the-king
HomeTechnology Analyze

GLC ถูกปล่อยออกมาในแบบ top form จัดเต็มครบถ้วนในทุกองค์ประกอบจากไลน์การผลิตของ Mercedes-Benz เป็น mid-size SUV ที่ทีมออกแบบภูมิใจเป็นที่สุด จากดีไซน์ในรูปแบบ Classic Off-road ซึ่งฉีกตัวออกมาจากสไตล์อนุรักษ์นิยมของ G-Class พี่ใหญ่ในสายลุย แม้ GLC จะหล่อเหลาในแบบโมเดิร์น ทว่า เรื่องประสิทธิภาพการใช้งานบนเส้นทาง Off-road ไม่ได้ด้อยกว่าตัวลุยสายพันธุ์แท้ เป็น DNA ที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษแบบครบถ้วน จากสารพัดตัวช่วยสุดไฮเทค อาทิ ระบบขับเคลื่อน 4MATIC ช่วงล่างอัจฉริยะ AIR BODY CONTROL ปิดท้ายด้วย GLC เป็นรถโมเดลแรกๆ ของโลก ที่ได้ใช้เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด!!! เมื่อเทียบกับ GLK น้องใหม่อย่าง GLC จะใหญ่โตกว่าในทุกมิติ

MAZDA ผลิตรถสปอร์ตด้วยแนวคิดที่แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ทั้งจากยุโรป หรือแม้แต่ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นเองก็ตาม รถสปอร์ตจาก MAZDA ไม่ได้เน้นความทรงพลังของเครื่องยนต์ ไม่ได้มาพร้อมอัตราเร่งที่เร็วแรงระดับพระกาฬ  แต่ MAZDA ให้ความสำคัญกับเรื่องฟีลลิ่งและแฮนด์ลิ่งหลังพวงมาลัยเหนือสิ่งอื่นใด กระทั่งคอรถสปอร์ตตัวจริงต่างยกนิ้วให้ถึงความเยี่ยมยอดในการลงรายละเอียดของวิศวกร MAZDA เพื่อให้ได้อารมณ์ในการขับขี่ที่ง่ายต่อการเข้าถึง แนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นมาก่อนใน MX-5 นับตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก จวบจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด คอนเซ็ปต์นี้ถูกเติมเต็มความสมบูรณ์แบบเข้าไปอีกด้วยเทคโนโลยีการลดน้ำหนัก ผลลัพธ์ที่ได้คือ รถเปิดหลังคาที่สร้างความอรรถรสในการขับขี่ได้ไม่เป็นรองโรดสเตอร์ราคาแพงจากเยอรมนี MX-5 เจเนอเรชั่นที่ 4 ใช้รหัสตัวถัง ‘ND’ มาพร้อมดีไซน์ที่ครบกริบในทุกมุมมอง ท่อนหน้าและท้ายรถ ออกแบบโดยเน้นความปราดเปรียว ให้สัมผัสที่ง่ายต่อการเข้าถึง รูปทรงไม่ได้กำยำ หรือดูบ้าพลังเฉกเช่นโรดสเตอร์จากฝั่งเยอรมัน บอดี้ ‘ND’ วิศวกรใส่ใจเป็นพิเศษเรื่องเสียงลมที่จะเข้าไปยังห้องโดยสาร ทั้งขณะขับแบบเปิดและปิดหลังคา     MX-5 ก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 4 พร้อมรหัสตัวถัง ‘ND’ ในญี่ปุ่นใช้ชื่อ ‘MAZDA Roadster’ ขณะที่ฉายาที่บรรดาสาวกนิยมเรียกกัน

BMW M GmbH ปล่อย X6 M50d ซึ่งแรงสุดๆ ด้วยขุมพลังดีเซล 381 hp มาคั่นเวลา และเอาใจสาวกบางส่วนที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซลเป็นพิเศษ ก่อนที่จะถึงเวลาของตัวจริง ในชื่อ X6 M

รถไฮบริดเป็นทางออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในยุคที่โลกของรถยนต์ถูกควบคุมด้วยมาตรฐานควบคุมมลพิษอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่รถขนาดเล็ก รถครอบครัว ขยับต่อเนื่องมาจนถึงรถหรู และก้าวต่อไปยังรถระดับซูเปอร์คาร์ รถไฮบริดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz ทว่า ‘S 500 PLUG-IN HYBRID’ ได้ก้าวนำวงการไฮบริดอีกครั้ง ด้วยการใช้เรดาร์เทคโนโลยีมาช่วยพยากรณ์การชาร์จไฟของระบบ อีกทั้งตัวมอเตอร์ไฟฟ้าได้รับการถ่ายทอด know-how มาจาก SLS AMG Electric Drive ผลลัพธ์ที่ได้คือ Luxury Car ระดับเรือธงประจำค่ายที่ทรงพลัง ทั้งยังสะอาดและประหยัด ไม่เป็นรองรถกลุ่ม City Car!!! [caption id="attachment_5443" align="alignnone" width="1200"] S 500 PLUG-IN HYBRID มาในตัวถัง Long wheelbase ความยาวรวม 5,246 มิลลิเมตร[/caption] มอเตอร์ไฟฟ้าถูกพัฒนาให้เป็นต้นกำลังอีก 1 รูปแบบ

นับจาก MP4-12C ที่ McLaren จากเกาะอังกฤษ ปลดปล่อยออกมาข่มขวัญซูเปอร์คาร์ทั้งจากอิตาลีและเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2011 บัดนี้ได้เวลาอัพเกรดยกระดับความแรง พร้อมทั้งแปลงร่างไปเป็น McLaren 650S ที่เบากว่า แถมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งตัวถัง Coupe และ Spider ความน่าตื่นตะลึงอยู่ที่ตัวเลขสมรรถนะ ซึ่ง McLaren เคลมออกมาจากการทดสอบในทุกช่วงความเร็ว โดยเฉพาะอัตราเร่งชวนขนหัวลุก จาก 0-300 กม./ชม. ที่ McLaren 650S ทั้ง 2 รูปแบบตัวถัง ฝากสถิติไว้กับเวลา 25.4 และ 26.5 วินาที เท่านั้น!!!

TT เป็นรถที่ต้นสังกัดจัดให้อยู่ในกลุ่ม Compact Sport Car รถสปอร์ตขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัวในการใช้งาน TT ได้สร้างสีสันให้กับ AUDI นับตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากรถสปอร์ตทุกรุ่นในยุคนั้น จวบจนถึงปัจจุบันก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 เอกลักษณ์ที่กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า ความชัดเจนที่ปรากฏขึ้นใน TT บอดี้ล่าสุด หนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยี

ขบวนการลดมลพิษในรถยนต์ กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และจริงจัง จากผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพียงรถที่ถูกผลิตขึ้นมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน แม้แต่บรรดารถแข่งทุกประเภทก็ถูกจับควบคุมมลพิษ พร้อมทั้งลดการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงกันอย่างถ้วนทั่ว ค่ายยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอย่าง Volkswagen AG จัดอยู่ในกลุ่มหัวแถวในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ในปี 2013

S1 เป็นอนุกรมรถแรงจากโรงงาน พิกัดเล็กสุดประจำค่ายสี่ห่วง แบ่งออกเป็นรุ่น 3 ประตู และรุ่น 5 ประตู ที่มีชื่อต่อท้ายว่า Sportback คุณภาพและสมรรถนะของตัวรถไม่ได้เล็กหรือลดน้อยลงตามขนาดตัวถัง แต่ยังคงร้อนแรงตามมาตรฐานรหัส “S” ทุกประการ ทว่า อารมณ์ที่ให้อาจแตกต่างจากรุ่นพี่บ้าง ด้วยขนาดตัวกะทัดรัด พร้อมน้ำหนักตัวเพียงตันเศษ ม้าแต่ละตัวของ S1 แบกรับภาระไม่มาก เมื่อประกอบเข้ากับระบบขับเคลื่อน Quattro จึงเป็นที่มาของความสนุกในการขับขี่ สร้างความเร้าใจระดับเบาๆ ที่ลงตัวกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

อัพเกรดด้วยซูเปอร์ชาร์จ ยกระดับพละกำลังแตะ 625 hp!!!

ราว 1 ปีที่ผ่านมา CHEVY ได้สร้างสีสันให้รถสปอร์ตอเมริกัน ด้วยการส่ง Corvette เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ C7 กับนิกเนม ‘Stingray’ ลงสู่ถนน แม้จะไม่โดดเด่นเรื่องความแรง โดยเฉพาะเมื่อต้องนำไปเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตกลุ่มบนจากฝั่งยุโรป แต่เรื่องฟีลลิ่ง และแฮนด์ลิ่ง C7 ไม่เป็นรองคู่แข่งรายใด แชสซีถูกออกแบบมารองรับการต่อยอดในอนาคต และ Corvette Z06 นับเป็นสเต็ปแรกของการโม