the-king
HomeInnovationBMW i3 (94 Ah) อัพเกรดแบตเตอรี่ เพื่อระยะการใช้งานที่ไกลยิ่งขึ้น!!!
bmw-i3-94-ah_cover

BMW i3 (94 Ah) อัพเกรดแบตเตอรี่ เพื่อระยะการใช้งานที่ไกลยิ่งขึ้น!!!

จุดแข็งของรถไฟฟ้าประเภทเดียวกับ ‘BMW i3’ คือการเป็นพาหนะพลังงานสะอาด จัดอยู่ในกลุ่ม ZEV (Zero Emission Vehicles) หรือไร้มลพิษอย่างเต็มรูปแบบ แต่จุดอ่อน หากเทียบกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ปกติ จะอยู่ที่เรื่อง ‘ระยะการใช้งาน’ เนื่องจากข้อจำกัดของพลังงานไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถเก็บเอาไว้ได้ ดังนั้น ความจุแบตเตอรี่ รวมทั้งพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ ล้วนส่งผลกับระยะทางที่ i3 สามารถวิ่งใช้งานได้โดยตรง หลังจาก i3 ทำตลาดมาร่วม 2 ปี และถึงเวลาของเทคโนโลยีใหม่สำหรับแบตเตอรี่ BMW จึงไม่รอช้าที่จะอัพเกรดจาก ‘i3 (60 Ah)’ ไปเป็น ‘i3 (94 Ah)’ ในทันที

bmw-i3_02

จุดเปลี่ยนระหว่าง ‘i3 (60 Ah)’ ไปเป็น ‘i3 (94 Ah)’ ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากการเพิ่ม ‘ความจุของแบตเตอรี่’ จาก 60 Ah ไปเป็น 94 Ah เพียงเท่านั้น แต่มันส่งผลต่อเนื่องไปยังความสะดวกในการใช้งาน i3 ในอีกหลายเรื่อง สำคัญที่สุด เป็นการเพิ่มระยะการใช้งานขึ้นอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในสภาพแบตเตอรี่เต็ม ‘i3 (60 Ah)’ มีระยะการใช้งาน 190 กิโลเมตร ขณะที่ ‘i3 (94 Ah)’ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน วิ่งได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร ซึ่งระยะการใช้งานระดับนี้ สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบสบายๆ อาจไม่ได้เฉพาะเจาะจงเพียงแค่ในเมืองเหมือนช่วงเริ่มต้น แต่สามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดที่ใกล้เคียงกันได้เลย [หมายเหตุโดยผู้เขียน Ah ย่อมาจาก ‘แอมแปร์-ชั่วโมง’ เป็นหน่วยทางไฟฟ้า (Battery Capacity) ใช้วัดปริมาณกระแสไฟที่จ่ายได้ใน 1 ชั่วโมง]

bmw-i3_04bmw-i3_07

ข้อมูลช่วงเปิดตัวระบุว่า แบตเตอรี่แบบ High-voltage ใน ‘i3 (60 Ah)’ จัดอยู่ในประเภท ‘ลิเธียม-อิออน’ ประกอบด้วย 8 โมดูล โดยแต่ละโมดูลมี 12 เซลล์ ปล่อยแรงเคลื่อนไฟฟ้า 360 โวลต์ จ่ายพลังงานไฟฟ้าในระดับ 22 kWh ทั้งชุดมาพร้อมระบบหล่อเย็น ใช้น้ำช่วยระบายความร้อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิ เพิ่มความเสถียรในการจ่ายไฟ โดยอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่ 20 องศาเซสเซียส แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟเต็มภายใน 6 ชั่วโมง เมื่อเสียบชาร์จจากไฟบ้าน แต่หากชาร์จแบบ ‘ไฮสปีด’ จากสถานีจ่ายไฟสาธารณะ จะได้ความจุราว 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ชั่วโมง BMW รับประกันอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ข้อมูลอัพเดตล่าสุด สำหรับ ‘i3 (94 Ah)’ แบตเตอรี่ชุดใหม่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง BMW กับ SAMSUNG SDI จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 33 kWh แต่ช่วงที่จ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพดีที่สุดอยู่ที่ 29 kWh เมื่อชาร์จจากสถานีจ่ายไฟสาธารณะ จะได้ความจุ 80 เปอร์เซ็นต์ เร็วกว่า 40 นาที หรือเทียบได้กับการใช้เวลาในการชาร์จ 24 นาที ต่อการวิ่งใช้งาน 100 กิโลเมตร สำหรับการชาร์จจากไฟบ้าน BMW ทำให้มันเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น และไม่ต่างอะไรกับการชาร์จมือถือ ด้วยการชาร์จไฟผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า ‘BMW i Wallbox’ ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ ด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 45 นาที

bmw-i3_08bmw-i3_11

นอกจากเรื่องความจุแบตเตอรี่ที่ขยับจาก 60 Ah ไปเป็น 94 Ah เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบถ้วนแล้ว นอกจากนั้นอุปกรณ์พื้นฐานใน ‘i3’ ยังคงเหมือนเดิม ทั้งในเรื่องโครงสร้าง รูปแบบการจัดวาง และกำลังจากมอเตอร์ขับเคลื่อน ที่ใช้ขนาด 125 kW/170 hp พร้อมแรงบิด 250 Nm โดยแรงบิดสูงสุดจะมาให้ใช้งานเต็มๆ ตั้งแต่มอเตอร์เริ่มหมุน อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ‘i3 (94 Ah)’ ใช้เวลา 3.8 วินาที หากเร่งต่อเนื่องไปจนถึง 100 กม./ชม. จะใช้เวลาต่ำกว่า 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 150 กม./ชม. โดย ‘อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย’ ที่วัดตามมาตรฐานล่าสุด NEDC (New European Driving Cycle) อยู่ที่ 11.3 kWh/100 km [หมายเหตุโดยผู้เขียน คือ การใช้พลังงานไฟฟ้า 11.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร] ขณะที่ ‘i3 (60 Ah)’ ทำได้ที่ 13.5 kWh/100 km

bmw-i3_03
ความลับในการลดน้ำหนักของ ‘i3’ ได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รถต้นแบบ โครงสร้างที่ทำหน้าที่เป็นแชสซี หรือจุดยึดให้กับอุปกรณ์ทั้งหมด ถูกประกอบขึ้นจากอะลูมิเนียมทรงกล่องขนาดใหญ่ เป็นโครงสร้างที่ดูเรียบง่าย ปราศจากความซับซ้อน แต่ถูกคำนวณมาอย่างละเอียดในเรื่องของการรับแรง และการบิดตัวขณะออกตัวและเบรกอย่างรุนแรง โครงสร้างดังกล่าวผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติร่วมกันระหว่าง ‘High-strength’ หรือแข็งแกร่ง และ ‘Extremely Lightweight’ หรือ เบาแบบสุดๆ ได้อย่างลงตัว

bmw-i3_09

ขณะที่โครงสร้าง Passenger Cell หรือส่วนของห้องโดยสาร วิศวกร BMW จัดหนักด้วยวัสดุขั้นเทพของวงการยานยนต์ คือ ‘CFRP’ (Carbon Fibre-Reinforced Plastic) ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับ BMW เพราะวิศวกรทดลองใช้โครงสร้าง ‘CFRP’ กับค็อกพิตของรถ F1 มานานแล้ว จุดเด่นนอกจากเรื่องความเบา ยังต้องแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องนักแข่งเมื่อรถประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง ซึ่ง ‘i3’ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้มาโดยตรง โครงสร้างค็อกพิต ‘CFRP’ เล็กๆ ของ F1 ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการโดยสารแบบ 2+2 ตำแหน่ง โดยโครงสร้าง ‘CFRP’ ยังคงคุณสมบัติในการรับแรงและกระจายแรงไม่แตกต่างกับโครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างอะลูมิเนียมในรถ BMW ทุกโมเดล จากขั้นตอนการลดน้ำหนักทั้งหมด ส่งผลให้ ‘i3’ มีน้ำหนักอยู่ที่เพียง 1,245-1,390 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักส่วนใหญ่ของรถทั้งคัน จะเกิดจากน้ำหนักของชุดแบตเตอรี่นั่นเอง

รูปทรงของแชสซีสอะลูมิเนียมทรงกล่องทั้งชิ้นของ ‘i3’ ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน ส่วนต้นและส่วนปลายแคบ ขณะที่ท่อนกลางป่องออก เพื่อใช้เป็นที่อยู่ของชุดแบตเตอรี่ ตำแหน่งการวาง ให้ความสำคัญกับเรื่องการสมดุลน้ำหนักมากเป็นพิเศษ นอกจากอยู่กึ่งกลางตัวถังแล้ว ยังถูกวางไว้ในระดับต่ำ เพื่อลดจุด C.G. (Center of Gravity) ของรถทั้งคันลง

bmw-i3_12

BMW ‘i3 (60 Ah)’ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าด้วยเวอร์ชั่นพิเศษ ‘Range Extender’ ใน ‘i3 (94 Ah)’ ยังคงมีเวอร์ชั่นพิเศษนี้เช่นเดิม เป็นการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กเข้าไป วัตถุประสงค์เพื่อการปั่นไฟเพียงอย่างเดียว รองรับการเดินทางไกลของ ‘i3 (94 Ah)’ สำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine) ที่รับภารกิจนี้ เป็นเครื่องเบนซินบล็อกเล็กกะทัดรัด แบบแถวเรียง 2 สูบ ขนาด 647 ซี.ซี. ผลิตแรงม้าได้ 28 kW/38 hp

เช่นเดียวกัน ถังน้ำมันของ ‘i3 (94 Ah)’ Range Extender มีความจุเพียง 9 ลิตร ในโหมด Comfort กับการเดินทางในเมือง เพิ่มระยะการใช้งานได้กว่า 150 กิโลเมตร แต่ถ้าเลือกใช้โหมด Most Efficient Driving ที่ให้อารมณ์ประมาณโหมดประหยัด โดยระบบจะเข้ามาคอนโทรลการใช้คันเร่ง เพื่อลดการใช้พลังงาน รวมถึงเพิ่มระดับความเข้มข้นในการเปลี่ยนพลังงานจลน์ จากแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่ ขณะรถชะลอความเร็วและเบรก กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้า ป้อนกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ โหมดประหยัดอาจจะไม่ทันอกทันใจเท่าไหร่นัก แต่ช่วยเพิ่มระยะการเดินทางของ ‘i3 (94 Ah)’ ได้ไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตร เลยทีเดียว

เรื่อง พิทักษ์ บุญท้วม
e-mail pitak.b@gmail.com

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.