the-king
HomeNews“ริคคาโด ยั้งเมอร์เซเดส คว้าชัยฮังการี แฮมิลตัน จากท้ายแถว ขึ้นโพเดียม”

“ริคคาโด ยั้งเมอร์เซเดส คว้าชัยฮังการี แฮมิลตัน จากท้ายแถว ขึ้นโพเดียม”

F1 Grand Prix of Hungary

แดเนียล ริคคาโด นักขับฟอร์มูล่าวันของทีมเรดบูลล์ โชว์ผลงานเยี่ยม คว้าชัยชนะครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังจากเร่งไล่กวดคู่แข่งในช่วง 3 รอบสุดท้าย และไล่แซงไปอย่างระทึก ที่สนามฮังการอริง ใกล้กับเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

GP Spanien 2013

ริคคาโด นักแข่งชาวออสเตรเลีย ด้วยวัยเพียง 25 ปี เป็นนักแข่งคนเดียวที่ไม่ได้มาจากทีมเมอร์เซเดส ที่สามารถคว้าชัยในปีนี้ได้ นอกนั้นเป็นการแบ่งชัยชนะกันระหว่าง รอสเบิร์ก และ แฮมิลตัน จากทีมเมอร์เซเดส สนามนี้  รอสเบิร์ก ออกสตาร์ทจากตำแหน่งนำ ดูเหมือนว่าจะเป็นชัยชนะอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อ ริคคาโด ออกสตาร์ทตำแหน่งที่ 5 และจับพลัดจับผลูขึ้นมาแถวหน้า อาศัยช่วงเซฟตี้คาร์ออกวิ่งหลายรอบ ริคคาโด มาได้เปรียบในช่วงพิตสุดท้าย เข้าพิตหลังคันอื่นออกมาอยู่ตำแหน่งที่ 3 ด้วยสภาพยางที่ใหม่กว่า พร้อมวิ่งไล่กวด แฮมิลตัน อย่างรวดเร็วจนขึ้นแซงได้สำเร็จ และในรอบต่อมา ยังขึ้นแซง อลองโซ ขึ้นมานำการแข่งขัน เข้าเส้นชัยไปอย่างสวยงาม ในช่วงท้าย แฮมิลตัน พยายามจะกัน รอสเบิร์ก เพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่ เพราะต้องการจบการแข่งขันนำหน้า รอสเบิร์ก เพื่อที่จะได้คะแนนสะสมมากขึ้น

hami-butt_resize

รอสเบิร์ก คว้าโพล แฮมิลตัน รถไฟไหม้

ในการควอลิฟาย  รอสเบิร์ก คว้าโพลในขณะที่เพื่อนร่วมทีม หลุยส์ แฮมิลตัน โชคร้ายอีกครั้ง รถเกิดไฟไหม้ แต่ยังปลอดภัยดี ส่วนรถต้องเปลี่ยนเกียร์บ็อกซ์และเครื่องยนต์ ทำให้ต้องออกสตาร์ทในพิตสนามนี้เป็นการแข่งขันท่ามกลางสภาพอากาศชื้นและพื้นแทร็กเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนองจากฝนตกในช่วงแรกของการแข่งขัน แข่งทั้งหมด 70 รอบ รอสเบิร์ก   พุ่งนำออกไปอย่างไม่มีปัญหา ส่วน แฮมิลตัน จากการออกสตาร์ทจากพิตเลนไม่ได้ ออกไปวอร์มอัพ ทำให้เบรกเย็นตัว   ทำงานได้ไม่ดี หมุนวืดออกไปในโค้งที่สอง แต่กลับเข้ามาแข่งต่อได้ เข้ารอบที่ 5 รอสเบิร์ก นำขาดออกไปกว่า 7 วินาที

safety-p_resize

เซฟตี้คาร์ออกวิ่ง ริคคาโด ขึ้นนำ

รถของ มาร์คัส เอริคสัน (คาเธอร์แฮม)  ชนกับกำแพงยางในรอบที่ 9  และทำให้รถเซฟตี้คาร์ต้องออกวิ่ง  รถแข่งหลายคันรีบไปเข้าพิต  แต่รถแข่งสี่คันแรก  รอสเบิร์ก, บอททาส, เฟทเทล และอลองโซ อยู่ในโค้งสุดท้ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงไม่สามารถเข้าพิตได้ ตอนรถเซฟตี้คาร์ออกวิ่ง ในการรีสตาร์ทรอบที่ 15  แฮมิลตัน พุ่งขึ้นมาตำแหน่งที่ 9 และทำตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ  เข้ารอบที่ 20 ริคคาโด นำการแข่งขัน ห่าง มาสซาอยู่ 5 วินาที  ตามมาด้วย อลองโซ

rosb-d-4_resize

เปเรซ ชน เซฟตี้าร์ออกวิ่งอีกครั้ง

เข้ารอบที่ 23 เซอร์จิโอ เปเรปซ จาก ฟอร์ซ อินเดีย ชนหนักตรงโค้งทางตรงออกสตาร์ท ตัวเขาปลอดภัยดีแต่ชิ้นส่วนรถกระจายไปทั่วสนาม ทำให้รถเซฟตี้คาร์ต้องประจำการอีกครั้ง โดยทีมฟอร์ซ อินเดีย ออกจากการแข่งขันทั้งสองคัน ช่วงนี้  ริคคาโด เข้าพิตทันที พร้อมกับ มาสซา และ บอททาส ซึ่งวิลเลียมส์ทั้งสองคัน เปลี่ยนมาเป็นยางมีเดียม ในการรีสตาร์ทหลังจากเซฟตี้คาร์ออกไปแล้ว อลองโซ ยังนำการแข่งขันอยู่ ฉีกห่าง เวิร์จน์  ไปสองวินาที ส่วน เวิร์จน์ มีรถแข่งตามมาเป็นขบวนอีกครั้ง ซึ่งเป็นโชคดีของ อลองโซ ที่เขาสามารถฉีกห่างออกไปได้อีก ในขณะที่รถแข่งที่แรงกว่าต้องมาตามหลัง เวิร์จน์ ทางทีมเมอร์เซเดสจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ เรียก รอสเบิร์ก เข้าพิตในรอบที่ 33 เพื่อหลีกเลี่ยง เวิร์จน์ เข้าสู่ช่วงกลางของการแข่งขัน อลองโซ่ เข้าพิตสุดท้ายในรอบที่ 38  ทำให้ แฮมิลตัน นำการแข่งขันอยู่หนึ่งรอบ ก่อนที่เขาจะเข้าพิต และช่วงนี้  ริคคาโด ก็มานำการแข่งขันอีกครั้ง

start-w_resize

เมอร์เซเดสสั่ง แฮมิลตัน เปิดทางให้ รอสเบิร์ก

ริคคาโด เข้าพิตสุดท้ายในรอบที่  54 เปลี่ยนเป็นยางซอฟต์อีกครั้ง ช่วงนี้ อลองโซ นำการแข่งขัน ตามมาด้วย แฮมิลตัน ที่กำลังโดน รอสเบิร์ก ไล่จี้ ทีมเมอร์เซเดสแจ้ง แฮมิลตัน ว่าอย่ากัน รอสเบิร์ก เพราะใช้กลยุทธ์ต่างกัน แต่ไม่เป็นผลเพราะ แฮมิลตัน ไม่ยอมเปิดทางให้ โดยนักแข่งทั้งสองคนต้องไปเคลียร์กันทีหลัง และ รอสเบิร์ก เข้าพิตอีกครั้งในรอบที่ 56 ตกมาอยู่อันดับที่ 7  ทางทีมบอกให้เร่งความเร็วให้เต็มที่เพื่อไล่กวด แต่ไม่ง่ายนัก เหลืออีก 10 รอบ รอสเบิร์ก ฮึด ไต่ขึ้นมาจนได้อันดับที่ 4

F1 Grand Prix of Germany

ลุ้นชิงชัยชนะจนเข้าเส้นชัย

ช่วงท้ายเกมต่อสู้กันอย่างเข้มข้น รถแข่งแถวหน้าห่างกันต่ำกว่า 1 วินาที ตั้งแต่ อลองโซ, แฮมิลตัน และ ริคคาโด โดยแต่ละคันต้องการชัยชนะ อลองโซ ยังไม่เคยชนะตั้งแต่ “สแปนิช กรังด์ปรีซ์ 2013” ส่วน แฮมิลตัน ต้องการชัยชนะ เพื่อที่จะไล่ชิงตำแหน่งแชมป์โลกกับ รอสเบิร์ก แต่ดูเหมือนทุกคนลืมไปว่ารถของ ริคคาโด เร็วกว่าคันอื่น เพราะยางใหม่กว่า ในรอบที่ 67  ริคคาโด พุ่งขึ้นแซงวงนอก ขึ้นมาอันดับที่ 2 และรอบต่อมา ริคคาโด อาศัยเสียบวงในขึ้นแซง อลองโซ มานำการแข่งขันอย่างมหัศจรรย์ หลังจากนั้นยางของ อลองโซ เริ่มสึก และอุ้ยอ้าย โดย แฮมิลตัน จี้ติด  แต่ไม่สามารถหาช่องแซงได้  โดยมี รอสเบิร์ก กดดันอยู่ด้านหลัง

rosb-a_resize

ริคคาโด คว้าชัยไปได้อย่างน่าชื่นชม จบการแข่งขันนำหน้า อลองโซ กว่า 5.2 วินาที ส่วน แฮมิลตัน และ รอสเบิร์ก ตามเข้าเส้นชัยกันมา  ชัยชนะครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของ ริคคาโด ในฤดูกาลนี้ และอาชีพการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ในขณะที่ เฟทเทล เพื่อนร่วมทีมของเขาซึ่งมีศักดิ์ศรีแชมป์โลก 4  สมัย จบการแข่งขันอันดับที่ 7 หลังจากสนามนี้จะมีการพักการแข่งขัน  4 อาทิตย์ ให้นักแข่งและทีมงานพักผ่อนหน้าร้อน ก่อนจะกลับมาแข่งอีกครั้งที่สนาม สปา ฟรังครอฌองส์ ประเทศเบลเยียม

bott-rosb-hami_resize

คะแนนสะสมประเภทนักแข่ง

ตำแหน่ง                 นักแข่ง                    ทีม                  คะแนน

1.             นิโค รอสเบิร์ก                    เมอร์เซเดส                202

2.             หลุยส์ แฮมิลตัน                   เมอร์เซเดส                191

3.             แดเนียล ริคคาโด                 เรดบูลล์ เรซซิ่ง         131

4.             เฟอร์นันโด อลองโซ              เฟอร์รารี่                 115

5.             วาลเทอรี บอททาส                วิลเลียมส์                  95

คะแนนสะสมประเภททีม

ตำแหน่ง                 ทีม                                  คะแนน

1.                      เมอร์เซเดส                            393

2.                     เรดบูลล์ เรซซิ่ง                       219

3.                       เฟอร์รารี่                             142

4.                       วิลเลียมส์                             135

5.                     ฟอร์ซ อินเดีย                           98

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ : www.grandprix.co.th/grandprixmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจกัรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.