the-king
HomeHighlightBMW 420d Coupe New generation of BMW’s
420d_cover

BMW 420d Coupe New generation of BMW’s

open_resize

หากจะพูดถึงรถสปอร์ตคูเป้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ล่าสุดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยูกันแล้วนั้น ชื่อของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 ก็คงจะเป็นชื่อต้นๆ ที่บรรดาแฟนๆ ของค่ายใบพัดฟ้าขาว กำลังให้ความสนใจ กับซีรี่ส์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ล่าสุด ภายใต้ชื่อเรียกขาน ซีรี่ส์ 4 ด้วยคอนเซ็ปต์ Sport mid-size Coupe กับการผสมผสานอย่างลงตัวของรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว คมเข้มทั้งภายในและภายนอก สมรรถนะที่เร้าใจ ไปจนถึงความคล่องแคล่วในการขับเคลื่อน

BMW 420d 23_resize

ซึ่งถ้าจะว่ากันไปจริงๆ แล้ว ก็เป็นการแบ่งรุ่นใหม่ออกมาเพื่อความชัดเจนของซีรี่ส์ต่างๆ ที่มีอยู่ จากแต่เดิมที่ซีรี่ส์ 3 นั้นจะมีทั้งเวอร์ชั่นซีดาน 4 ประตู และเวอร์ชั่นสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู โดยการแบ่งรุ่นใหม่นี้ทำให้ในแต่ละซีรี่ส์ค่อนข้างมีความแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น จนทำให้ในปัจจุบันนั้น ซีรี่ส์ 3 จะมีเพียงแค่เวอร์ชั่น 4 ประตู ซีดาน และ 5 ประตู แบบทัวริ่งเท่านั้น ในขณะที่ซีรี่ส์ 4 นั้นจะมาแทนที่ซีรี่ส์ 3 แบบคูเป้ที่คุ้นเคย ทำให้ซีรี่ส์ 4  เป็นซีรี่ส์ที่เน้นความสปอร์ต กับรถในสไตล์สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ล่าสุดที่เพิ่งได้รับการเปิดตัวตามมากับเวอร์ชั่น 4 ประตูแกรน์คูป เหมือนกับซีรี่ส์ 6 สปอร์ตพี่ใหญ่ที่ได้รับการแนะนำตัวมาก่อนหน้านี้

BMW 420d 50_resize

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้นำบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 คูเป้ เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอย่างรวดเร็ว ภายหลังที่เปิดตัวต่อสายตาคนทั่วโลกไปเพียงไม่นาน กับ 2 ทางเลือกของขุมพลังในการขับเคลื่อน ทั้งในแบบเบนซินในรุ่น 420i และเครื่องยนต์ดีเซลในรุ่น 420d กับ 2 เวอร์ชั่นอุปกรณ์ตกแต่งในแบบมาตรฐานและแบบครบถ้วนความสปอร์ตที่มาพร้อมชุดแต่ง M ให้ผู้ใช้รถในบ้านเราได้เลือกเป็นเจ้าของกันได้ถูกใจมากยิ่งขึ้น

สปอร์ต โฉบเฉี่ยว คือมนต์สะกดสำคัญของ ซีรี่ส์ 4

BMW 420d 25_resize

รูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น สามารถสร้างมนต์สะกดต่อสายตาของคนรอบข้างได้ในทันทีที่เคลื่อนผ่าน ดีไซน์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ นับเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบที่ทีมวิศวกรบีเอ็มดับเบิลยูพยายามใส่ลงไปในทุกๆ รายละเอียด ตั้งแต่ช่วงฝากระโปรงหน้าที่ลาดยาวต่อมาจากแนวกระจกบังลมหน้านั้นช่วยเสริมบุคลิกความเป็นสปอร์ตได้มากขึ้น โดยเฉพาะตัวกันชนหน้าที่ใช้แนวเส้นผสมผสานกับการเล่นโทนสีของตัวช่องดักลมทางด้านล่างที่ช่วยเติมความดุดันให้กับมุมมองทางด้านหน้ายิ่งขึ้น ไฟหน้ายังคงใช้ดีไซน์เดียวกับซีรี่ส์ 3 ที่มาครบด้วยชุดไฟหน้าแบบไบซีนอนที่ให้ความสว่างได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยามค่ำคืนนั้น ลำแสงที่พุ่งไปข้างหน้ายังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ แต่จะยิ่งดีกว่านี้ ถ้าได้ชุดไฟหน้าแบบ LED อันเป็นออปชั่นที่มีอยู่ในตัวนอกเหมือนเมื่อครั้งที่ได้ไปสัมผัสกับพี่ใหญ่อย่าง 435i ครั้งก่อนนั้นก็จะยิ่งครบอรรถรสยิ่งขึ้น จากดีไซน์ของหลังคาที่เตี้ยลง สามารถรับกับชุดประตูที่ยาวได้อย่างลงตัว อีกทั้งประตูข้างที่ไร้ซึ่งโครงกระจก ยิ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบุคลิกสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

BMW 420d 27_resize

และเมื่อมาถึงในส่วนท้ายของตัวรถกันบ้าง ด้วยการออกแบบชุดไฟท้ายที่แบนยาวนั้น ช่วยทำให้มุมมองทางด้านท้ายรถดูแบนมากยิ่งขึ้น และเมื่อรวมเข้ากับชุดท่อไอเสียที่ได้รับการเว้าตัวกันชนหลังให้รับกันอย่างลงตัวแล้ว ช่วยทำให้มุมมองด้านท้ายดูอวบอิ่มและแบนกว้างขึ้นอย่างชัดเจน หากได้ล้อหลังหน้ายางกว้าง กับชุดปลายท่อคู่เพิ่มมาอีกสักนิด ยิ่งจะทำให้ความรู้สึกดูดุดัน น่าแกรงข้ามยิ่งขึ้นเป็นแน่

BMW 420d 24_resize

ความสบายที่เทียบเท่ารถซีดาน

ภายในห้องโดยสารของ ซีรี่ส์ 4 นั้น ยังคงมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับซีรี่ส์ 3 ใหม่ ที่ผสมผสานความหรูหรา และความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตได้อย่างลงตัว และด้วยการเล่นโทนสีภายในของซีรี่ส์ 4 ที่เป็นหนังโทนสีแดงตัดกับหนังสีดำนั้น ยิ่งสามารถเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกสปอร์ตได้อย่างลงตัว แม้ห้องโดยสารภายในจะถูกจำกัดพื้นที่ลงมาจากความสูงของห้องโดยสารและจำนวนประตูที่น้อยเพียงแค่ 2 บานนั้น แต่การออกแบบซีรี่ส์ 4 ให้เป็นรถแบบ 2+2 ที่นั่ง ยังสามารถตอบสนองต่อการเดินทางได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะตัวเบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตที่สามารถโอบกระชับต่อสรีระของผู้ขับได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มเติมความมั่นใจในการขับขี่ได้ไปพร้อมๆ กับความสบายตลอดการเดินทางและที่โดดเด่นอีกด้านก็คือ พื้นที่ของห้องโดยสารด้านหลังที่กว้างขวางเทียบเท่ากับภายในห้องโดยสารของซีรี่ส์ 3 กันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ในการเดินทางไปในห้องโดยสารของซีรี่ส์ 4 นั้น สามารถให้ความสบายทั้งในตำแหน่งเบาะคู่หน้า และตำแหน่งเบาะคู่หลังตลอดการเดินทาง

BMW 420d 32_resize

BMW 420d 42_resize

2 ทางเลือกสำหรับผู้ใช้บ้านเรา

เครื่องยนต์ที่มีประจำการอยู่ในซีรี่ส์ 4 ที่มีจำหน่ายอยู่ในบ้านเรา มีให้เลือกใช้อยู่ด้วยกันถึง 2 แบบ 2 สไตล์ เริ่มกันตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทคโนโลยีทวิน เพาเวอร์ เทอร์โบ ที่ให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าต้องการเครื่องยนต์ที่ตอบสนองเร็วและหนักแน่นกันแล้ว ซีรี่ส์ 4 ยังมีอีกหนึ่งทางเลือก กับขุมพลังที่กำลังได้รับความนิยมในบ้านเราขณะนี้ กับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ คอมมอนเรล เทอร์โบ ที่มีความจุ 2.0 ลิตร ในรหัสเรียกขาน 420d ที่มีแรงม้าพร้อมให้ใช้งานอยู่ที่ 184 แรงม้า กับแรงบิดที่สูงมากถึง 380 นิวตัน-เมตร ที่สำคัญ ยังมีให้ใช้งานกันตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเพียงแค่ 1,750 รอบเท่านั้น โดยทางโรงงานเคลมอัตราเร่ง 0-100 ของเจ้า 420d เอาไว้ที่ 7.3 วินาที พร้อมกับท็อปสปีดในระดับ 232 กม./ชม.

BMW 420d 49_resize

ระบบเกียร์ที่ได้รับการนำมาใช้งานในซีรี่ส์ 4 ทั้งในเวอร์ชั่นเบนซินและเวอร์ชั่นดีเซลที่เรานำมาทดสอบกันในครั้งนี้ เป็นหน้าที่ของชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีด ลูกใหม่ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของอัตราทดที่มากถึง 8 จังหวะ ให้การทำงานที่ให้ความต่อเนื่องและความนุ่มนวลได้ดี ไปจนถึงความรวดเร็วในการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ นับว่าสามารถสร้างความสบายไปพร้อมๆ กับความสนุก และความมันส์ในการขับขี่ได้ดีอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าผู้ขับอยากที่จะเพิ่มเติมความสนุกในการขับขี่จากการที่สามารถเลือกควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้ตามรอบและความเร็วที่ต้องการนั้น สามารถควบคุมได้จากแป้นกดที่หลังก้านพวงมาลัยได้ในทันที ระบบเกียร์ก็จะปรับเข้าสู่โหมดแมนวลให้โดยอัตโนมัติแต่ในการใช้งานแบบแมนวลโหมดนั้น จะต้องทำความคุ้นเคยกันสักหน่อย เพราะด้วยอัตราทดที่มีมากถึง 8 จังหวะนี่เอง ทำให้ในการลดจังหวะเกียร์ที่ส่วนมากจะเป็นในจังหวะที่ต้องการเอนจินเบรกหรือต้องการอัตราเร่งอย่างรวดเร็วนั้น หากเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดลูกเดิม การกดแป้นควบคุมเพื่อลดจังหวะเกียร์ลงนั้นก็มักจะลดลงแค่จังหวะเดียว หรืออย่างมากก็สองจังหวะ ในเกียร์ลูกใหม่ที่มีอัตราทดที่มากขึ้น ในการลดจังหวะเกียร์ลงนั้น บางครั้งต้องลดลงถึง 3 จังหวะ อย่างถ้าวิ่งอยู่ในเกียร์ 8 อาจจะต้องลดลงมา 7 ลงมา 6 แล้วลงต่อมาอยู่ในจังหวะเกียร์ 5 ซึ่งหมายความว่าต้องกดแป้นควบคุมถึง 3 ครั้ง กันเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เลยต้องสร้างความคุ้นเคยกันมากหน่อยในการขับขี่แบบแมนวลสำหรับเจ้าเกียร์มากอัตราทดลูกนี้

สวย เซ็กซี่ และเร้าใจ

หลังจากได้สัมผัส 420d คันนี้ คงให้นิยามได้ดังคำที่ว่า สวย เซ็กซี่และเร้าใจ จากความสวยของรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบให้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของรถสปอร์ตคูเป้ได้อย่างลงตัว พร้อมๆ กับความเซ็กซี่ของการเล่นโทนสีภายในห้องโดยสารโทนสีแดงสลับสีดำ ที่ผนวกกับดีไซน์ที่สปอร์ตตั้งแต่พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน และการตกแต่งภายใน ไปจนถึงเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่ให้การโอบกระชับลำตัวได้ดีตลอดการเดินทาง

BMW 420d 04_resize

และส่วนสำคัญของความเร้าใจกับเครื่องยนต์ดีเซลที่สามารถให้ความสนุกตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงความเร็วในระดับเกือบ 200 โดยเฉพาะแรงบิดที่มากถึง 380 นิวตัน-เมตร ที่มีพร้อมให้ใช้งานกันตั้งแต่รอบเครื่องยนต์เพียงแค่พันกว่ารอบ อันเป็นจุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซลอยู่แล้วนั้น ยิ่งทำให้ความรวดเร็วทันใจในการตอบสนองต่อการขับขี่ ยิ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดุดัน จากเครื่องยนต์ดีเซลที่มีความจุของเครื่องยนต์เพียงแค่ 2.0 ลิตรเท่านั้น ยิ่งถ้าปรับโหมดในการขับเคลื่อนมาสู่โหมดสปอร์ตกันแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์จะไปควบคุมการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่มีต่อคันเร่งให้มีความรวดเร็ว ไปพร้อมๆ กับการทำงานของชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่จะปรับมาสู่สไตล์สปอร์ต ให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วงรอบเครื่องที่พร้อมจะตอบสนองในทันที ยิ่งทำให้บุคลิกของ 420d คันนี้มีความเร้าใจและความมันส์ ในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

BMW 420d 08_resize

นอกจากเรื่องสมรรถนะที่ดีแล้วในเรื่องของความประหยัดน้ำมันเชื้อพลิงนั้น 420d ยังคงให้ความประหยัดได้ดีไปพร้อมๆ กัน ด้วยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของการขับขี่ในเมือง สามารถทำได้ถึง 13.1 กม./ลิตร นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับรถสปอร์ตคูเป้ ที่พร้อมด้วยสมรรถนะ ก็คงต้องยกความดีให้กับการพัฒนาตัวรถและเครื่องยนต์ ไปจนถึงระบบขับเคลื่อนที่สามารถเดินทางในระดับความเร็ว 100 กม./ชม. ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเพียงแค่ 1,500 รอบ/นาทีเท่านั้น

BMW 420d 09_resize

อีกทั้ง 420d ยังได้รับการบรรจุเทคโนโลยีเพื่อการณ์นี้เข้ามามากมายหลายด้าน ด้วยการติดตั้งระบบ Auto Start Stop ที่ช่วยดับเครื่องยนต์ในขณะหยุดรถ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นอุณหภูมิของห้องโดยสารกับภายนอกแตกต่างมากน้อยขนาดไหน ไปจนถึงอุณหภูมิของเครื่องยนต์ และอีกหลายๆ องค์ประกอบ เพื่อให้การดับเครื่องยนต์เป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง หรือจะเป็นระบบ Brake Energy Regeneration ระบบที่จะทำการเปลี่ยนพลังงานการหมุนของล้อในขณะเบรกให้กลายเป็นไฟฟ้าเพื่อชาร์จกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ หรือระบบยอดนิยมที่เราได้ทำความรู้จักกันไปบ้างแล้วสำหรับบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา อย่างระบบ ECO PRO โหมดที่ให้ผู้ขับสามารถเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ จากการปรับให้การตอบสนองของคันเร่งลดลง ไปจนถึงจังหวะในการเปลี่ยนเกียร์ที่จะพยายามให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์ที่สูงขึ้น และยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศให้ปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้สูงขึ้นอีกนิด เพื่อให้เครื่องยนต์มีภาระในการทำงานที่น้อยลง โดยระยะทางที่ได้เพิ่มมากขึ้นนั้นจะยังคงแสดงให้เห็นบนมาตรวัดไปพร้อมๆ กัน

BMW 420d 11_resize

420d นับเป็นทางเลือกใหม่ของเซ็กเมนต์ที่นับได้ว่าเป็นเซ็กเมนต์ล่าสุดของค่ายบีเอ็มดับเบิลยูที่ได้รับการแนะนำสู่ผู้บริโภคในบ้านเรา กับรถสไตล์สปอร์ตคูเป้ ที่ผสมผสานทั้งความร้อนแรงและความประหยัดเข้าไว้ด้วยกัน ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว กับราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 3,799,000 บาท เท่านั้น

BMW 420d 52_resize

ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อและรุ่นรถ                                       BMW 420d

รุ่นปี                                                        รุ่นปี 2014

แบบเครื่องยนต์                                     4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ดีเซลคอมมอนเรล พร้อมด้วยเทอร์โบ

ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.)                           1,995

กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.)                               84.0x 90.1

ระบบควบคุมเครื่องยนต์                      Digital Motor Electronics (DME)

กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที)            184/4,000

แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบ/นาที)          38.74 / 1,750 – 2,750

อัตราส่วนกำลังอัด                                                16.5 : 1

ถังเชื้อเพลิงจุ (ลิตร)                               60

ชนิดเชื้อเพลิง                                         ดีเซล (Diesel)

ระบบขับเคลื่อน                                    ล้อหลัง

ระบบเกียร์ (รหัส)                                  เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมฟังก์ชัน Steptronic

อัตราทดเกียร์

1                                  4.714 : 1

2                                   3.143: 1

3                                 2.106 : 1

4                                   1.667 : 1

5                                   1.285 : 1

6                                   1.000 : 1

7                                   0.839 : 1

8                                   0.667 : 1

เกียร์ถอยหลัง                                        3.295 : 1

อัตราทดเฟืองท้าย                                 3.154 : 1

ระบบพวงมาลัย                                      แร็คแอนด์พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วยแบบไฟฟ้า (EPS)

ระบบกันสะเทือนหน้า                            อิสระ แบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                           อิสระ แบบไฟว์ลิงค์

ระบบเบรกหน้า/หลัง                            ดิสก์เบรก/ ดิสก์เบรก

มิติกว้างx ยาวx สูง(มม.)                      1,825 x 4,638 x 1,377

ฐานล้อยาว(มม.)                                    2,810

ความกว้างของล้อหน้า (มม.)                1,545

ความกว้างของล้อหลัง (มม.)                1,594

น้ำหนักรถ(กก.)                                      1,540

ล้อ                                                           ล้อแม็กขนาด18 นิ้ว

ยาง(หน้า, หลัง)                                     225/45R18

ความเร็วสูงสุด (ตัวเลขโรงงาน)            232 กม./ชม.

อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)

ในเมือง                                   13.1

ราคาจำหน่าย                                        3,799,000 บาท

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.