the-king
HomeMagazine Highlightเจาะลึก BMW M2 ในศึก MotoGP !!!
bmw_m2_cover

เจาะลึก BMW M2 ในศึก MotoGP !!!

ขุมพลัง 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3 ลิตร จาก BMW เป็นเครื่องยนต์ที่รวม 4 เทคโนโลยีระดับเทพสำหรับโลกเครื่องยนต์ เข้าไว้ด้วยกัน อันได้แก่ ระบบ High Precision Injection (ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง), ระบบ Double-VANOS, ระบบ VALVETRONIC และเทอร์โบคู่ เทคโนโลยีเฉพาะของ BMW ที่มีชื่อว่า TwinPower Turbo ซึ่งถูกอัพเกรดไปเป็น M TwinPower Turbo ในเวอร์ชั่น M

BMW ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเป็นรายการแข่งมอเตอร์ไซค์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด ในฐานะ ‘Off ificial Car of MotoGP’ เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยรับหน้าที่เป็น Safety Car รับภารกิจหลัก อำนวยความปลอดภัยให้กับตัวแข่ง MotoGP ในสนาม ส่วนภารกิจรอง เป็นการสร้างอิมเมจให้กับ BMW ดังนั้น บรรดา Safety Car ในแต่ละยุคของ BMW จึงล้วนเป็นตัวแรงประจำค่ายทั้งสิ้น ได้แก่ Z8 (2001), X6 M (2008-2009), M6 Grand Coupeé (2013), M4 Coupe ในฤดูการแข่งขัน ปี 2015 และในปี 2016 หน้าที่นี้ถูกส่งต่อให้น้องเล็ก M2 Coupeé โดย ‘M2 MotoGP Safety Car’ จะเข้าไปวิ่งปฏิบัติงานในสนาม MotoGP ตามปฏิทินการแข่ง 18 สนาม ใน 5 ทวีป ทั่วโลก

BMW_M2_004

BMW_M2_005

ณ Prototype Workshop หลังจากทีม M จาก BMW รับงาน อัพเกรด M2 ให้เป็น Safety Car พวกเขามีเวลาทำงานนี้เพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น งานโมดิฟายหลักจึงตกอยู่ที่ตัวถังภายนอก ซึ่ง M2 MotoGP Safety Car ถูกเพิ่มเติมในหลายส่วน เพื่อเป็นรถเฉพาะกิจรับหน้าที่พิเศษ ได้แก่ การติดไฟไซเรนบนหลังคา ให้กำเนิดแสงไฟสัญญาณกะพริบจากหลอด LED ตัวถังปรับปรุงแอโรไดนามิกเพิ่มเติม จุดหลักๆ ได้แก่ กรอบกระจังหน้า เรือนกระจกมองข้างชุดใหม่

BMW_M2_014

ลิ้นสปอยเลอร์ (Lip Spoiler) สเกิร์ตข้าง ชุดดิฟฟิวเซอร์ที่ท้ายรถ และ สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ โดยทั้งหมดผลิตจาก ‘คาร์บอนไฟเบอร์’ ปิดท้ายด้วยการอัพเกรดเบรกเพิ่มเติม ด้วยจานเบรกคาร์บอนเซรามิกชุดใหม่ ที่จะปรับสภาพของ M2 MotoGP Safety Car ให้เหมาะสมกับการโลดแล่นในแทร็กมากยิ่งขึ้น งานห้องโดยสาร มาเต็ม ไม่เป็นรองงานตัวถังภายนอก เบาะนั่ง M2 ชุดเดิมทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกถอดทิ้ง แทนที่ด้วย ‘Racing Seats’

BMW_M2_010

จาก RECARO ที่ให้มาเฉพาะคู่หน้า มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยมาตรฐานตัวแข่ง พื้นที่โดยสารด้านหลังถูกแทนที่ด้วย ‘Roll Cage’ พ่นด้วยสีทอง วางเต็มพื้นที่ ส่วนล่างติดตั้งถังดับเพลิง เพิ่มความปลอดภัยให้กับงานภาคสนาม ซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่องานด้าน ‘ฟังก์ชัน’ หรือประโยชน์ใช้สอยครบถ้วน งาน ‘แฟชั่น’ จึงเดินหน้าต่อได้ พวงมาลัยเพิ่มความดุด้วยหนัง Alcantara ขณะที่คอนโซลและขอบคิ้วในส่วนต่างๆ พร้อมสรรพด้วยงานคาร์บอนไฟเบอร์

BMW_M2_011

BMW_M2_012

สำหรับเครื่องยนต์ และเกียร์ M2 MotoGP Safety Car ยกชุดมาจาก M2 เวอร์ชั่นมาตรฐาน พื้นฐานเป็นเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ขนาดความจุ 2,979 ซี.ซี. ที่ถูกใช้งานในรถยนต์ BMW เกือบทุกรุ่น กวาดรางวัล Engine of The Year จากสื่อหลายสำนักเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ให้แรงม้าเริ่มต้น 306 hp ที่ 5,800-6,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดทำได้ 400 Nm ที่ 1,200-5,000 รอบ/นาที การนำมาต่อยอดใน M2 (F87), M3 (F80) และ M4 (F82) จึงไม่มีอะไรยุ่งยาก โมฯเพิ่มเติมตามสูตรของวิศวกร M GmbH ทั้งในเรื่องระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบอัดอากาศ ระบบหล่อเย็น ระบบหล่อลื่น รวมถึงวัสดุเกรดเดียวกับรถแข่งที่ทั้งเบาและทนทาน ทั้งหมดส่งผลให้พละกำลังภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ M2 MotoGP Safety Car ขยับไปที่ 370 hp ที่ 6,500 รอบ/นาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดเพิ่มไปเป็น 465 Nm ที่ 1,400-5,560 รอบ/นาที โดยเสียงจากเครื่องยนต์ จะถูกปรับแต่งเพิ่มความโหด ผ่านหม้อพักไอเสียชุดใหม่ เพื่อเรียก

BMW_M2_009

ความสนใจจากผู้ชมนับแสนคนในสนาม MotoGP M2 ใช้เกียร์คลัตช์คู่ M-DCT 7 สปีด (M Double Clutch Transmission) ควบคุมด้วย Drivelogic ซึ่งพ่วงมากับระบบ Launch Control ที่จะปรับทุกองค์ประกอบใน M2 เพื่อให้รถออกตัวได้เร็วที่สุด ในส่วนของระบบขับเคลื่อน ของเล่นใหม่ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา อยู่ที่ระบบ Active M Differential ภายในชุดเฟืองท้าย รับหน้าที่ปรับสภาพการส่งถ่ายแรงบิดของล้อขับเคลื่อนทั้ง 2 ฝั่ง ให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ความเร็ว และรูปแบบในการเข้าโค้งมากที่สุด ชุดเฟืองท้ายติดตั้ง Multiple-plate Clutch จำนวน 2 ชุด แยกซ้าย-ขวา (ควบคุมการทำงานด้วย ECU) ก่อนส่งกำลังไปขับเพลาข้างทั้ง 2 ฝั่ง โดยระดับในการกระจายกำลังจะขึ้นอยู่กับระดับการจับตัวของชุดคลัตช์ แปรผันได้ตั้งแต่ 0-100
เปอร์เซ็นต์ หน้าที่ของ M2 MotoGP Safety Car ไม่ได้จบลงเพียงแค่ในสนาม MotoGP แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ถูกเติมแต่งเข้าไป ล้วนทำงานต่อให้ BMW ได้ เพราะมันจะแปรสภาพไปเป็น ‘M Performance Parts’ ให้กับ M2 ตัวมาตรฐาน ไล่เรียงมาจนถึง 2 Series Coupé ตัวบ้านๆ ที่จะยกระดับความหล่อขึ้น จากสารพัดอุปกรณ์ที่ติดตราสัญลักษณ์ ‘M’ ที่สำคัญ ทั้งเรื่องดีไซน์และงานผลิต จะเป็นไปตามมาตรฐานโรงงาน BMW ทุกประการ

BMW_M2_002

ขุมพลัง 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3 ลิตร จาก BMW เป็นเครื่องยนต์ที่รวม 4 เทคโนโลยีระดับเทพสำหรับโลกเครื่องยนต์เข้าไว้ด้วยกัน อันได้แก่ ระบบ High Precision Injection (ระบบฉีดน้ำเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง), ระบบ Double-VANOS, ระบบ VALVETRONIC และเทอร์โบคู่ เทคโนโลยีเฉพาะของ BMW ที่มีชื่อว่า TwinPower Turbo ซึ่งถูกอัพเกรดไปเป็น M TwinPower Turbo ในเวอร์ชั่น M

BMW_M2_007

เครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ จาก BMW ใช้เทคโนโลยีวาล์วแปรผันชื่อว่า Double-VANOS ในรอบต่ำ ช่วยเพิ่มจังหวะ Overlap เพื่อให้ไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ในวัฏจักรก่อนหน้านี้ กลับมาเผาไหม้ซ้ำอีกครั้ง เป็นการลดมลพิษที่จะปะปนออกไปกับไอเสีย และช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง จากปริมาณไอเสียบางส่วนที่เผาไหม้ไม่หมดและหลงเหลืออยู่ ระบบจึงสามารถสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณที่น้อยลงได้ ส่วนในรอบสูง Double-VANOS ลดจังหวะ Overlap เพื่อลดการสูญเสียไอดี (น้ำมันเชื้อเพลิง+อากาศ) ที่จะเล็ดรอดออกไปทางพอร์ตไอเสียจากการเลื่อนขึ้น-ลง ของลูกสูบด้วยความเร็วสูง เพราะฉะนั้น ในรอบสูง Double-VANOS ก็ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงจากเดิมได้เช่นกัน

BMW_M2_006

สำหรับ VALVETRONIC รับหน้าที่ปรับเปลี่ยนระยะยกของวาล์วไอดี (Lift) สำหรับการเพิ่มปริมาณอากาศให้สมดุลต่อการสันดาปโดยเฉพาะในรอบสูงๆ ระบบ Double-VANOS ทำงานด้วยแรงดันน้ำมันเครื่อง ที่ควบคุมทิศทางการสั่งจ่ายน้ำมันด้วยโซลินอยด์วาล์ว ส่วนระบบ VALVETRONIC ทำงานด้วยกลไกปรับเปลี่ยนระยะยกด้วยเซอร์โวมอเตอร์ และแน่นอนว่า ทั้ง 2ระบบรับคำสั่งจาก ECU เทอร์โบทั้ง 2 ตัว จากเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ถูกจัดวางในรูปแบบ Bi-turbo เทอร์โบ 1 ตัว รับผิดชอบ 3 สูบ เป็นเทอร์โบที่ใช้โข่งภายในแบบ Two mono-scroll ปิดท้ายด้วย‘อินเตอร์คูลเลอร์’ Build-in แบบ Air-to-Water ช่วยสร้างความ
กะทัดรัดให้กับเครื่องยนต์

gpmag_may2016

ติดดามอ่านเต็มๆ ได้ที่ นิตยสาร กรังด์ปรีซ์ ฉบับเดือนพฤษภาคม 2559 บนแผงได้แล้ววันนี้ !!!

Comments

comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.