 911 (991) เพราะ Corvette ยาวกว่าเพียง 4 มิลลิเมตรเท่านั้น ด้วยความตั้งใจให้เป็นรถสปอร์ตตั้งแต่กำเนิด วิศวกรจึงให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัสดุสำหรับโครงสร้าง ระบบกันสะเทือน รวมถึงตัวถังมากเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ตัวพื้นฐานกันเลย วัสดุหลักที่ใช้มีเพียง อะลูมินัมอัลลอย, แมกนีเซียมอัลลอย และคาร์บอนไฟเบอร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ น้ำหนักตัวรวมเฉียด 1.5 ตัน เบากว่าซูเปอร์คาร์ยุโรปตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักร้อยกิโลกรัม และจะเป็นอย่างไร หากความเบาดังกล่าวต้องมาพบกับม้าอเมริกันล่ำๆ ถึง 450 ตัว ขณะที่ 911 Carrera S ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรง มีกำลังอยู่ที่เพียง 400 แรงม้าเท่านั้น

คุณผู้อ่านอย่าได้สบประมาทซูเปอร์คาร์ และรถสปอร์ตที่แรงเพียงแค่ 400-450 แรงม้า เพราะทิศทางการพัฒนารถแรงในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว จากมุ่งเน้นแรงม้ามหาศาล แปรเปลี่ยนมาที่ตัวเลข ‘อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก’ ม้าหนึ่งตัว ยิ่งแบกน้ำหนักน้อยๆ ยิ่งดี อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักจึงเป็นตัวแปรหลักต่อสมรรถนะในการขับขี่สำหรับรถสปอร์ต และซูเปอร์คาร์ยุคใหม่ ผู้ผลิตจึงทุ่มเทพัฒนาทุกองค์ประกอบในรถให้เบาลง ด้วยวัสดุขั้นเทพเท่าที่จะสรรหามาได้

 

2015 Chevrolet Corvette Z06

บั้นท้ายทรงเสน่ห์ พร้อมเส้นสายที่คมกริบ ถูกวางต่อเนื่องมาจากด้านข้าง โหดข่มขวัญคู่แข่งด้วยปลายท่อไอเสีย 4 ท่อ

2015 Chevrolet Corvette Z06

พื้นผิวและช่องรับลมบนตัวถัง การออกแบบโดยสร้างสมดุลระหว่าง Lift Force (แรงยก) และ Down Force (แรงกด) ขณะรถเคลื่อนที่ วิศวกรให้เวลากับอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น เพราะช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ได้โดยตรง

เรื่องรูปลักษณ์ Corvette C7 ยังรักษาแนว Retro หน้ายาว ท้ายสั้นที่คอรถสปอร์ตหลงใหลไว้ได้เช่นเดิม สมัย C6 ตัวถังที่ดูปราดเปรียวให้ตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศ (Drag Coefficient: Cd.) ในระดับ 0.28 ส่วน C7 ลู่ลมในระดับ 0.29 เพราะเน้นสร้างสมดุลระหว่างแรงยก (Lift Force) กับแรงกด (Down Force) ที่เกิดขึ้นกับตัวถัง สำหรับ Z06 และ Z07 ที่ถูกเพิ่มเติมต่อด้วยชุดแอโรไดนามิกคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ยังไม่เปิดเผยค่า Cd. ออกมา แต่มีความเป็นไปได้ว่า ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศจะสูงกว่า C7 รุ่นพื้นฐาน เพราะตัวถังของ Z06 และ Z07 ต้องการใช้ประโยชน์จากแรงกดให้มากที่สุด โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาสปอยเลอร์ขนาดใหญ่เหมือนในอดีต

ห้องโดยสารของ C7 ทุกรุ่นแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยที่ระดับของเฟอร์นิเจอร์ ทีมออกแบบทำการบ้านมาเป็นอย่างดี การตกแต่งภายในดูลงตัวขึ้นแบบผิดหูผิดตา ดีไซน์โดยรวมยังคงมาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Corvette ในความหรูและเรียบง่ายนั้น ได้ซ่อนความไฮเทคไว้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะระบบ HUD หรือ Head-up Display ที่จะฉายรอบเครื่องและความเร็วขึ้นไปแสดงไว้ในส่วนล่างของกระจกบังลมหน้า ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาสำหรับระบบ HUD ได้แก่ G-Meter ทำหน้าที่แสดงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ขณะเข้าโค้ง แรงดึงขณะออกตัว และแรงกระชากขณะเบรก BREMBO ทำงาน หรือที่เรียกรวมๆ กันว่า ‘แรง g’ ซึ่งวิศวกร GM คุยว่า C7 สามารถทำได้ถึง 1 g-1.3 g เลยทีเดียว

ในส่วนฟีลลิ่งและแฮนด์ลิ่ง ต้องบอกว่า Corvette เป็นหนึ่งในผู้นำ ให้ความสำคัญกับการกระจายน้ำหนักไม่เป็นรองเรื่องอื่นๆ เริ่มต้นจากการลดขนาดเครื่องยนต์ลง (กว้าง x ยาว x สูง) แม้จะมีขนาดความจุใหญ่โต แต่ขนาดของเครื่องกะทัดรัดเอามากๆ นั่นช่วยให้ตำแหน่งการวางถอยร่นเข้ามาชิดติดกับผนังห้องเครื่องได้มาก เข้าสูตร Front-mid Engine เพราะจุดศูนย์รวมของน้ำหนักถอยร่นมาอยู่หลังเพลาหน้า จุดที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปคือ กระปุกเกียร์จะถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งมาติดกับเพลาหลัง (รถยนต์ทั่วไปกระปุกเกียร์จะอยู่ติดกับเครื่องยนต์)

2015 Chevrolet Corvette Z06

โครงสร้างหลักเน้นความเบาด้วยการใช้วัสดุหลักเป็นอะลูมิเนียม และแมกนีเซียมอัลลอย ขณะที่ตัวถังถูกขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ นั่นทำให้น้ำหนักรวมของ Z06 และ Z07 เบากว่าคู่แข่งจากยุโรป

2015 Chevrolet Corvette Z06

จัดเต็มด้วยยางคู่หน้า 285/30ZR19 ส่วนคู่หลัง 335/25ZR20

2015 Chevrolet Corvette Z06

Fenders ด้านข้าง มีมาให้มากกว่า C7 รุ่นมาตรฐาน เพื่อให้รับกับระยะความกว้างของล้อหน้าและล้อหลัง (Tracks) ที่เพิ่มขึ้น 56 และ 80 มิลลิเมตร ตามลำดับ

2015 Chevrolet Corvette Z06 standard carbon-fiber hood vent

ไฟหน้ามาตรฐานใช้แบบ HID Xenon ที่รองรับการอัพเกรดไปใช้เทคโนโลยี LED ในอนาคต

2015 Chevrolet Corvette Z06 standard carbon-fiber hood vent

เบื้องล่างช่องรับลมบนฝากระโปรงหน้า คือ ซูเปอร์ชาร์จจาก EATON อุปกรณ์หลักในการเพิ่มแรงม้าอีก 200 hp

เครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ถูกเชื่อมต่อกันด้วยเพลากลาง การกระจายน้ำหนักของ Corvette C7 จึงออกมาตามที่วิศวกร GM จินตนาการ หน้า:หลัง สมดุลในระดับ 50:50 ให้การบังคับควบคุมเฉียบคมไม่แตกต่างกับซูเปอร์คาร์วางเครื่องยนต์กลางลำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการอัพเกรดซอฟต์แวร์ระบบแปรผันองศาการหักเลี้ยวของพวงมาลัยที่ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า (EPS) ให้ sensitive และแม่นยำมากกว่าเดิมด้วย

                Corvette ละทิ้งเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ แล้วมาลงเอยกับบล็อก V8 นับแต่ปี 1955 จากนั้นจึงรักอย่างมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งเครื่องยนต์  V8 ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Corvette ไปเสียแล้ว จนถึงปัจจุบันเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ในส่วนของเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงไปไม่มาก ยังคงรูปแบบเครื่องยนต์แบบ OHV (Overhead Valve) ซึ่งดูโบราณในความคิดของวิศวกรเยอรมันและญี่ปุ่น แต่ทว่า ‘ขลัง’ และเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์สำหรับวิศวกรอเมริกัน เทคโนโลยีเครื่องยนต์รูปนี้ที่จะช่วยเรียกแรงบิดมหาศาล ในแบบที่ขาซิ่งอเมริกันต้องการ ดังนั้น ส่วนที่ถูกปรับเปลี่ยนไปบนสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์ V8 ของ Corvette โมเดลปัจจุบัน จึงมีเพียงระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด และเทคโนโลยีในส่วนของวัสดุเท่านั้น

เครื่องยนต์ OHV ของ Corvette จะซ่อนเพลาลูกเบี้ยว (Camshaft) ไว้ตรงกลางระหว่างเสื้อสูบทั้ง 2 ฝั่ง เพลาลูกเบี้ยวรับกำลังมาจากโซ่ที่ถูกขับโดยฟันเฟืองจากเพลาข้อเหวี่ยง แล้วจึงใช้ลูกเบี้ยวทั้ง 16 ลูก คอยกำหนดจังหวะเปิด-ปิดของวาล์วไอดี 8 ตัว และวาล์วไอเสีย 8 ตัว ให้เป็นไปตามลำดับการจุดระเบิด โดยลูกเบี้ยวจะส่งกำลังผ่านลูกกระทุ้งลิ้น-ก้านกระทุ้งลิ้น-กระเดื่องกดวาล์ว แล้วจึงไปกดเพื่อเปิด-ปิดวาล์วในส่วนบนของฝาสูบได้ในที่สุด เจ้าตัวกลางหรือก้านกระทุ้งลิ้น (Push Rod) มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกยาวคล้ายตะเกียบ หลายๆ คนจึงเรียกเครื่องยนต์รูปแบบนี้ว่า ‘เครื่องยนต์ตะเกียบ’ นั่นเอง

 

2015 Chevrolet Corvette Z06's Z07 Performance Package

จานเบรกคาร์บอน-เซรามิก เป็นอุปกรณ์มาตรฐานรุ่น Z07

2015 Chevrolet Corvette Z06 flat-bottomed steering wheel

คาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุตกแต่งเพิ่มมูลค่าให้ทั้งตัวถังภายนอก และภายในห้องโดยสาร

2015 Chevrolet Corvette Z06

ห้องโดยสารใช้ดีไซน์ใหม่ ลูกค้าเลือกธีมสีได้ตามความต้องการ แผงมาตรวัด แสดงผลผ่านจอ LCD จึงใส่ลูกเล่นต่างๆ ได้มากมายเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์

วิศวกร GM มองว่าพวกเครื่องยนต์ประเภท ‘แคมเยอะ’ (DOHC: Double Overhead Camshaft) ‘วาล์วแยะ’ (Multivalve) หรือเครื่องยนต์สมัยใหม่สร้างแรงบิดสู้เครื่องยนต์เทคโนโลยีดั้งเดิมอย่าง OHV ไม่ได้ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเครื่องยนต์ดีเซลรอบต่ำทั้งที่ใช้งานในรถบรรทุกหนัก ในอุตสาหกรรมหนัก หรือแม้แต่ในเรือเดินสมุทรประเภทที่ต้องการแรงบิดระดับพระกาฬก็ยังต้องอาศัยเทคโนโลยี OHV กันอยู่เลย แต่มีจุดเด่นก็ย่อมมีจุดด้อย นั่นคือ เครื่องยนต์พวกนี้จะให้รอบการทำงานที่ไม่จัดจ้านเท่าเครื่องยนต์มัลติวาล์วเท่านั้นเอง

ในยุคของ Corvette C6 เริ่มต้นกับเครื่องยนต์ LS3 เป็นบล็อก V8 มีขนาด 6.2 ลิตร เป็นอะลูมินัมอัลลอยทั้งเสื้อสูบและฝาสูบ สร้างกำลังได้ 430 hp ที่ 5,900 รอบ/นาที กับแรงบิด 575 Nm ที่ 4,600 รอบ/นาที ขยับเข้ามาสู่รุ่น Z06 กับขุมพลัง LS7 บนพื้นฐานเครื่องยนต์เดิม ด้วยการปรับเปลี่ยนปลอกสูบ (Liners) และระยะชัก เพื่อขยายปริมาตรกระบอกสูบออกไปจนถึง 7.0 ลิตร ผลิตม้าอเมริกันออกมาได้ 505 hp ที่ 6,300 รอบ/นาที กับแรงบิด 637 Nm ที่ 4,800 รอบ/นาที

 

2015 "LT4" 6.2L V-8 AFM VVT DI SC (LT4) for Chevrolet Corvette Z

ขุมพลัง LT4 มีซูเปอร์ชาร์จซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน ระหว่างเสื้อสูบอะลูมินัมอัลลอยบล็อกV8

2015 Hydra-Matic 8L90 (M5U) Eight-Speed RWD Auto Transaxle for C

เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดลูกใหม่ ที่มีขนาดใกล้เคียงกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดลูกเก่า แต่เบากว่าถึง 4 กิโลกรัม

Michelin Pilot Sport Cup 2 Tires

ยางติดรถ MICHELIN Pilot Super Sport

2015 Chevrolet Corvette Z06 features an all-new eight-speed auto

หัวเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

 

ส่วน C6 ตัวแรงสุด ZR1 เป็นอะไรที่พิเศษกว่านั้น ด้วยเครื่องยนต์ LS9 บนพื้นฐานของเครื่องยนต์ LS3 คือบล็อก V8 ขนาด 6.2 ลิตร เพียงแต่ไส้ในถูกสับเปลี่ยนด้วยวัสดุเกรดเดียวกับตัวแข่งทั้งหมด อาทิ ฝาครอบเมนแบริ่ง และเพลาข้อเหวี่ยงเปลี่ยนไปใช้เหล็กที่หล่อขึ้นจากกรรมวิธี Forged ทั้งอึดและรับแรงได้มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า ก้านกระทุ้งลิ้นหรือที่หลายคนเรียกว่า ‘ตะเกียบ’ เปลี่ยนไปใช้วัสดุไทเทนียม (เบาแต่แข็งแรง) ขณะที่ลูกสูบเปลี่ยนไปใช้อะลูมิเนียมหล่อ ฯลฯ การปรับเปลี่ยนวัสดุดังกล่าว มีความหมาย 2 ประการ ประการแรก เรื่องความทนทานที่เพิ่มขึ้น ถัดมาเป็นเรื่องของการลดน้ำหนัก ลดแรงเฉื่อยจากการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองต่อการเร่งได้อย่างรวดเร็วที่สุด

สำหรับ Small Block Engine ใน Corvette C7 เริ่มต้นด้วยรหัส LT1 ทว่า know-how ในเรื่องการคัดสรรวัสดุ เทียบชั้นเครื่องยนต์รุ่นสูงสุดของ C6 (ZR1) ทั้งการเลือกใช้เหล็ก Forged และวัสดุที่ช่วยแรงเสียดทานในการเคลื่อนที่ของกลไกต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงยกระดับมาใช้แบบ Direct Injection (DI) ที่คอนโทรลปริมาณการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงได้แม่นยำกว่า ขณะที่ความแม่นยำในการลำเลียงอากาศเข้าห้องเผาไหม้เป็นหน้าที่ของระบบวาล์วแปรผัน ที่ใช้ชื่อว่า Continuously Variable Valve Timing (CVVT) ทั้งหมดช่วยสร้างแรงบิด 610 Nm โดยแรงบิด 390 Nm มีมาให้ใช้งานตั้งแต่ 2,000 รอบ/นาที และค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึง 4,000 รอบ/นาที โดยรอบเครื่องสูงสุดจะอยู่ที่ 6,600 รอบ/นาที

จาก C7 รุ่นพื้นฐาน เมื่อถูกยกระดับมาเป็น Z06 และ Z07 เป็นการนำเครื่องยนต์ LT1 มาอัพพลังต่อด้วยซูเปอร์ชาร์จ พร้อมใช้ชื่อรหัสเครื่องยนต์ใหม่เป็น LT4 ได้แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้นกว่า 37 และ 40 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เบ็ดเสร็จรวมเป็น 625 hp พร้อมแรงบิดสูงสุด 861 Nm

ซูเปอร์ชาร์จที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาในเครื่องยนต์ LT4 เป็นผลงานจาก EATON เจ้าประจำ รุ่น R1740 TVS ปริมาตรในการอัดอากาศ 1.7 ลิตร รอบในการทำงานระหว่าง 5,000-20,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วงรอบการทำงานที่กว้าง และจัดจ้านกว่าซูเปอร์ชาร์จในเครื่องยนต์ LS9 ของตัวแรง ZR1 บนตัวถัง C6 ซะอีก

เครื่องยนต์ LT4 เปลี่ยนมาใช้ฝาสูบอะลูมิเนียมเกรด A356T6 ที่แข็งแรงกว่า และควบคุมเรื่องการระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ลูกสูบใช้อะลูมิเนียม Forced เพื่อรับมือกับแรงดันมหาศาลจากการจุดระเบิด ที่เป็นผลต่อเนื่องจากการอัดอากาศจากซูเปอร์ชาร์จ พร้อมอัตราส่วนกำลังอัดในระดับ 10.0:1 ปิดท้ายด้วยเฮดเดอร์ชุดใหม่ เป็นอะลูมิเนียมทั้งลูก  นอกจากให้ความรวดเร็วในการระบายไอเสีย และเสียงคำรามที่ดุดันแล้ว ยังออกแบบเผื่อการกระจาย ซ้าย-ขวา ของตัวเครื่องยนต์ด้วย

 

2015 "LT4" 6.2L V-8 AFM VVT DI SC (LT4) for Chevrolet Corvette Z

ครั้งแรกของ Corvette กับโครงสร้างแบบ Aluminum Space Frame โดยออกแบบตำแหน่งการจัดวางเครื่องยนต์ในรูปแบบ Front-mid Engine

ในขั้นตอนการคำนวณ วิเคราะห์ และออกแบบ Small Block Engine ด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หากเทียบเป็น CPU Time จะยาวนานถึง 10 ล้านชั่วโมง โดยกว่า 6 ล้านชั่วโมงของ CPU Time จะเป็นการลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการเผาไหม้โดยเฉพาะ เป็นการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ คำนวณเพื่อหาจุดลงตัวของส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ (ไอดี) ในสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้การเผาไหม้ที่สะอาดหมดจดมากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายในหัวข้อนี้ด้วยระบบ Active Fuel Management (AFM) อันเป็นที่มาของตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองกว่า 11 กม./ลิตร กับการขับขี่แบบเดินทางไกล สร้างความแปลกใจได้เล็กน้อย โดยเฉพาะกับเครื่องยนต์ที่มีความจุสูงถึง 6.2 ลิตร ระบบนี้จะตัดการทำงานของลูกสูบจาก 8 สูบ เหลือ 4 สูบ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานด้วยรอบคงที่หรือในสภาพโหลดน้อย เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงลดการก่อมลพิษนั่นเอง

Corvette C7 กับเครื่องยนต์ LT1 แอบวิ่งทดสอบเก็บข้อมูลในทุกพื้นที่ทั่วโลกเป็นระยะทางถึง 1.5 ล้านไมล์ หรือประมาณวิ่งรอบโลก 60 รอบ ในทุกสภาพอากาศ เพื่อหาข้อบกพร่องในการทำงานของระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ และที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด คือสนาม Nürburgring Nordschleife ในเยอรมนี

ในส่วนของระบบส่งกำลัง ช่วงเปิดตัว C7 รุ่นพื้นฐาน มีเกียร์ให้เลือกเพียงแมนวล 7 สปีด ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Active Rev Matching ซึ่งในช่วงนั้นยังไม่ข้อมูลยืนยันว่าจะใช่ ‘เกียร์คลัตช์คู่’ หรือไม่ เพิ่งจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดตัว Z06 นี่เอง และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งเป็นเกียร์บล็อกเก่าที่ถูกยกมาจาก C6

1 ปีให้หลัง เกียร์ออโต้ 6 สปีดลูกเก่า จึงถูกแทนที่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดลูกใหม่เอี่ยม ซึ่งมาพร้อมสโลแกน No waiting ที่หมายถึง ความลื่นไหลและต่อเนื่องในการเปลี่ยนอัตราทด ช่วยให้ C7 เพิ่มความเร็วได้อย่างฉับไว ขณะที่เกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด วิศวกร GM การันตีว่า ให้ความเร็วพร้อมความนุ่มนวลในการตอบสนองไม่เป็นรองเกียร์ PDK 7 สปีด ใน PORSCHE 911 เลยทีเดียว

รูปแบบการจัดวางของระบบกันสะเทือน เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Corvette สำหรับรถสปอร์ตหรือซูเปอร์คาร์ทั่วไป หลายท่านคงเคยชินกับระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ คอยล์สปริง หรือไม่ก็มัลติลิงค์ คอยล์สปริง แต่สำหรับ Corvette ระดับนั้น มันแปลกไม่พอ หมอนี่จึงเมินคอยล์สปริง (Coil Spring) แล้วหันมาใช้แหนบแผ่น (Leaf Spring) อย่าได้คิดถึงแหนบแผ่นเรียงซ้อนกันเป็นตับๆ แบบในรถกระบะบ้านเราเชียวครับ เพราะมันไม่เหมือนกัน

 

17_resize

เครื่องยนต์และกระปุกเกียร์ถูกวางไว้ระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง สร้างสมดุลในการกระจายน้ำหนัก หน้า:หลัง ในระดับ 50:50

2015 Chevrolet Corvette Z06 standard dry-sump oiling system

Tank เก็บน้ำมันเครื่อง ของระบบหล่อลื่นแบบ Dry sump

วิศวกร GM ใช้แหนบมาช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนแทนสปริงขดแบบที่พวกเราคุ้นเคย Corvette ทั้งคันใช้แหนบเพียง 2 แผ่น สำหรับช่วงล่างด้านหน้า และด้านหลังแบบของใครของมัน ขอโฟกัสไปที่ล้อคู่หน้า แผ่นแหนบจะถูกจัดวางในแนวขวางกับตัวถัง ปลายข้างหนึ่งยึดอยู่กับปีกนกล้อซ้าย ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งยึดอยู่กับปีกนกล้อขวา ส่วนกลางของแหนบถูกยึดอยู่กับตัวถัง ส่วนล้อคู่หลังแหนบถูกจัดวางในลักษณะเดียวกัน หลักการเพียงเท่านี้ก็สามารถใช้แหนบกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Corvette ได้แล้ว ส่วนช็อคอัพได้มือหนึ่งของวงการอย่าง BILSTEIN มาเป็นผู้ออกแบบระบบให้  นำร่องมาด้วยเทคโนโลยี Mono-tube ที่จัดวางบนโครงสร้างแบบ Up-side down (ช็อคหัวกลับ) เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง  เติมเต็มความหลากหลายในการใช้งานด้วยระบบ Magnetic Ride Control ที่จะปรับระดับการตอบสนองของช็อคอัพ แปรผันไปตามสภาพการขับขี่

สำหรับระบบเบรกใน C7 เพื่อให้รับมือกับพละกำลังระดับ 450-650 hp ได้อย่างลงตัว และให้ประสิทธิภาพที่ไม่เป็นรองตัวแรงจากยุโรป วงจรเบรกของ Corvette ทั้งคันจึงมี BOSCH แห่งเยอรมนีเป็นผู้พัฒนาให้  ขณะที่ในส่วนของจานเบรกและชุดคาลิเปอร์ ปล่อยให้เซียนอย่าง BREMBO เป็นผู้แสดงฝีมือ ซึ่งก็ไม่น่าผิดหวัง ใน C7 รุ่น Z51 ใช้จานเบรกคู่หน้าขนาด 345 มิลลิเมตร ขณะที่ C7 รุ่นพื้นฐานใช้ขนาด 320 มิลลิเมตร ส่วนคู่หลังเท่ากันที่ขนาด 338 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์แบบ 4 ลูกสูบ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

Z06 ขยับมาใช้ชุดเบรกของ BREMBO คู่หน้าขนาด 371 x 33 มิลลิเมตร มาพร้อมคาลิเปอร์แบบ 6 ลูกสูบ ส่วนคู่หลังใช้ขนาด 365 x 24 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์แบบ 4 ลูกสูบ ขณะที่ Z07 จะเน้นประสิทธิภาพในการห้ามล้อมาตรฐานเดียวกับรถแข่ง ด้วยจานเบรกคาร์บอน-เซรามิก ขนาด 394 x 36 มิลลิเมตร ในคู่หน้า และ 388 x 33 มิลลิเมตร ในคู่หลัง พร้อมคาลิเปอร์อะลูมิเนียมแบบเดียวกับ Z06

 

2015 Chevrolet Corvette Z06

Z06 และ Z07 ใช้เฟืองท้ายที่มาพร้อม eLSD (Electronic Limited-slip Differential) รับหน้าที่สร้างความสมดุลในการกระจายกำลังของล้อขับเคลื่อนทั้ง 2 ฝั่ง ช่วยให้รถทะยานออกจากโค้งได้เร็วยิ่งขึ้น

เนื่องจากผู้เขียนต้องการความรวดเร็วในการนำเสนอข้อมูล และรายละเอียดของ Z06 และ Z07 จึงตัดสินใจไม่รอข้อมูลที่แสดงสมรรถนะของรถรุ่นนี้ ซึ่งยังไม่เปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ (N/A) ยืนยันได้แต่เพียงว่า เรื่องของอัตราเร่งตั้งแต่ออกตัว ต่อเนื่องไปยันทุกช่วงความเร็ว จะเร็วกว่า C7 รุ่นพื้นฐานอยู่ไม่น้อย ส่วนความเร็วสูงสุดทะลุระดับ 300 กม./ชม. ไปได้แบบง่ายๆ แต่หัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าเรื่องของสมรรถนะ ได้แก่ ระดับมลพิษ (Emission Control) และค่า CO2 เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบุกตลาดยุโรป และหากพิจารณาจากทุกองค์ประกอบของซูเปอร์คาร์อเมริกันคันนี้ ฟันธงได้เลยว่า Z06 และ Z07 เทียบชั้นตัวแรงจากฝั่งยุโรปได้แบบสบายๆ

 

Technical Data

 

Corvette Stingray (Z51)

Corvette Z06

โครงสร้าง & ตัวถัง
วัสดุ

อะลูมิเนียม/แมกนีเซียม/คาร์บอนไฟเบอร์

อะลูมิเนียม/แมกนีเซียม/คาร์บอนไฟเบอร์

ระยะห่างฐานล้อ

มม.

2,710

2,710

ช่วงล้อ หน้า/หลัง

มม.

1,600/1,568

NA

ความยาว

มม.

4,495

4,492

ความกว้าง

มม.

1,877

1,929

ความสูง

มม.

1,235

1,235

วงเลี้ยว

เมตร

11.5

NA

สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd.)

0.29

NA

น้ำหนัก

กก.

1,495

NA

ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ลิตร

70

NA

เครื่องยนต์
แบบ

V8 สูบ 16 วาล์ว  OHV

V8 สูบ 16 วาล์ว  OHV

รหัส

LT1

LT4

จำนวนวาล์ว

วาล์ว/สูบ

2

2

ระบบวาล์วแปรผัน

ระบบอัดอากาศ

Supercharger

BORE x STROKE

มม.

103.25 x 92.0

103.25 x 92.0

ความจุกระบอกสูบ

ซี.ซี.

6,126

6,126

อัตราส่วนการอัด

11.5:1

10.0:1

ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

Direct Injection

Direct Injection

แรงม้าสูงสุด

hp(kW)/rpm

450(335)/5,800

625(466)/N/A

แรงบิดสูงสุด

Nm/rpm

610/4,000

861/N/A

เชื้อเพลิง

Premium Required

Premium Required

รอบเครื่องยนต์สูงสุด

rpm

6,600

N/A

ระบบส่งกำลัง
แบบ

RWD

ระบบเกียร์

7-speed manual with Active Rev Match (Dual-clutch Transmission)

อัตราทดเกียร์

เดินหน้า

2.664/1.783/1.302/1.000/0.741/0.503/0.424

 

ถอยหลัง

N/A

 

เฟืองท้าย

3.42

ระบบกันสะเทือน
หน้า

Short/Long Arm (SLA), ดับเบิ้ลวิชโบน, แหนบ (Leaf Spring)

หลัง

Short/Long Arm (SLA), ดับเบิ้ลวิชโบน, แหนบ (Leaf Spring)

อุปกรณ์ช่วยการทรงตัว

Electronic Traction Control, Active Handling (Magnetic Ride Control)

ล้อ:ยาง

หน้า

19 x 8.5 นิ้ว : 245/35ZR19

19 x 10.0 นิ้ว : 285/30ZR19

หลัง

20 x 10 นิ้ว : 285/30ZR20

20 x 12 นิ้ว : 335/25ZR20

เบรก

หน้า

ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน, 4 piston,

345 mm., BREMBO

ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน, 6 piston,

370 x 34 mm., BREMBO

หลัง

ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน, 4 piston,

338 mm., BREMBO

ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน, 4 piston,

365 x 26 mm., BREMBO

สมรรถนะ*
อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.

วินาที

3.8

N/A

อัตราเร่ง ¼ ไมล์

วินาที

12 @ 190.4 กม./ชม.

N/A

ความเร็วสูงสุด

กม./ชม.

N/A

N/A

อัตราสิ้นเปลือง*

 

 

 

ในเมือง

กม./ลิตร

7.23

N/A

นอกเมือง

กม./ลิตร

12.33

N/A

เฉลี่ย

กม./ลิตร

9.78

N/A

CO2 emission

กรัม/กม.

N/A

N/A

*ตัวเลขจากโรงงาน              **N/A หมายถึง ข้อมูลที่ยังไม่มีการเปิดเผยจากทางผู้ผลิต

 

 

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.

HomeNew ComerChevrolet Corvette Z06

Chevrolet Corvette Z06

Chevrolet-Corvette_Z06_2015_1600x1200_wallpaper_01_resize

Chevrolet Corvette Z06 เวอร์ชั่นปี 2015 มากับการอัพเกรดแบบสุดขั้ว ด้วยชุด Performance Package ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์มากขึ้นอีกระดับ พร้อมด้วยหัวใจหลักที่มากับขุมพลังเบนซินบล็อกล่าสุดแบบ V8 พิกัด 6.2 ลิตร Supercharged

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.