the-king
HomeHighlightALL-NEW NISSAN NAVARA “ยกระดับรถปิกอัพให้หรูเหมือนรถเก๋ง”

ALL-NEW NISSAN NAVARA “ยกระดับรถปิกอัพให้หรูเหมือนรถเก๋ง”

DSC_1214_resize

ความเดิมเส้นทางปิกอัพนิสสัน รถสัญชาติไทย

ย้อนไปดูจุดเริ่มต้นของรถปิกอัพนิสสันในไทย เชื่อหรือไม่ว่า กว่า 50 ปีแล้ว ที่คนไทยใช้ชีวิตอยู่กับนิสสันคันแกร่งหรือชื่อเดิม ดัทสัน ต้นตระกูลรถเชิงพาณิชย์ ที่ผ่านการทำตลาดโดยสยามกลการ หลายคนโตมากับรถรุ่นนี้ในชื่อต่างๆ กัน เวลาผ่านพ้นไปเมื่อ นิสสัน มอเตอร์ เข้ามาเป็นผู้ทำตลาดเอง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดรถปิกอัพ จึงไม่หยุดพัฒนาต่อยอดโปรดักต์รุ่นใหม่ออกมา และเมื่อปิกอัพขนาด 1 ตัน กลายเป็นสินค้าสำคัญทั้งใช้ในประเทศและส่งออกจนทั่วโลก ยอมรับว่านี่คือโปรดักต์แชมเปี้ยนของไทยตัวแรก เหตุที่รถปิกอัพแข่งกันดุเดือด ด้วยสภาพความจำเป็นต่อการใช้งาน  เป็นรถที่ตอบสนองคนส่วนใหญ่ได้ตรงจุด ไม่ว่า การขนส่ง บรรทุก ราคาที่คุ้มค่าแต่ใช้ประโยชน์ได้มากกว่ารถเก๋ง และสภาพถนนของไทยที่ต้องยอมรับว่ารถล้อโตจะหลีกเลี่ยงอันตรายจากความไม่สมบูรณ์ของพื้นผิวถนนได้ดีกว่า ถ้าไม่นับเวลาถนนเปียกลื่น ที่รถเก๋งได้เปรียบ แต่วันนี้รถกลุ่มนี้ใส่แทร็กชั่นคอนโทรลเข้ามาช่วยอุดจุดอ่อนที่มีแทบหมดสิ้น พัฒนาการต่อมาจนถึงยุคคอมมอนเรล เครื่องดีเซลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ภายหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนภาระค่าเดินทาง การขนส่ง ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก เมื่อภาครัฐเลือกที่จะคงราคาดีเซล และเทคโนโลยีเครื่องดีเซล น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่าเครื่องเบนซิน คงไม่ต้องอธิบายมาก…คำตอบของหลายคนอยู่ตรงหน้ากับดีเซล เทอร์โบยุคใหม่!

DSC_8443_resize

ปี 2014 เปลี่ยนทุกความคิด จากรถเพื่อการพาณิชย์ เป็นรถครอบครัว

80 ปีของสายการผลิตปิกอัพจากญี่ปุ่นสู่ไทย วันนี้ตลาดโลกเปิดกว้างอย่างเสรี ผู้ผลิตเริ่มขายรถหน้าตาเดียวกันในหลายภูมิประเทศ หมดยุคหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลไปแล้ว นิสสันเองก็ส่งนาวาราโมเดลก่อนหน้าขายกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่จากฝีมือคนไทย จนล่าสุด NAVARA NP300 ปรากฏสู่สายตาครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยแบบไม่เป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลายอย่างยังคลุมเครือถึงวันจำหน่ายจริง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดแม้แต่ทีมงานนิสสันในไทยยังต้องเก็บเป็นความลับระดับสุดยอด เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของปิกอัพรุ่นที่ 12 ซึ่งสร้างขึ้นจากพันธกิจ “ยกระดับความน่าเชื่อถือด้านภาพลักษณ์ และความสะดวกสบายในการใช้งาน” เหตุการณ์ภาพหลุดฟีเวอร์จึงเกิดขึ้นในช่วงปีนี้ เพราะค่ายใหญ่อย่างโตโยต้าก็ถึงเวลาสุกงอม รอเพียงเวลาเท่านั้น ถ้าจำกันได้ ปีก่อนรถเซ็กเมนต์นี้แข่งกันที่เครื่องยนต์ และเปิดเกมรุกด้วยขนาดมิติตัวถัง ปี 2014 แข่งที่ความหรู….

DSC_2091_resize

DSC_2234_resize

ข้อมูลชุดแรกจากฝรั่งหัวทองบินมาคุมถึงเชียงใหม่

เป็นช่วงเวลาระทึกใจแม้ปกกรังด์ปรีซ์ เดือนสิงหาคม จะเป็นนาวารา แต่ข้อมูลก็ได้มาพร้อมๆ กับตอนทดสอบเมื่อเดือนที่ผ่านมา การทดสอบในครั้งนี้เป็นการชิมลาง Global Test ชนิดที่ต้องใช้ฝรั่งคุม “ทริปอินเตอร์” ทั้งการเตรียมรถ พรีเซ็นเตชั่น รวมถึงการวางเส้นทาง เราแทบไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะได้ทดสอบแบบไหน รวมทั้งทีมงานนิสสันจากไทยที่มาเจอรถและกำหนดการแบบเซอร์ไพรส์ มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ต้องขอดูว่า NAVARA NP300 ต้องการโชว์อะไร รถรุ่นที่ให้ลองขับมีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ บนเส้นทางถนนปกติ ขับดูฟังก์ชันการทำงาน และทำความคุ้นเคยกับตัวรถแบบ On Road ก่อนไปลุยกับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้เส้นทาง Off Road เข้าสู่ย่านที่คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย วิ่งผ่านไหล่เขา ขึ้นดอย เลาะริมธาร มีเนินชันๆ โค้งแคบ ให้ลองอัตราเร่ง และระบบควบคุมพวงมาลัย ช่วงล่างต้องรับบทหนัก เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความแกร่ง แต่นิสสันขายความสะดวกสบายเข้ามาเพิ่ม โดยกำหนดให้วิ่งตามทางจากเนวิเกเตอร์ในรถจะคอยแนะนำเส้นทางตามรูทที่วางไว้แบบฟรีรัน (สมรรถนะด้านออฟโรดขับผ่านน้ำลึกระดับ 450 มม.ได้ มีมุมโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าและด้านหลังที่เหมาะสมต่อการปีนทางชัน)

DSC_3257_resize

DSC_2916_resize

หน้าตาโก้หรู ดูสากล โดดเด่นด้วย Daytime Running Lights

ภายนอกด้านหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนด้านหลังยังดูไม่หวือหวาหรือเกินคาด โดยส่วนตัวคิดว่าการออกแบบรถปิกอัพส่วนกระบะด้านหลังและฝาท้ายคงเป็นเรื่องยากที่สุดของนักออกแบบ จุดเด่นของ NAVARA NP300 คือไฟหน้าแบบใหม่ กระจังหน้าที่ดูทันสมัยขึ้นแบบ V-motion ใส่บันไดและสปอยเลอร์ท้ายตัวรถเป็นของแต่งที่มีประโยชน์ ฟังจากคนนิสสันที่พรีเซ็นต์ได้ความว่า “ผู้ออกแบบตั้งใจใส่ความสปอร์ต แต่ยังคง DNA ตามแบบนิสสัน”

DSC_2726_resize

DSN_3273_resize

ภายในอุปกรณ์เด่นที่ใส่มาให้คือ ระบบเครื่องเสียงแบบทัชสกรีน ขนาด 7 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลัง เชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาได้ทางช่องเสียบ AUX, USB และ Bluetooth จอแสดงข้อมูลความเร็ววัดรอบแบบ 3 มิติ ปรับภาษาได้ทั้งไทยและอังกฤษ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ติดตั้งปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ใช้งานคู่กับกุญแจรุ่นใหม่พกติดตัว ไม่ต้องหยิบออกมาไข เบาะตำแหน่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า มีช่องแอร์เพิ่มสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยรวมมิติห้องโดยสารใหญ่โตสะดวกสบาย จัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานง่ายเช่นเคย

DSC_2685_resize

ด้านเครื่องยนต์ งานนี้มีสเป็กเดียว รหัส YD25 DDti แบบคอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน VGS อินเตอร์คูลเลอร์ ความจุขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดและ 163 แรงม้าในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เป็นบล็อกที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม เน้นเรื่องคุณภาพไอเสียเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้กำลังได้ดีต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำจนถึงรอบสูง โดยรวม “ให้พลังมากขึ้น อัตราเร่งดีขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์” *เกียร์ธรรมดาที่ใส่ให้เป็นออปชั่นในการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่า พร้อมกับระยะเข้าเกียร์ที่เหมาะสมกว่าตัวเก่า ให้ความแม่นยำมากกว่าเดิม เพิ่มความคล่องตัวระหว่างการใช้งาน

ฟังก์ชันการทำงานไม่แพ้รถหรูล้านกว่า

ทางออฟโรดต้องลองเล่นให้หมดทุกฟังก์ชัน เริ่มต้นปรับเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไม่ต้องหยุดรถเหมือนแต่ก่อนแต่ไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ขณะเปลี่ยนจากขับ 2 ล้อ มาเป็น 4 ล้อ เมื่อเปลี่ยนกลับก็ทำเหมือนกัน “เฟืองท้ายแบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ส่งกำลังจากเครื่องสู่ล้อซ้ายขวาเท่าๆ กัน ช่วยในการขับเคลื่อนทุกสถานการณ์ ทำงานร่วมกับ LSD ควบคุมกลไกขับเคลื่อน 4 ล้อ จะให้แรงที่เหมาะสมแยกไปแต่ละล้อ มาดูของเล่นคนชอบลุยแต่ชอบสบาย นิสสันใส่ HDC ระบบควบคุมการลงทางลาดชัน คุณไม่ต้องเลียเบรกหรือคันเร่ง รถจะจัดการตามความเร็วที่เหมาะสม เพียงแต่บังคับพวงมาลัยไปให้ถูกทางถูกร่อง ไม่มีไหลพุ่งลงเป็นจรวด ช่วยให้มือใหม่อุ่นใจได้ แถมมีระบบ HAS เวลาจอดทางชันปกติต้องเหยียบเบรกค้างไว้ แล้วกดคันเร่ง เพื่อไม่ให้รถไหล มีระบบนี้หมดห่วง ปล่อยเบรกรถยังอยู่กับที่ได้ 3 วินาที พอเพียงกับการสลับเท้าไปยังคันเร่ง ส่วนพวกขาซิ่ง On Road มีระบบ ABS, EBD มาช่วยและมีระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS มาให้อุ่นใจ

DSC_1770_resize

DSC_1725_resize

DSC_2362_resize

หนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ถ้าจะเล่นปิกอัพ “นาวารา” ขอแนะนำ

เส้นทางมีทั้งขับในเมืองที่รถค่อนข้างเยอะ แต่เจ้า NP300 คันนี้ก็ยังคงให้ความคล่องตัวสูง ขับง่ายกว่ารุ่นเก่า เพราะด้วยวงเลี้ยวที่แคบกว่าเดิม ทำให้การกลับรถสะดวกสบายขึ้นด้านอัตราเร่งก็ถือว่าทำได้ดี เร่งแซงได้รวดเร็วทันใจดี เครื่องยนต์ 163 แรงม้า ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ได้อย่างลงตัวและลื่นไหลนุ่มนวล ช่วงล่างแน่นหนึบ เข้าโค้งด้วยความเร็วตัวรถยังคงนิ่ง ไม่มีอาการยวบหรือย้วยแต่อย่างใด ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสะเทือน จากถนนที่เป็นหลุมบ่อได้ดี นุ่มนวลขึ้นเยอะ การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกก็ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อน เรียกได้ว่าขับสบาย นุ่มเงียบเหมือนขับรถซีดาน พวงมาลัยค่อนข้างแม่นยำ ควบคุมง่ายเปลี่ยนมาขับตัวท็อปสุดของเกียร์ธรรมดา 6 สปีดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Shift-on-the-flyเส้นทางจะเป็นทางธรรมชาติ ชันมากอยู่พอสมควร และโหดขึ้นเมื่อมีฝนตกลงมา แต่ด้วยสมรรถนะของเจ้า NP NAVARA ทำให้การขับบนเส้นทางแบบนี้ดูง่ายดายขึ้น เครื่องยนต์มีพละกำลังเหลือเฟือ ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างสบาย ช่วงล่างหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง หลังเป็นแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพ ทั้งแน่น ทั้งหนึบ แถมยังมีความนุ่มนวลให้ได้สัมผัส ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการขับได้อีก โดยรวมขับสนุก

DSC_2731_resize

DSC_2818_resize

DSC_8185_resize

NAVARA NP300 ประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 575,000-996,000 บาท มี 18 รุ่นย่อยให้เลือก แบบ 4WD, 4×2 และ CALIBRE กับเฉดสีใหม่ 6 สี  สีภายใน 4 สี (ตามรุ่นที่กำหนด)

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.