the-king
HomeTechnology AnalyzeBMW X6 M 575 แรงม้า เร่งแตะ 100 กม./ชม. 4.2 วินาที!!!
bmw-x6-m-575_cover

BMW X6 M 575 แรงม้า เร่งแตะ 100 กม./ชม. 4.2 วินาที!!!

BMW M GmbH ปล่อย X6 M50d ซึ่งแรงสุดๆ ด้วยขุมพลังดีเซล 381 hp มาคั่นเวลา และเอาใจสาวกบางส่วนที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซลเป็นพิเศษ ก่อนที่จะถึงเวลาของตัวจริง ในชื่อ X6 M ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 Bi-turbo ที่ได้รับการอัพเกรดให้ทรงพลังมากขึ้นอีก แถมไอเสียยังสะอาดมากพอที่จะผ่านมาตรฐาน Euro 6 ประเด็นสำคัญเครื่องยนต์บล็อกนี้ให้รอบการทำงานที่จัดจ้าน ซึ่งน่าจะสอดรับกับบุคลิกของ M Car มากกว่าเครื่องยนต์ดีเซล

BMW มุ่งมั่นสร้างความแตกต่างด้วยการเรียกขานรถลุยอเนกประสงค์ของตนเองว่า SAV (Sports Activity Vehicle) แต่ดูเหมือนความพยายามนี้จะสัมฤทธิผลไม่มากนัก เมื่อคอรถยนต์ทั่วไปหรือแม้ลูกค้า BMWX3 และ X5 ก็ยังเรียกพาหนะคันเก่งของพวกเขาว่า SUV (Sports Utility Vehicle) เหตุที่ BMW ใช้ SAV เพื่อต้องการสื่อถึงความคล่องแคล่วในการใช้งาน ตอบสนองได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ฉีกหนีจากความดิบแบบที่เคยพบจากรถตรวจการณ์ในอดีต ซึ่งเท่าที่ผ่านมา X3 และ X5 ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ SUV จากค่ายคู่แข่งอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน แถมยึดเอา 2 พี่น้องตระกูล ‘X-family’ นี่แหละเป็นแบบอย่างในการพัฒนา

bmw x6 03 bmw x6 02

ถัดจาก X5 และ X3 ก็ถึงคิวของ X6 และ X4 ซึ่งฉีกตัวออกมาจากรถ SAV ทั้ง 2 โมเดลข้างต้น ด้วยแนวคิดในการสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้า เริ่มต้นก่อน กับ X6 ที่แยกตัวออกมาจาก X5 แม้จะใช้พื้นฐานร่วมกันเกือบทั้งคัน แต่จุดที่แตกต่างจาก X5 อันได้แก่ หลังคาช่วงท้ายที่เทลาดสไตล์รถคูเป้ ได้สร้างเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับ X6 และเป็นต้นกำเนิดของรถอเนกประสงค์ในรูปแบบใหม่ ที่ถูกเรียกว่า SAC (Sport Activity Coupé) จากนั้นจึงถึงคิวของ X4 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ SAC รุ่นล่าสุดจาก BMW (X4 รหัส F26 ใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกับ X3 รหัส F25)

X6 แตกไลน์ออกมาจาก X5 ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์โมเดลแรกของค่าย ถือกำเนิดขึ้นในปี 1999 ตัวถัง Mark I ของ X5 ใช้รหัส E53 มีอายุยาวนานมาจนถึงปี 2006 โดย X5 Mark II ได้มารับช่วงต่อในปีเดียวกัน ด้วยรหัสตัวถัง E70 และในปีถัดมา หรือปี 2007 ได้แตกไลน์ออกมาเป็น E71 ซึ่งเป็น X6 Mark I โดยทั้งคู่อยู่ยาวมาจนถึงปี 2013 สำหรับ X5 Mark III มาพร้อมรหัสตัวถัง F15 ขณะที่ X6 Mark II ซึ่งใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกันจะใช้รหัส F16

bmw x6 27

ขณะที่เวอร์ชั่น M ซึ่งเป็นตัวแรงของพี่เบิ้มจาก ‘X-family’ ทั้ง 2 รุ่น กำเนิดขึ้นครั้งแรกบนตัวถัง E70 และ E71 พอมาถึงตัวถังใหม่ X6 M บอดี้ล่าสุดใช้รหัสตัวถังอย่างเป็นทางการ F86 (ส่วน X5 M ใช้รหัส F85) ตัวถังภายนอกแตกต่างจาก X6 M50d ที่เปิดตัวมาก่อนเพียงเล็กน้อย เพราะทั้งคู่ต่างถูกยกระดับมาจาก X6 บอดี้ล่าสุด รหัส ‘F16’ ความสวยงามที่ถูกเปลี่ยนเป็นความดุดัน ส่วนหลักๆ จะมาจากชุดแอโรไดนามิกรอบคัน แม้จะถูกติดตั้งในรถ SAC ซึ่งมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตอย่าง X6 แต่ยังคงให้กลิ่นอายของตัวแรงจาก BMW M GmbH ไม่เปลี่ยนแปลง

นับตั้งแต่ตัวถัง E70 และ E71 ทั้ง X5 และ X6 ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่เน้นความเป็น Luxury SUV เต็มรูปแบบ (ผู้เขียนขออนุญาตใช้คำว่า SUV เพื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน อาทิ AUDI Q7, PORSCHE Cayenne และ VW Touareg) ห้องโดยสารสุดไฮคลาส ตัวรถอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับสูง ที่สำคัญ ต้องเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน เครื่องยนต์ทรงพลัง ช่วงล่างอัจฉริยะ ปรับรูปแบบการทำงานได้ตามความเร็วรถ ระบบขับเคลื่อนควบคุมการกระจายกำลังด้วยอิเล็กทรอนิกส์เต็มระบบ โดย X5 และ X6 นับตั้งแต่ปี 2010 เครื่องยนต์จะได้รับการอัพเกรด เพื่อรับมือกับมาตรฐานควบคุมมลพิษที่เข้มข้นขึ้น ในระดับที่รถยนต์ปล่อย CO2 มาก ก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมากขึ้นไปตามลำดับ โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปขายในเมืองหลวงหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งประเด็นนี้จะส่งผลต่อราคารถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

bmw x6 16 bmw x6 17 bmw x6 18 bmw x6 19 bmw x6 20

ความอเนกประสงค์และความสปอร์ตของห้องโดยสารของ X6 M ได้รับการเติมเต็มให้ทัดเทียมกับคู่แข่งหมัดหนักอย่าง PORSCHE Cayenne Turbo S ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 ถูกออกแบบให้แบ่งพับได้ในอัตราส่วน 40:20:40 (เดิมเป็นแบบ 60:40) สำหรับการขนสัมภาระที่มีความยาว หรือจะเลือกพับพนักพิงทั้งหมดเลยก็ย่อมได้ และคุณจะได้พื้นที่ราบเรียบระดับเดียวกันสำหรับขนของตั้งแต่ 550 ไปจนถึง 1,252 ลิตร

คอนโซลหน้าปรับรูปแบบตามรถ BMW ยุคใหม่ สำหรับ X6 M ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับ X6 บอดี้มาตรฐาน ผลลัพธ์คือ ความลงตัวทั้งเรื่องไฮคลาสและความสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้านรอบวงหุ้มหนัง สไตล์ M Car หนังแท้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งเบาะนั่งอัพเกรดมาใช้ Merino Leather ที่ให้ผิวสัมผัสแบบ fine-grain ขณะที่ที่ส่วนคิ้วขอบต่างๆ รอบห้องโดยสาร มีให้เห็นทั้งลายอะลูมิเนียม และลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์

bmw x6 11 bmw x6 12

X6 M มีระบบ Head-Up Display มาให้ลูกค้าเลือกจ่ายเพิ่ม ระบบนี้จะฉาย (แสง) ข้อมูลบางส่วนจากชุดมาตรวัดขึ้นไปแสดงไว้ที่กระจกบังลมหน้า เพื่อที่ผู้ขับจะได้ไม่ต้องละสายตาออกมาจากถนนขณะขับขี่ ข้อมูลดังกล่าวได้แก่  ความเร็วรถ และลูกศรแสดงทิศทาง เมื่อเชื่อมต่อกับระบบนำทางด้วยดาวเทียม (Navigator System)  ตำแหน่งกลางของคอนโซลเป็นที่จอ LCD แบบไวด์สกรีน ขนาด 10.25 นิ้ว เป็นส่วนหนึ่งของระบบ iDrive เวอร์ชั่นใหม่ รับคำสั่งผ่าน Touch Controller ด้านข้างคันเกียร์ วิศวกรการันตีถึงความง่ายในการเข้าถึง ทั้งยังมีความ sensitive สูงกว่าเวอร์ชั่นเก่าด้วย

สารพัดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง Passive Safety คับคั่งมากยิ่งขึ้น อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Adaptive สามารถแบ่งสเต็ปในการทำงานได้ เพื่อให้การปะทะของผู้โดยสารกับถุงลมเกิดความรุนแรงน้อยที่สุด สำหรับ Curtain Head Airbags หรือม่านนิรภัย จะติดตั้งพาดยาวตั้งแต่ A-Pillars ไปจนถึง D-Pillars ปกป้องผู้โดยสารทุกแถวจากคมของเศษกระจก กรณีรถเกิดการปะทะอย่างรุนแรงมาจากทางด้านข้าง

bmw x6 14 bmw x6 15 bmw x6 13

ชุดแต่งแอโรไดนามิกสไตล์ M ที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปใน X6 M ไม่ใช่แค่ลุคใหม่ที่เน้นความดุดัน แต่ยังเน้นสร้างแรงลมกดบนตัวถังขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วด้วย ตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศ จึงขยับจาก 0.35 ไปเป็น 0.37 (X5 M มีค่า Cd. 0.38) นอกจากนี้ความสูงของ X6 M ยังถูกปรับลดลงอีก 10 มิลลิเมตร กระจกมองข้างบานใหญ่ เปลี่ยนมาใช้ดีไซน์ M ที่เน้นความลื่นไหลของกระแสลมมากยิ่งขึ้น

 

ระบบแอโรไดนามิกบนตัวถัง X6 M จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อเทียบกับรถ SUV ขนาดใหญ่ด้วยกัน ช่วยลดแรงยกตัวถังเมื่อใช้ความเร็วสูง เป็นที่มาของเสียงลมปะทะตัวถังที่ลดลง ขณะที่พื้นห้องโดยสารถูกซีลไว้ด้วยวัสดุดูดซับเสียง เพื่อลดเสียงจากยางหน้ากว้างบดไปบนผิวถนน

bmw x6 04

bmw x6 06 bmw x6 05

ในส่วนของรองเท้า ล้อและยางมาตรฐานสำหรับ X6 M เริ่มต้นที่ระดับ 20 นิ้ว แบบต่างขนาด (หน้า: 10J x 20,หลัง: 11.5J x 20) พร้อมยาง PIRELLI P Zero (หน้า: 285/40R20, หลัง: 325/35R20) สำหรับออปชั่นที่สาวก M ตัวจริงจะพลาดไม่ได้ จะเป็นล้อ Forged ขนาด 21 นิ้ว (หน้า: 10J x 21, หลัง: 11.5J x 21) ถูกจับคู่กับยาง MICHELIN Pilot Sport UHP ที่ถูกออกแบบมาสำหรับ X5 M และ X6 M โดยเฉพาะ (หน้า: 285/35R21, หลัง: 325/30R21)

การสร้างรถให้รองรับการใช้งานในทุกสภาวะในระดับที่ใกล้เคียงคำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ ถือเป็นความอัจฉริยะของวิศวกร ซึ่งนั่นเป็นจริงแล้วในรถยนต์ BMW หลายรุ่น รวมถึง X6 M  ช่วงล่างของมันถูกออกแบบให้รองรับการใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์ และใช้งานบนพื้นที่ที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นถนน

bmw x6 09

พื้นฐานโครงสร้างของระบบกันสะเทือนยังคงเดิม ด้านหน้ายึดติดอยู่กับปีกนกคู่ ขณะที่ด้านหลังใช้แบบแขนยึด 4 จุด ที่ให้คุณสมบัติด้านความนุ่มนวลและเกาะถนน  เพียงแต่ปรับปรุงจุดยึดบางส่วนเสียใหม่ เพื่อให้ช่วงล่างแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ สามารถรับแรงในทุกแกนได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงต้านมหาศาลจากด้านข้าง ขณะ X6 M พร้อมน้ำหนักตัวกว่า 2.2 ตัน กับยางหน้ากว้างที่เกาะหนึบเป็นตุ๊กแกต้องสาดเข้าโค้งมาแบบหนักๆ

จากการออกแบบจัดวางโครงสร้างที่ลงตัวตามหลักเรขาคณิต ส่งผลให้ช่วงล่างด้านหน้ามีความสามารถด้าน Anti-dive หรือต่อต้านอาการ ‘หน้าทิ่ม’ กรณีเหยียบเบรกกะทันหันเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ส่วนคุณสมบัติของช่วงล่างด้านหลัง ประกอบด้วย Anti-squat และ Anti-dive คือลดอาการ ‘ท้ายยก’ และ ‘ท้ายยุบ’ ขณะเบรกและออกตัวอย่างรุนแรงตามลำดับ

bmw x6 10

เคล็ดลับสำคัญในการควบคุมระดับตัวถัง (ความสูง) ไม่ว่าจะขับขี่ในรูปแบบใด เช่น บรรทุกหนัก เข้าโค้ง หรือแม้ขณะทั่งการเร่งและเบรกอย่างรุนแรง อยู่ที่ Air Springs หรือถุงลมนั่นเอง โดยช่วงล่างแบบ Air Springs ที่ด้านหลังจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน X6 M เท่านี้ยังไม่พอสำหรับการเป็น SAC ที่มีความสูงกว่ารถซาลูน วิศวกรจึงจัดให้ระบบ Active Roll Stabilisation เข้าไประบบย่อยของ AdaptiveM Suspension เช่นเดียวกับ DynamicDamper Control ซึ่งเป็นการปรับการตอบสนองของช็อคอัพตามความเร็วรถอีกด้วย

Active Roll Stabilisation (เดิมที่ BMW เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Dynamic Drive ก่อนเปลี่ยนเป็น Active Anti-roll Stability) มีใช้มาก่อนใน 7Series E65 & E66 จัดเป็น Adaptive Suspension ประเภทหนึ่งที่ใช้เหล็กกันโคลงในการทำงาน โดยการนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาติดตั้งไว้กึ่งกลางแท่งเหล็กกันโคลง (อดีตใช้ระบบไฮดรอลิก) การทำงานในสภาวะใช้งานปกติจะไม่แตกต่างกับเหล็กกันโคลงทั่วไป แต่ในขณะที่รถเข้าโค้งและใช้ความเร็วสูง มอเตอร์ไฟฟ้าจะ ‘บิด’ เหล็กกันโคลง เป็นการบิดจากแกนกลาง ส่งผลให้ค่าความแข็งของเหล็กกันโคลงเพิ่มขึ้น ช่วยลดอาการโยนตัวของตัวถัง ทิศทางในการบิดขึ้นอยู่กับว่ารถอยู่ในโค้งซ้ายหรือโค้งขวา ส่วนระดับความหนักหน่วงในการบิด ก็ขึ้นอยู่กับการคำนวณของ ECU โดยประมวลผลจาก องศาการหักเลี้ยวของพวงมาลัย ระดับการเอียงของตัวถัง และความเร็วของรถในขณะนั้น ทั้งหมดจะใช้เวลาทำงานเพียงเสี้ยววินาที

ระบบบังคับเลี้ยวใน X6 (F16) ต่อเนื่องมาจนถึง X6 M (F86) พัฒนามาใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบ EPS (Electric Power Steering) แทนที่ระบบเพาเวอร์แบบไฮดรอลิกดั้งเดิม เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนในการลดโหลดให้กับเครื่องยนต์ ระบบ EPS ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงได้ 0.3 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมน้ำหนักของพวงมาลัยให้สัมพันธ์กับความเร็วรถ ยังคงเป็น Servotronic ที่ปรับแต่งฟีลลิ่งเพิ่มเติม พร้อมทั้งใช้ชื่อใหม่ว่า M-specific Servotronic Function

bmw x6 21

BMW ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน AWD ที่พัฒนาต่อยอดมาจากค่าย LAND ROVER (เคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group) กับ X5 ตั้งแต่ปี 1999 ต่อจากนั้นในงาน Frankfurt Motor Show ปี 2003 เปิดตัว X5 ไมเนอร์เชนจ์ ใช้เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนของตนเองที่มีชื่อว่า xDrive (แนะนำให้สาธารณชนรู้จักครั้งแรกใน X3 บอดี้แรก E83)

การกระจายแรงขับเคลื่อนไปสู่ล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสม ตามสภาวะการขับขี่เป็นเป้าหมายหลักของระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel-Drive จุดเริ่มต้นเกี่ยวกับระบบนี้ของ BMW เกิดขึ้นครั้งแรกใน X5 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีชื่อเรียกระบบอย่างเป็นทางการ ข้อมูลที่แจ้งออกมาเป็นเพียงระบบ All-Wheel-Drive ที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์มาคอยควบคุมการกระจายกำลังอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนหนึ่งพึ่งพาอาศัยระบบเบรก ABS  ในการทำงาน ด้วยการสั่งห้ามล้อบางล้อที่ถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนนไม่สมบูรณ์หรือหมุนฟรี เพื่อที่จะจัดสรรกำลังไปยังล้อที่ปราศจากการสลิปได้ดีมากยิ่งขึ้น เท่านี้ก็ทำให้ X5 สามารถผ่านด่านทดสอบบนเส้นทาง Off-road มาได้แบบไม่ยากเย็นนัก

P90045736

การกระจายกำลังของระบบ All-Wheel-Drive อาจดูเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับรถ SUV สมัยใหม่ การทำงานพื้นฐานเช่นนี้จึงกลายมาเป็นเพียงฟังก์ชันย่อยของ xDrive เท่านั้น จากการออกแบบให้ xDrive สามารถทำงานได้ทั้งขณะรถเคลื่อนที่ช้าๆ เพื่อปีนป่ายข้ามอุปสรรคบนเส้นทางธรรมชาติ และขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว โดยจะรับหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในตัวช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ด้วยการจัดสรรแรงบิดอย่างสมดุลไปยังเพลาหน้าและหลัง ตามสภาวะการขับขี่  ทั้งสภาพถนนที่ลื่นหรือแม้ขณะรถอยู่ในโค้ง

ซึ่งกรณีเช่นนี้ xDrive จะผสานการทำงานกับระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ที่จะคอยส่งเสริมและสนับสนุนให้ xDrive ส่งถ่ายแรงขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์ โดย DSC จะช่วยควบคุมแรงบิดที่เกินความจำเป็นชนิดล้อต่อล้อ โดย DSC จะทำงานด้วยการสั่งเบรกล้อใดล้อหนึ่งอย่างอิสระ เพื่อควบคุมล้อให้หมุนด้วยความเร็วรอบอย่างที่ควรจะเป็น ตามการประมวลผลของ ECU แก้อาการที่เกิดขึ้นกับรถในโค้งได้ทั้งอันเดอร์สเตียร์และโอเวอร์สเตียร์ สรุปคือ xDrive  จะรองรับการทำงานในเงื่อนไขที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น

P90045737

หัวใจของ xDrive  คือ Multiple-plate clutch หรือชุดคลั9ช์แบบหลายแผ่นซ้อน ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในตัวเกียร์ทรานสเฟอร์ (Transfer Case) การจัดสรรกำลังไปสู่เพลาหน้าและหลัง จะขึ้นอยู่กับระดับการจับตัว (กดติดกัน) ของชุดคลัตช์ดังกล่าว การกระจายกำลังจึงทำได้ทั้งส่งไปขับล้อหลังแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือส่งไปขับล้อหน้าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือแจกจ่ายแรงขับเคลื่อนกันไประหว่างเพลาหน้าและหลังในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น 80:20, 50:50, 30:70, 40:60 เป็นต้น โดย xDrive ในรถ X6 M จะถูกควบคุมจากซอฟต์แวร์ Dynamic Performance Control ภารกิจหลัก คือยกระดับประสิทธิภาพในการกระจายแรงขับเคลื่อน ในทุกสภาพผิวถนน และทุกรูปแบบการขับขี่ เพื่อให้การผ่องถ่ายแรงม้าและแรงบิดลงสู่ผิวถนนสมบูรณ์แบบมากที่สุด

เครื่องยนต์ของ X6 M ถูกอัพเกรดต่อมาจาก X6 xDrive 50i ซึ่งเป็นตัวท็อปประจำรุ่น เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ ขนาดความจุ 4,395 ซี.ซี. พร้อมระบบ BMW TwinPower Turbo และ High Precision Injection ผลิตกำลังได้ 330 kW/450 hp ที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 650Nm ที่รอบ 2,000-4,500รอบ/นาที ถูกจับคู่กับเกียร์ Steptronic 8 สปีด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.31 กม./ลิตร มาพร้อมมาตรฐานควบคุมมลพิษในระดับ Euro 6 ด้วยค่า CO2 เพียง 225 กรัม/กิโลเมตร

P90045744

ระบบ High Precision Injection เป็นระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง Direct Injection เจเนอเรชั่นล่าสุดจาก BMW ใช้แรงดันในการฉีด 200 บาร์ เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ X6 xDrive 50i ผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเครื่องยนต์  V8 บล็อกนี้ยังมีตัวช่วยอีก 2 ระบบ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ได้แก่  ระบบ Double-VANOS และ VALVETRONIC

ระบบแรก Double-VANOS หรือ ‘วาล์วแปรผัน’ ระบบนี้จะสั่งวาล์วไอดีเปิดล่วงหน้า 5-10 องศา เป็นการลำเลียงอากาศเข้าห้องเผาไหม้ก่อนจังหวะการทำงานปกติ เพื่อให้เครื่องยนต์สร้างกำลังออกมาล่วงหน้า (พร้อมทั้งสั่งหัวเทียนจุดระเบิดก่อน) สำหรับรับมือกับสภาวะการเร่งแซง เมื่อกลับเข้าสู่ความเร็วคงที่ วาล์วไอดีก็จะขยับกลับมาเปิดที่องศาปกติ ระบบนี้สร้างกลไกง่ายๆ ขึ้นมาที่ชุดเฟืองเพลาลูกเบี้ยว สำหรับการคอนโทรลให้เพลาลูกเบี้ยวหมุน ‘ล่วงหน้า’ (Advance) หรือ ‘ย้อนกลับ’ (Retard) ได้เล็กน้อย ผลที่ได้คือ การประจุอากาศ และการคายไอเสียสัมพันธ์กับรอบการทำงานของเครื่องยนต์มากยิ่งขึ้น

ระบบถัดมา VALVETRONIC วัตถุประสงค์เพื่อปรับระยะยกของวาล์ว (Lift) ด้านไอดี ด้วยระยะการเปิดของวาล์วไอดีที่มากขึ้น ก็จะส่งผลให้อากาศไหลเข้าห้องเผาไหม้ได้มากกว่าเดิม แนวคิดของ VALVETRONIC มีเพียงเท่านี้  อุปกรณ์การทำงานหลักยังคงเป็นระบบกลไกง่าย ที่ใช้เพียงเซอร์โวมอเตอร์ (หมุนไม่เต็มรอบ) ซึ่งรับคำสั่งมาจาก ECU เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนระยะยกของวาล์ว

ขณะเร่งเครื่อง ECU จะประมวลผลแล้วสั่งให้มอเตอร์ทำงาน ระยะการยกของวาล์วจะแปรผันตามองศาการหมุนของมอเตอร์ ถ้ามอเตอร์หมุนสุด จะกดวาล์วได้ลึกสุด (10 มิลลิเมตร) ในทางตางกันข้าม ถ้ามอเตอร์ไม่หมุนเลย ระยะยกของวาล์วในก็จะอยู่ในระดับต่ำสุด (3 มิลลิเมตร)

P90045735P90045739

เพราะฉะนั้น ระบบ VALVETRONIC จะแปรผันระยะในการกดวาล์วได้ 3-10 มิลลิเมต รการปรับเปลี่ยนระยะยกของระบบ VALVETRONIC สามารถแปรผันได้อย่างละเอียด ตามความต้องการปริมาณอากาศของเครื่องยนต์ ซึ่งทั้งหมดมาจากการประมวลผลของ ECU ที่อ้างอิงข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายจุดในเครื่องยนต์ รวมถึงเซ็นเซอร์จากแป้นคันเร่ง (ดูจากความเร็ว และระดับความลึกในการเหยียบแป้นคันเร่ง)

สำหรับเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงหน้าของ X6M มาพร้อมระบบควบคุมเครื่องยนต์ทุกระบบที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น  นั่นเพราะ BMW M GmbH จับเครื่องยนต์ของ X6 xDrive 50i มาโมฯ ต่อ จุดหลักคือ การเปลี่ยนเทอร์โบชุดใหม่ที่เรียกว่า ‘M TwinPower Turbo’ จนกระทั่งได้เครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงถึง 423 kW/575 hp ที่ 6,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 Nm ที่รอบ 2,200-5,000 รอบ/นาที ถ้าเปรียบเทียบกับ X6 M บอดี้ E71 (ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน) บอดี้ใหม่จะมีแรงม้าเพิ่มขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์  แรงบิดสูงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ และปล่อย CO2 ลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์

bmw x6 27

M TwinPower Turbo ใช้แนวคิดในการพัฒนาที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ทั่วไป การจัดวางเทอร์โบทั้ง 2 ตัว แปลกตาไปกว่าที่เคยเห็น ด้วยการนำเทอร์โบมาแทรกไว้ตรงกลางระหว่างบล็อกตัววี นำท่อร่วมไอเสียย้ายมาไว้ฝั่งด้านใน เอาท่อร่วมไอดีออกไปไว้ด้านนอก ความกว้างของเครื่องยนต์จึงลดลง การวางในรูปแบบดังกล่าวไม่ได้สร้างปัญหาใดๆในเรื่องพื้นที่ ด้วยรูปแบบ Bi-turbo นั่นคือเทอร์โบ 1 ตัว รับผิดชอบ 4 สูบ แบบแถวใครแถวมัน อากาศอัดที่ไหลออกมาจากเทอร์โบจะมาถูกลดอุณหภูมิเพิ่มความหนาแน่นของมวลอากาศที่อินเตอร์คูลเลอร์ใบจิ๋ว (ฝั่งใครฝั่งมัน) เอาเป็นว่า เมื่อเห็นเครื่องยนต์บล็อกนี้ทั้งลูกแบบที่ใส่ฝาครอบเครื่องครบ ก็แทบเดาไม่ได้เลยว่าเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ หากไม่เห็นอินเตอร์คูลเลอร์ทั้ง 2 ใบนี้

จุดแตกต่างของ M TwinPower Turbo หากเทียบกับ BMW TwinPower Turbo ใน X6 xDrive 50i อยู่ที่เทคโนโลยี Cross-bank Exhaust Manifold วิศวกรรื้อไลน์การทำงานของระบบอัดอากาศใหม่ เพื่อลดความยาวของท่อทางเดินทั้งหมด “นำไอเสียจากกระบอกสูบฝั่งขวาไปปั่นเทอร์โบตัวอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ฝั่งซ้าย” ในทำนองเดียวกันก็ “นำไอเสียจากกระบอกสูบฝั่งซ้ายไปปั่นเทอร์โบตัวอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ฝั่งขวา” เป็นการสร้างสมดุลของแรงอัดอากาศที่เกิดขึ้น อีกทั้งระยะทางเดินของอากาศที่สั้นลง ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเทอร์โบได้อีกทางด้วย M TwinPower Turbo ใน X6 M ส่งอากาศอัดเข้าห้องเผาไหม้ด้วยแรงดันที่สูงถึง 1.5 บาร์

bmw x6 28

เกียร์ยังคงเป็น Steptronic 8 สปีด อัตราทดเท่าเดิมทุกเกียร์ แต่วิศวกรเซตอัพซอฟต์แวร์ควบคุมชุดเกียร์ใหม่ เพื่อให้รับกับแรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น กลายเป็น M Steptronic พร้อม Drivelogic ที่ให้การตอบสนองใกล้เคียงกับเกียร์คลัตช์คู่ (M Double Clutch Transmission) ใน M Car รุ่นอื่นๆ

X6 M โดนตอนความเร็วสูงสุดไว้ที่ 250 กม./ชม. แต่ก็มีออปชั่น ‘M Driver’s Package’ มาให้ลูกค้าจ่ายเพิ่ม เพื่อขยับความเร็วสูงสุดไปอยู่ที่ 280 กม./ชม. ขณะที่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว จะเร็วจนน่าขนลุกที่ 4.2 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.0 กม./ลิตร และปล่อย CO2 ออกสู่บรรยากาศเพียง 258 กรัม/กิโลเมตร จัดอยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อเทียบกับพละกำลังจากเครื่องยนต์ ซึ่งนั่นส่งผลให้ X6 M สะอาดพอที่จะผ่านมาตรฐาน Euro 6 มาได้แบบสบายๆ

 

เรื่อง        พิทักษ์บุญท้วม

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.