the-king
HomeRoad ImpressionALL-NEW TOYOTA FORTUNER ส่งต่อประสบการณ์ “ลองมาแล้ว”
test-All-New-Fortuner_sm

ALL-NEW TOYOTA FORTUNER ส่งต่อประสบการณ์ “ลองมาแล้ว”

test All New Fortuner Off Road_06

ฟอร์จูนเนอร์ มันโก๋จริงๆ หรือจะปฏิเสธ  ไม่สินะ…ภายหลังจากไปลองรสชาติของใหม่ “มันหอมหวานชะมัดยาด” จนเกือบจะหลงคารมเลยเชียว ใจเย็นๆ ครับผู้อ่าน อย่าเพิ่งคิดเรื่องเปรียบเทียบ เชื่อว่าตอนนี้หลายคนที่เสพรีวิว ต้องการคนมาฟันธง พร้อมฟันทิ้ง รุ่นไหนดี คันไหนโดน อเมริกัน ญี่ปุ่น บอกกันตรงนี้เลย แต่ละคันมีนิยามของตัวเองชัดมาก  จัดตามงบ ของแพงย่อมดีสุด ชนิดที่ว่าเหมือนมีผู้เชี่ยวชาญด้านออฟโรดมานั่งสอนอยู่เบาะข้างคนขับไปโน่นเลย อเมริกันจะ “อิฐ หิน ปูน ทราย พี่เค้าพร้อมบู๊” แต่ไม่รู้ว่าอิเล็กทรอนิกส์เยอะๆ มันจะอึดเหมือนเดิมหรือป่าว เรื่อง “เงินทองไม่เข้าใครออกใคร” ต้องรอคนใช้ไปสักพัก แล้วมารายงาน ส่วนค่ายคู่แข่งที่ตกเป็นเป้า เปรียบฝั่งคนปลาดิบด้วยกัน มีมิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวไว้ ชอบของที่มองไม่เห็นแต่มีประโยชน์ต่อชีวิตเซฟตี้ดีๆ รุ่นนี้น่าคบหา หน้าตาคมคาย แรงม้าเยอะๆ เกียร์รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ภายในยังจืดจางไปบ้าง ส่วนพี่โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ บอกเลย ดีขึ้นกว่ารุ่นเก่าทุกตรง โดยเฉพาะลุงป้าน้าอาที่สายโชว์ ภายในเค้าจัดสารพัดปุ่ม ชนิดที่ว่าพนักงานขายยังมึน มาให้ครบ ถึงบอกว่ามันโก๋จริงๆ อารมณ์นั่งเบาะแถวสองคราวนี้ประหนึ่งรถยุโรปกลิ่นอายผู้บริหารที่ชอบความคุ้มค่า ผมคนหนึ่งที่คิดว่าเบาะทูโทนมันจะดีหรือ โดยเฉพาะสีแป้นตัดกับคอนโซลขนาดนี้ แต่ตอนนี้ภายหลังไปใช้ชีวิตร่วมกันสองวัน เฮ้ย! มันรู้สึกเหมือนนั่งรถ 3-4 ล้าน มิน่าเค้าถึงชอบสีตัดๆ  กัน เรื่องนี้แล้วแต่รสนิยม ถามสิบคนก็ตอบไม่เหมือนกัน

test All New Fortuner Off Road_04

ไม่ต้องเกริ่นกันเยอะ เข้าเรื่องเลย งานนี้ก่อนที่จะได้กระแทกคันเร่งลองบนถนน “กรังด์ปรีซ์” ถูกจัดอยู่ในก๊วน “ออฟโรด” สำหรับการทดสอบวันแรกขับลุยบนสถานีจำลอง พวกหลุมสลับ เนินสลับ ข้ามสะพานไม้ เนินชัน เพื่อที่จะโชว์ระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ก่อนไปขับชิวๆ บนเส้นทางภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี งานนี้โตโยต้าส่งกูรูระดับอาจารย์มาให้ รายละเอียดว่าเจ้า “ซิกมาโฟร์” มันเจ๋งขนาดไหน รวมทั้งเกียร์ 6 สปีดลูกนี้มันเลอค่า เหมาะสมอย่างไร หรือเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงในรอบต่อเนื่องเป็น “กราฟเส้นตรงไม่ตกวูบ” มันเหนือกว่าคู่แข่งอย่างไร ผมนี่ถึงกับอดใจไม่ไหว เมื่อคนโตโยต้าโชว์ขายของชนิดที่ว่ามันดีกว่ากันยังไง พร้อมให้ลองของจริง

ได้เวลาไขกุญแจมาดูกัน เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ “กล่าวรวม ให้กำลังที่ดีขึ้น ประหยัดมากขึ้น” จากการพัฒนาชิ้นส่วนต่างๆ ให้เบาขึ้น ลื่นขึ้น ตามตำราชิ้นส่วนต้อง “ไม่ชิด ไม่ดัง ไม่กระพือ” แต่มีจุดขายคือแรงบิดคงที่ ที่ชื่อเรียกเค้าเหมือนยอดมนุษย์ห้าสีนาม Flat Torque ในช่วง 1,600-2,400 รอบต่อนาที โตโยต้าแจ้งว่าคู่แข่งใช้กำลังสูงสุดเป็นจุดขาย ซึ่งเป็นความจริง แต่อยู่ได้ไม่นาน ถ้าเปรียบเป็นกราฟขึ้นสุดและปักหัวลงทันที ส่วนเจ้าแรงบิดคงที่ของฟอร์จูนเนอร์ขึ้นไปสูง ค้างไว้ตามรอบที่บอกจึงตกลงมา ทำให้มีกำลังเรียกใช้ได้ต่อเนื่อง แม้คุณจะถอนเท้าออกจากคันเร่งแล้วเหยียบใหม่ นั่นต้องยกความดีให้ VN TURBO ที่คุมด้วยคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็น VGS รุ่นก่อนทำไม่ได้แบบนี้ รวมทั้งเกียร์ที่ทำงานร่วมกัน ส่งผลให้อัตราทดและแรงบิดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ลงตัว “การปรุงแต่งที่ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนความรู้สึก เดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง”

test All New Fortuner Off Road_08

ด้านระบบเกียร์อัตโนมัติ ECT 6 สปีด นำมาจากรถเอสยูวีไฮเกรดรุ่นใหญ่ ว่าแต่รุ่นไหนนะ เลกซัสป่าว เอ๊ะ…ดูเกียร์น้อยไป เข้าเรื่องดีกว่า คำถามทำไมไม่ใช่ 8 สปีด โตโยต้าแจ้งว่ามันเยอะไปน่ะสิ อะไรที่พอดีคือดีงาม ขอยกคำพูดคนบรรยายให้ฟังว่า “เกียร์ 6 สปีด มันไม่หนาไม่บางไป ข้อดีที่เกียร์เยอะคือ ลดแรงกระแทกเวลาเปลี่ยนเกียร์หรือรอบเครื่อง แต่ข้อเสีย เกียร์ 1-2-3 พละกำลังหาย ถ้าจะให้ดีเรื่องกำลังต้องเกียร์ 4 สปีด รุ่นเก๋าน่ะเยี่ยมสุด แต่ 6 เดินสายกลาง สมูทกว่า 1-2-3 กำลังต่อเนื่องเหมือน CVT อืมเริ่มคล้อยตามทีละนิด แถมมีรูปร่างกะทัดรัดกว่าตัว 5 สปีด ก่อนหน้านี้บอกว่า “การปรุงแต่งที่ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนความรู้สึก” โปรดฟังก่อน!! เวลาคุณกดคันเร่ง มันจะไม่มีเสียงหรือแรงกระทำให้รู้สึกหลังติดเบาะ หรือกระชากให้พุ่งไปเหมือนแต่ก่อน หรือลองอธิบายใหม่ เอ๊ย ฟิวมันไม่ใช่อ่ะ คุณจะรู้สึกเหมือนรถไม่มีแรง ไม่ทันใจ แต่ถ้าสังเกตที่มาตรวัดความเร็วกำลังกวาดไปเรื่อยๆ อย่างสมูทแอนด์ซิลค์สไตล์การบินไทย รถเร่งขึ้นในมาดผู้ชายใส่สูท ดูสุขุม ไปแบบไม่รู้ตัว เรื่องนี้ผมได้คุยกับอีกหลายท่านที่มาทดสอบ ลงความเห็นว่าไม่ชินกับอาการนี้ ทำให้รู้สึกว่ารถไม่แรง  ทั้งที่ความเร็วพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องปรับพฤติกรรมคนขับใหม่ ประสบการณ์เก่าต้องพับเก็บใส่กระเป๋า ไอ้ที่กระชาก เครื่องดัง มันโลว์เทคไปแล้ว ซึ่งสาเหตุเพราะเวลาเราเหยียบคันเร่ง กำลังเท้าที่เหยียบจะผ่านกล่องคอมพิวเตอร์ควบคุมเพื่อจัดการคำนวณแรงบิดฝั่งเครื่องยนต์ พร้อมกับคำนวณความเหมาะสมของเกียร์ของระบบ ECT ก่อนจะออกมาเป็นแรงที่ใช่ในการขับขี่ อืมมม…เยอะจริง

พระเอกชื่อ “ซิกม่าโฟร์” ระบบขับเคลื่อนที่ปรับได้ตามใจ เพียงจอดนิ่ง พวงมาลัยตรง ใส่เกียร์ว่างแล้วบิดๆๆๆ มีโหมด H2 ปกติชีวิตประจำวัน (ขับเคลื่อน 2 ล้อ), H4 ถนนเปียกหรือลูกรัง (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) และ L4 (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) ทางวิบาก นอกจากนี้ยังมีสิ่งดีๆ เพิ่มเข้ามาทำงานช่วยเหลือกัน จนทำให้รถผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างสบาย อาทิ ระบบ A-TRC เมื่อล้อใดล้อหนึ่งติดหล่มหมุนฟรี ระบบจะเบรกล้อนั้นโดยอัตโนมัติ และตัดกำลังส่งไปให้ล้อที่เหลือ ที่ยึดเกาะดีกว่า ให้รถเคลื่อนจากหลุมหรือโคลนไปได้ อันนี้ได้ลองในสถานีหลุมสลับและเนินสลับ ภายหลังเข้าโหมด H4 บังคับแต่พวงมาลัยกับเบรกที่เหลือรถจัดการหมด ผ่านไปได้สบาย ไม่ต้องใช้หลักสูตรเก่าขุดๆ ดันๆ หรือถอยหลังกระชากไปมา ถ้าไม่ไหวก็ลากอย่างเดียว

test All New Fortuner Off Road_09

อีกอันที่ต้องพูดถึง คือระบบช่วยไม่ให้รถไหล ทั้งลงเนิน DAC และขึ้นเนิน HAC ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์มีมานานแล้วแต่เพิ่งเอามาใส่ ทำให้เวลาลงเนินยาวๆ ชันไม่พุ่งทิ้งดิ่งเร็วกว่านรกลงมา ระบบจะคุมความเร็วอัตโนมัติ เวลาลงทางลาดชันให้ค่อยๆ ลงมา ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. เหมาะกับการลุยเข้าป่า ผู้ขับขี่ไม่ต้องแตะเบรกคุมพวงมาลัย ดูเส้นทางอย่างเดียว ส่วนตรงกันข้าม เวลาขึ้นเนินคุณเคยประสบกับการไหลโดยไม่ตั้งใจไหม หรือบางคนเจนจัด เอาเท้าซ้ายเหยียบเบรก เท้าขวาเดินคันเร่ง เวลารถติดบนทางลาดชันขึ้นห้าง ไม่ใช่ปัญหาของฟอร์จูนเนอร์อีกต่อไป เมื่อถอนเท้าจากเบรกมา คันเร่งคุณจะมีเวลา 5 วินาที รถไม่ไหล… ชอบไหมๆ ระบบแบบนี้ ชอบไหมๆ

ถกประเด็นเบรก “ดิสก์ดรัม” ทำไมมาแบบผสม โตโยต้าแจ้งว่าหลังจากช่วงพัฒนาโปรเจ็กต์นี้จนออกมาเป็นรถจริง นำมาลองขับทั่วไทย ไปมาหมด ไม่ว่าจะภูไหน ม่อนไหน สรุปได้ว่า ลูกผสมนี่แหละเหมะกับการขับแบบออฟโรดอย่างแท้จริง แบบใช้ทั่วไปไม่เกี่ยวนะครับ หัวข้อนี้ไม่มีผลละกัน เพราะสาวกฮาร์ดคอร์รอฟังอยู่ บางคนบอกดิสก์กับดิสก์ดีกว่า เข้าป่าทำความสะอาดง่าย ระบายความร้อนดี คำตอบที่ได้คือ ออฟโรดมีโคลนมีน้ำ ดรัมเบรกจะปกป้องสิ่งสกปรกที่บั่นทอนประสิทธิภาพการเบรกได้ดีที่สุด เพราะระบบมันมิดชิด ป้องกันตัวมันเองได้ดีกว่า “ไม่ทดสอบจริง จะไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยนะครับ แถมยังเอาคอมเมนต์จากรุ่นก่อนมาปรับให้ดีขึ้น ฟังทุกเสียงไม่เว้นแม้แต่พันทิป” อ้อมันเป็นแบบนี้ เอาเป็นว่าผมส่งต่อข้อมูลให้ อีกจุดหนึ่งที่ไม่ติดใจคือช่วงล่างคอยล์สปริง มันดีเลิศกว่าเดิมมาก เกาะถนนดีขึ้น ดีดตัวน้อยลง (ลองนั่งหลังดู) บวกกับเฟรมที่ใหญ่ขึ้น เปิดดูสเป็ก เค้าว่ามันแกร่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

test All New Fortuner Off Road_10 test All New Fortuner Off Road_11 test All New Fortuner Off Road_12 test All New Fortuner Off Road_13 test All New Fortuner Off Road_14

ส่วนภายใน ภายนอก ไม่พูดมาก ที่ไม่พอของเล่นเยอะไป เปิดดูสเป็กได้ ค็อกพิตระดับยานอวกาศ ต้องทำความเข้าใจ ก่อนสตาร์ทมีหลายปุ่มให้กดเล่น มีทุกโหมดที่คุณต้องการ มีกระดานหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่มาให้บริเวณคอนโซลกลางแบบชั้น แนวตั้งที่ว่าเป็นการตัดเย็บแบบแฮนด์เมด จุดเด่นที่ชอบคือ ในรถสามารถเสียบปลั๊กไฟได้แล้ว ไม่ต้องซื้อตัวแปลงมา เสียบโน้ตบุ๊กทำงานก็ได้ ถ้าเสียบจนเพลิน พ่วงกันเพียบ ไฟเกิน ระบบจะตัดไฟไปเอง ระดับหม้อหุงข้าว ไดร์เป่าผมนี่น่ากลัว มีตู้เย็นขนาดย่อมเอาแอร์มาเป่าเรียกว่า Cool Box ด้านคอนโซลหน้าแช่น้ำขวดขนาดเล็กหรือน้ำอัดลมกระป๋องเล็กได้ ช่องเก็บของมีเพียบ ต้องชม โดยเฉพาะที่วางโทรศัพท์แถวสองเผื่อให้ด้วย แต่ที่วางแก้วน้ำแถวสองดูจะเป็นปัญหา ติดกับเบาะเอามือหยิบยาก ส่วนเบาะแถวสามยังพับยกเก็บข้างแบบเดิม เสียดายพื้นที่บอกตามตรง แต่ยังดีที่เขาใส่ปริงมาให้ยกขึ้นลงง่ายขึ้นเยอะ ส่วนเหตุผลที่ไม่ฝังลงพื้น บอกว่ามันจะสูงไป ยืนใส่ของยาก ตึ่งโป๊ะ หรือเป็นผลจากช่วงล่างเทพก็เป็นได้ อีกจุดหนึ่งที่ต้องรู้ ประตูท้าย เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ “กดปุ่ม” ไม่ต้องออกแรง อันนี้เท่ ชนิดที่ว่าต้องทำให้คนอื่นเห็น แล้วยืนรอชื่นชม หุหุ

เก็บตกหลังจากลองขับ พูดได้ว่าดีขึ้นทุกด้านจริงๆ อยากบอกว่าไม่แรง ถ้าไม่ศึกษารถมาก่อน เครื่องตัวนี้มีเหตุและผลของการจูน รวมทั้งช่วงล่างและเฟรมที่ลดอาการออกตัวหน้ายกหลังจมไปได้ ทัศนวิสัยทุกตำแหน่งที่นั่งโปร่งสบาย  ไม่รวมแถวสามที่ดูพื้นที่ช่วงขาจะน้อยไป ถ้าเทียบกับคู่แข่ง ส่วนแถวสองเบาะปรับได้มากกว่า 120 องศา นอนสบายไม่แพ้เบาะหน้า จนแทบอยากจะหาคนขับรถติดมากับรถตอนซื้อ มาดูฝ้าเพดานทำส่วนเว้าไว้ให้พื้นที่ Headroom สำหรับคนนั่งหลังไม่ติดหัว ความสูง 175 UP นั่งสบาย ระบบอากาศแบบแยกที่ไว้บนหลังคา แยกปรับความแรงอุณหภูมิได้สะดวกดีแต่ต้องเปิดแอร์ตอนหน้าก่อน ตอนหลังถึงใช้ได้ และเป็นตู้แอร์แยกหน้าหลังด้วย ส่วนการฟันธง รถมันมีคาแรกเตอร์การขายชัดเจนอย่างที่แจ้งไว้ตอนแรก ชอบแพ็กเกจไหนเลือกได้เลย ซื้อปีนี้ไม่ต้องรอถึงปีหน้าให้ราคาขึ้นจะดีมาก อีกอย่างต้องรับรถปีนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน ส่วนสีที่แนะนำ น้ำตาลที่โฆษณาเลย ลงตัวที่สุด

test All New Fortuner Off Road_15

ราคาจำหน่ายโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โมเดลใหม่ ปี 2015

รุ่น 2.4G MT 2WD 1,199,000 บาท

รุ่น 2.4V AT 2WD 1,369,000 บาท

รุ่น 2.7V AT 2WD 1,449,000 บาท

รุ่น 2.8V AT 2WD 1,529,000 บาท

รุ่น 2.8V AT 4WD 1,599,000 บาท

เรื่อง ณัฐพล จีระมงคลกุล / ภาพ กานต์ กาญจนวิไล

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.