ปลายปี 2014 ในงาน Los Angeles Motor Show ค่าย AUDI ปล่อยรถต้นแบบ Prologue ออกมาโชว์ตัว เป็นรถคูเป้ 2 ประตู ขนาดตัวถังเทียบเคียงกับ S-Class Coupe จาก Mercedes-Benz แต่ให้ลุคที่ดูสปอร์ตกว่า จากดีไซน์บนตัวถังในแนวกว้างและแบน (Wide and Flat) 4 เดือนจากนั้น หรือช่วงต้นปี 2015 ในงาน Geneva Motor Show ถึงเวลาของ Prologue Avant ที่มาบนตัวถังเอสเตท เพิ่มความอเนกประสงค์ โดยยังคงความไฮคลาสและไฮเทคจาก Prologue ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ทั้ง Prologue และ Prologue Avant  เป็นรถต้นแบบลูกผสม ที่หยิบยืมขุมพลังไฮบริดมาจาก Q7 e-tron Quattro ซึ่งหากพิจารณาในรายละเอียด อาจไม่ได้มีเพียงแค่ระบบไฮบริดเท่านั้น แต่เป็นไปได้สูงว่าน่าจะใช้ ‘แพลตฟอร์ม’ หรือพื้นฐานโครงสร้างร่วมกันเลย เพราะแพลตฟอร์มเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่สุดในงานโครงสร้าง เป็นจุดยึดให้กับ ตัวถัง ระบบกันสะเทือน เครื่องยนต์ กระปุกเกียร์ และระบบขับเคลื่อน ค่าย AUDI ในเครือ Volkswagen AG จึงมีการแชร์แพลตฟอร์มสำหรับรถในพิกัดใกล้คียงกัน อาทิ AUDI Q7, VW Touareg และ PORSCHE Cayenne

audi prologue avant02

ตัวถังเอสเตท ที่เพิ่มความสปอร์ตในสไตล์รถคูเป้

audi prologue avant03

กระจังหน้ารูปทรง 6 เหลี่ยมขนาดใหญ่ พร้อมโลโก 4 ห่วงตรงกลาง เป็น Signature จากค่ายนี้

audi prologue avant04

ช่วงท้ายหลังคาเทลาดเป็นพิเศษ

 

Prologue Avant เป็นรถเอสเตทหรือรถแวน ที่มาพร้อมความยาวระดับ 5.11 เมตร ความกว้าง 1.97 เมตร และ ความสูงเพียง 1.4 เมตร ใช้ปรัชญาการออกแบบในสไตล์ Avant ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากค่ายสี่ห่วง เส้นสายบนตัวถังเน้นความหนักแน่น แข็งแรง สร้างความภูมิฐานในทุกมุมมอง บานประตูทั้ง 4 บาน เป็นแบบ Frameless ยังคงไร้กรอบกระจกเช่นเดียวกับตัวถังคูเป้ พื้นที่หลังคาส่วนท้ายลาดเท เพื่อให้ได้อารมณ์สปอร์ตในสไตล์รถคูเป้เช่นเดียวกัน ล้ออัลลอย เต็มพิกัดด้วยขนาด 22 นิ้ว มาพร้อมยาง 285/30 ทั้ง 4 ล้อ ขณะที่ดิสก์เบรกจัดหนัก ด้วยจานคาร์บอน-เซรามิก คู่หน้าใหญ่โตถึงระดับ 20 นิ้ว

ไฟหน้าจัดเต็มด้วยระบบส่องสว่างล่าสุด ที่มีชื่อยาวๆ ว่า High-resolution Matrix Laser Technology ในส่วนของไฟสูงเป็น Laser High Beams ที่ให้ระดับความเข้มของแสงสูงกว่าแหล่งจ่ายไฟแบบเก่าถึง 10 เท่า, ไฟสูงส่องสว่างได้ไกลถึง 600 เมตร ไกลกว่าไฟสูงของระบบดั้งเดิมกว่า 2 เท่า (LED High Beam ทำได้ประมาณ 300 เมตร), ใช้พื้นที่น้อย ทั้งในส่วนของชุดเลเซอร์และชุดจานสะท้อนแสง, ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างสูง แต่ประหยัดพลังงานไฟฟ้าลง 30 เปอร์เซ็นต์, ใช้โครงสร้าง (โคม) ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถออกแบบโคมให้แบน ส่งผลดีต่อเรื่องแอโรไดนามิกโดยตรง

audi prologue avant05

ล้ออัลลอยลายกังหัน ขนาด 22 นิ้ว มาพร้อมยาง 285/30

audi prologue avant07

ส่วน Daytime Driving Light ถูกวางเป็นเส้นขอบภายในโคมไฟหน้า ซึ่งกลายเป็น Light Signature ของรถยนต์ AUDI ไปแล้ว ขณะที่โคมไฟท้ายใช้หลอด LED พร้อมชุดสะท้อนแสง 3D glass สร้างมิติในการมองเห็นได้เป็นอย่างดี สำหรับมุมมองด้านข้าง พื้นผิวตัวถังช่วงซุ้มล้อหน้าและล้อหลัง มีการเล่นระดับ ถ้าเปรียบกับคุณสุภาพสตรีก็ต้องบอกว่า เป็นส่วนของเอว  ที่จะช่วยให้ทรวดทรงของ Prologue Avant ดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น

ห้องโดยสารดีไซน์ออกแนวอวกาศ ดูล้ำยุค ที่ไม่ได้เกินเลยความเป็นจริง สำหรับรถยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้ แม้จะเป็นรถเอสเตทแต่เบาะนั่งถูกออกแบบเป็น 2+2 ที่นั่ง เพื่อการเดินทางในระดับ First Class ในทุกตำแหน่ง คอนโซลหน้าใช้แบบชิ้นเดียว งานออกแบบประหนึ่งเฟอร์นิเจอร์เกรดพรีเมียมในห้องรับแขก ดูรับกับคอนโซลกลางขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว ค็อกพิทหรือบริเวณโดยรอบคนขับ เป็นสวิตช์แบบสัมผัส รูปแบบการสั่งการเช่นเดียวกับการใช้งานแท็บเล็ต เบาะนั่งด้านหลังถูกคั่นด้วยคอนโซลกลางที่วางต่อเนื่องมาจากทางด้านหน้า มีสวิตช์แบบสัมผัสให้ใช้งานเช่นกัน พิจารณาจากพื้นที่ด้านหลังเบาะคู่หลัง สามารถรองรับการเอนเบาะได้อย่างเหลือเฟือ ตำแหน่งนี้จึงรองรับผู้โดยสารระดับ VIP ได้แบบสบายๆ

สันขอบที่ส่วนท้ายของตัวถัง ช่วยยกระดับความเซ็กซี่ให้กับ Prologue Avant

สันขอบที่ส่วนท้ายของตัวถัง ช่วยยกระดับความเซ็กซี่ให้กับ Prologue Avant

ค็อกพิทคนขับซ่อนความไฮเทคเอาไว้ในความไฮคลาส

ค็อกพิทคนขับซ่อนความไฮเทคเอาไว้ในความไฮคลาส

Prologue Avant ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 3.0 TDI ผลิตกำลังได้ 260 kW/353 hp และมอเตอร์ไฟฟ้าที่แรงในระดับ 100 kW/134 hp กำลังรวมของระบบไฮบริดอยู่ที่ 335 kW/455 hp พร้อมแรงบิดสูงสุด 750 Nm ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าถูกวางไว้ระหว่างเครื่องยนต์ กับเกียร์ Tiptronic 8 สปีด ส่วนท้ายของกระปุกเกียร์ลูกนี้ เป็นชุดทรานสเฟอร์ของระบบ Quattro ที่รับหน้าที่แจกจ่ายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง แปรผันตามสภาพการขับขี่

ตัวเลขจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำเวลาได้ 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองสวยหรูอย่างน่าตกใจ 62.5 กิโลเมตร/ลิตร นั่นเพราะวิศวกร AUDI ใช้ผังการทำงานของระบบไฮบริด ที่แตกต่างจากรถไฮบริดดั้งเดิม ในสภาพการขับขี่ปกติ มอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นต้นกำลังหลัก เครื่องยนต์เป็นต้นกำลังเสริม หรือตัวช่วยในบางสถานการณ์ (ชาร์จไฟป้อนกลับสู่ระบบ) แต่ก็พร้อมปรับผังการทำงานได้ทันที ให้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลังหลัก มอเตอร์ค่อยเสริมแรง เมื่อผู้ขับต้องการสมรรถนะจากระบบไฮบริด ขณะที่ CO2 อยู่ในระดับต่ำเพียง 43 กรัม/กิโลเมตร

ภาพรวมงานออกแบบห้องโดยสาร เน้นความเรียบหรู

ภาพรวมงานออกแบบห้องโดยสาร เน้นความเรียบหรู

เบาะนั่งคู่หลัง รองรับการเดินทางระดับ VIP

เบาะนั่งคู่หลัง รองรับการเดินทางระดับ VIP

แบตเตอรี่ใช้ประเภทลิเทียม-อิออน ขนาด 14.1 kWh วางใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ แบตเต็ม มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนรถแบบไร้มลพิษได้ไกล 54 กิโลเมตร นอกจากการชาร์จไฟในรูปแบบ Plug-in Hybrid แล้ว Prologue Avant ยังติดตั้งเทคโนโลยี AWC (Audi Wireless Charging) รองรับการชาร์จแบบไร้สายมาให้ด้วย

ระบบกันสะเทือนใช้ Air Suspension ปรับระดับการตอบสนองตามรูปแบบการขับขี่ โครงสร้างกันสะเทือนเน้นลดน้ำหนักด้วยวัสดุอะลูมิเนียมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้แบบแขนยึด 5 จุด ที่ค่ายนี้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ไฮไลต์งานแชสซีในรถต้นแบบคันนี้ อยู่ที่ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ โดยล้อหลังสามารถหักเลี้ยวได้ 5 องศา ในช่วงความเร็วต่ำ ล้อหลังจะหันสวนทางกับล้อหน้า เพื่อให้ได้วงเลี้ยวที่แคบ ขณะที่ช่วงความเร็วสูง ล้อหลังจะหักเลี้ยวทิศทางเดียวกับล้อหน้า เพื่อให้หน้ายางตั้งฉากกับผิวถนนมากที่สุด

Prologue Avant เป็นรถต้นแบบที่ AUDI ส่งมาสำรวจความต้องการของตลาด ก่อนพิจารณาส่งลงไลน์การผลิตอย่างเป็นทางการ ตัวจริงจะถูกอัพเกรดให้ไฮเทคกว่านี้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

เรื่อง พิทักษ์ บุญท้วม