BMW พร้อมยกระดับระบบส่องสว่างของรถในค่ายครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่เพียงพลังแห่งการส่องสว่างอันกว้างไกล แต่ต้องมาพร้อมความสวยงาม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวรถ ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แนวคิดนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกกับรถต้นแบบ M4 Concept Iconic Lights ตัวรถยังเป็น M4 ทุกประการ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีเพียงโคมไฟหน้าและโคมไฟท้าย แค่เพียงโคมไฟรอบคันชุดใหม่ก็ทำให้ M4 ดูดีขึ้นอีกไม่น้อย

bmw concept04

แสงสว่างอันแพรวพราวจากโคมไฟหน้า

bmw concept02 bmw concept03

แนวคิดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ M4 (และ M3) คือความฮาร์ดคอร์ที่ง่ายต่อการบังคับควบคุม เป็นรถ ‘บ้าพลัง’ ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ใช้ได้เฉพาะในวันหยุดเหมือนซูเปอร์คาร์หลายๆ รุ่น มีความนุ่มนวลในระดับเหมาะสม แต่ก็พร้อมจะดุดันในเสี้ยววินาทีที่ผู้ขับต้องการ นั่นหมายความว่า ระบบควบคุมต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เครื่องยนต์ ฟีลลิ่ง การสนองตอบจากพวงมาลัยและแฮนด์ลิ่งจากช่วงล่าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ขับ หรือจะให้ระบบปรับแบบอัตโนมัติให้ก็ย่อมทำได้

bmw concept05 bmw concept06 bmw concept07

M4 ล้วนถูกจับเข้าคอร์สรีดไขมันส่วนเกิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสมดุลน้ำหนักตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ตัวถังของ M Car จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากวัสดุหลายประเภทเช่นเดียวกับซูเปอร์คาร์ บานประตู ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และเบ้าสปริงในล้อคู่หน้า ถูกเปลี่ยนจากเหล็กมาเป็นอะลูมิเนียม ขณะที่แก้มข้างทั้ง 2 ฝั่ง เปลี่ยนมาใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ส่วนหลังคาจากที่เคยใช้เหล็ก ก็เปลี่ยนมาใช้วัสดุ CFRP (Carbon-fibre-reinforced-plastic) ท่อนหน้าของตัวรถถูกรีดน้ำหนักมากเป็นพิเศษ เพื่อไปชดเชยการแบกรับน้ำหนักจากเครื่องยนต์ หวังผลให้การกระจายน้ำหนักที่ตกลงยังล้อหน้าและหลัง ใกล้เคียง 50:50 ซึ่งอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงสมดุล ผลลัพธ์ที่ออกมาลุล่วงตามความต้องการของวิศวกร เพราะ M4 โมเดลล่าสุดภายใต้รหัสตัวถัง ‘F82’ ทำได้สมดุลแบบพอดิบพอดีกับการใช้เครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ

ต้องบอกว่า โคมไฟรอบคันชุดใหม่ของ M4 Concept Iconic Lights แย่งซีนความดุดันไปจาก M4 ตัวถังมาตรฐาน มาพร้อมสีสัน และการให้แสงสว่างหลากหลายรูปแบบ ช่วยดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่แรกเห็น แถมยังมีสารพัดลูกเล่นแพรวพราว ถอดแบบฟีลลิ่งมาจากความแวววาวของดวงตาสัตว์ป่าในยามค่ำคืน ทั้งหมดกำเนิดจากเทคโนโลยี OLEDs (Organic Light Emitting Diodes) ผลิตจากชั้นบางๆ แบบเวเฟอร์ของเซมิคอนดักเตอร์ (Wafer-thin Semiconducting Layer) ซึ่งข้อมูลไม่ได้เปิดเผยว่ามันให้แสงสว่างได้อย่างไร บอกแต่ผลลัพธ์ คือให้การสะท้อนแสงและแสงสว่างอันตระการตาในรูปแบบ 3 มิติ

ชั้นของแสงไฟอันตระการตา กำเนิดจากเทคโนโลยี OLEDs (Organic Light Emitting Diodes) โดยแต่ละชั้นบางสุดๆ ด้วยความหนาเพียง 1.4 มิลลิเมตร

ชั้นของแสงไฟอันตระการตา กำเนิดจากเทคโนโลยี OLEDs (Organic Light Emitting Diodes) โดยแต่ละชั้นบางสุดๆ ด้วยความหนาเพียง 1.4 มิลลิเมตร

OLEDs รับหน้าที่ในเรื่องของความสวยงาม ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการส่องสว่างอันกว้างไกล จะเป็นของเทคโนโลยี Laserlights คุณสมบัติเบื้องต้นได้แก่ ให้ระดับความเข้มของแสงสูงกว่าแหล่งจ่ายไฟแบบเก่าถึง 10 เท่า ไฟสูงส่องสว่างได้ไกลถึง 600 เมตร ไกลกว่าไฟสูงของระบบดั้งเดิมกว่า 2 เท่า (LED High Beam ทำได้ 300 เมตร)  ใช้พื้นที่น้อย ทั้งในส่วนของชุดเลเซอร์และชุดจานสะท้อนแสง ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างสูง แต่ประหยัดพลังงานไฟฟ้าลง 30 เปอร์เซ็นต์ ใช้โครงสร้าง (โคม) ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถออกแบบโคมให้แบน ส่งผลดีต่อเรื่องแอโรไดนามิกโดยตรง และมีความทนทาน พร้อมให้ควานมั่นใจในระดับสูง สำหรับการใช้งานในทุกสภาพอากาศ ในทุกสภาพพื้นที่ทั้งร้อนจัดและเย็นจัด Laserlights (High Beam) เปิดตัวเป็นออปชั่นพิเศษครั้งแรกใน BMW i8

OLEDs ในส่วนของไฟท้าย สร้างมุมมองในรูปแบบ 3 มิติ

OLEDs ในส่วนของไฟท้าย สร้างมุมมองในรูปแบบ 3 มิติ

แหล่งจ่ายไฟแบบเก่าหรือแบบดั้งเดิม BMW เหมารวมตั้งแต่ โคมฮาโลเจน, ซีนอน และ LED ที่เทคโนโลยี Laserlights เหนือชั้นกว่าในเรื่องระยะทางในการส่องสว่าง พื้นที่ในส่วนของชุดยิงเลเซอร์จะเล็กกว่าตัวหลอด LED ทั่วไปประมาณ 100 เท่า (เปรียบเทียบในส่วนของไฟสูง) ด้วยขนาดต่อ 1 หัวยิงเลเซอร์ (High-performance Laser Diode) เพียง 1 ตารางมิลลิเมตร (ใช้ทั้งหมด 3 หัวยิงเลเซอร์) สำหรับชุดจานสะท้อนแสง (Reflector) ใช้พื้นที่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 30 มิลลิเมตร เท่านั้น ประหยัดพื้นที่ลงได้มาก เมื่อเปรียบเทียบกับชุดจานสะท้อนแสงของโคมซีนอนและโคมฮาโลเจน ที่ใช้เส้นผ่านศูนย์กลาง 70 และ 120 มิลลิเมตร ตามลำดับ

ขณะที่ไฟสูง ขยับไปเล่น Laserlights ที่ส่องสว่างได้ไกล 600 เมตร

ขณะที่ไฟสูง ขยับไปเล่น Laserlights ที่ส่องสว่างได้ไกล 600 เมตร

ในบางโอกาสของการเดินทางในเวลากลางคืน เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น ผู้ขับจำเป็นต้องเปลี่ยนจาก “ไฟต่ำ” (Low Beam) ไปใช้ “ไฟสูง” (High Beam) แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังไว้เสมอ นั่นคือ ขณะนั้นต้องไม่มีรถที่ขับสวนทางมา รวมถึงขณะนั้นต้องไม่มีรถที่ขับอยู่ด้านหน้าด้วย เพราะลำแสงของไฟสูงจะไป “แยงตา” ผู้ขับรถคันอื่น โดยเฉพาะโคมไฟหน้าสมัยใหม่ที่ให้ลำแสงสว่างกว้างไกลก็ยิ่งอันตราย เพราะสามารถทำให้ผู้ที่มองลำแสงไฟระดับนี้ เกิดอาการตาพร่ามัวขึ้นมาได้ในทันที และก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุที่หลายคนคาดไม่ถึง

BMW เก็บตกรายละเอียดเหล่านี้ เพราะเล็งเห็นว่า การต้องใช้ “ไฟต่ำ” และ “ไฟสูง” สลับกันไป ในบางโอกาสอาจสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ขับได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับการเดินทางไกล จึงพัฒนาระบบ “High-Beam Assist” ขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ช่วยสำหรับการขับขี่กรณีนี้โดยเฉพาะ และต่อมาระบบนี้จึงพัฒนามาเป็นระบบ “BMW Selective Beam”

ระบบ “BMW Selective Beam” จะติดตั้งกล้องตรวจจับแสง (Camera Sensor) ไว้ที่ด้านหลังกระจกมองหลัง (ซึ่งหันไปทางด้านหน้ารถ) ขณะที่ผู้ขับรถใช้ไฟสูง แล้วกล้องตรวจจับแสงไฟจากรถคันอื่นได้ ก็จะเปลี่ยนมาใช้ไฟต่ำให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อต้องมาขับอย่างโดดเดี่ยวปราศจากเพื่อนร่วมถนนอีกครั้ง หรือกล้องตรวจจับแสงไฟไม่พบแล้ว ระบบก็จะปรับเปลี่ยนมาใช้ไฟสูงโดยอัตโนมัติ ระบบ “BMW Selective Beam” มีสวิตช์เปิด-ปิดระบบมาให้ผู้ขับเลือกใช้ด้วย

ไฟต่ำยังคงเป็น LED

ไฟต่ำยังคงเป็น LED

ในส่วนของระบบขับเคลื่อนทั้งหมดของตัวโชว์ M4 Concept Iconic Lights คาดว่าจะไม่แตกต่างกับ M4 บอดี้มาตรฐาน เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบ 3 ลิตร มาพร้อม High Precision Injection, ระบบ Double-VANOS, ระบบ VALVETRONIC และเทอร์โบคู่เทคโนโลยีเฉพาะของ BMW ที่มีชื่อว่า TwinPower Turbo ซึ่งถูกอัพเกรดไปเป็น M TwinPower Turbo ในเวลาต่อมา ให้แรงม้าในระดับ 431 hp ที่ 5,500-7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 550 Nm ที่ 1,850-5,500 รอบ/นาที ใช้เกียร์คลัตช์คู่ M-DCT 7 สปีด ที่ควบคุมด้วย Drivelogic ซึ่งพ่วงมากับระบบ Launch Control ที่จะปรับทุกองค์ประกอบใน M4 เพื่อให้รถออกตัวได้เร็วที่สุด ทะยานผ่านความเร็ว 100 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 4.1 วินาที

bmw concept12

M4 Concept Iconic Lights โชว์ตัวครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show (CES) 2015 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา งานนี้เป็นที่แสดงผลงานเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก ซึ่งหลายบริษัทได้ใช้เวทีนี้เป็นที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ กล้องถ่ายภาพ โทรศัพท์มือถือ ที่จ่อคิวจำหน่ายในอนาคตอันใกล้ สำหรับ BMW เวทีนี้คือที่ประกาศต่อสาธารณชนว่า Iconic Lights คือระบบส่องสว่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ทั้งในเรื่องความสวยงาม และประสิทธิภาพในการทำงาน

 

เรื่อง        พิทักษ์ บุญท้วม