testdrive-MG3_Hatchback__Xross_01

เรื่อง ณัฐพล  เดชสิงห์

ที่ผ่านมา บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พยายามสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้กับ MG3 ล่าสุดจัดการทดสอบเล็กๆ ที่หลังซีคอนสแควร์ ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เอ็มจี3 (MG3) และเอ็มจี3 ครอส (MG3 Xross) คือรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมที่สุดของเอ็มจีในยุคปัจจุบัน โดยตำแแหน่งของสินค้าจะอยู่ระดับเดียวกันกับรถยนต์บี เซ็กเมนต์ในประเทศไทยพอดี ล่าสุดทำยอดจองสะสม 1,105 คัน ในช่วงงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นแบบแฮตช์แบ็กมีขนาดใหญ่พอสมควร ด้วยการออกแบบตัวถังโดยเฉพาะในรุ่นครอสซึ่งใส่ล้อแม็ก 16 นิ้ว มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ก็ทำให้ตัวรถสูงขึ้นเล็กน้อย ภายนอกออกแบบด้วยการใช้เส้นสายที่เฉียบคมเพื่อเอาใจลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น กรอบโคมไฟทั้งด้านหน้าและด้านท้ายออกแบบอย่างลงตัวมีสไตล์ ดูดีครับ สวยงามน่ารัก มองไปก็คล้ายๆ ซีตรอง DS3 ขณะที่งานประกอบแม้จะเป็นรุ่นก่อนผลิตจริง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่ดูแล้วจะเป็นปัญหา

testdrive-MG3_Hatchback__Xross_04

testdrive-MG3_Hatchback__Xross_05testdrive-MG3_Hatchback__Xross_06

ภายในรุ่นครอสดูสวยงามด้วยเบาะหนัง ดูสปอร์ตดี ขณะที่รุ่นธรรมดาเป็นเบาะผ้ารองรับสรีระได้ดีพอสมควร แต่ปรับมือทั้งหมด เบาะที่นั่งด้านหลัง กว้างขวาง สะดวกสบาย แผงคอนโซลยังคงใช้วัสดุพลาสติกแบบเดิมที่อยู่ใน MG6 การออกแบบยังคงเป็นแบบผู้ดีอังกฤษ ที่ดูเชยมาก แถมยังใช้ตัวเลขดิจิตอลสีแดงแบบเก่า เลยดูเชยไปใหญ่  ตำแหน่งของอุปกรณ์การใช้งานยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้งานสักระยะ หากจะต้องการใช้งานให้คุ้นชินจริงๆ พวงมาลัยเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดูแล้วไม่เข้าตาเท่าไหร่ หนาๆ ใหญ่ๆ แต่ก็แปลกดี หุ้มหนังตัดด้ายตะเข็บแดงปรับระยะได้เพียงสูง-ต่ำ ไม่สามารถดึงให้ใกล้-ไกล  สุดท้ายเมื่อปรับตำแหน่งให้ถนัดแล้ว คนตัวใหญ่ๆ นั่งขับแล้วไม่อึดอัดครับ แถมมีซันรูฟให้ด้วย

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์  AMT ที่ MG เรียกว่า Celematic  สิ่งที่เอ็มจีต้องเตรียมพร้อมสำหรับการสอนลูกค้าอย่างมากก็คือ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ที่ใช้งานยากเอาเรื่อง โดยเป็นระบบเกียร์ที่รวบรวมข้อดีของเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดามาไว้ด้วยกัน แต่กว่าจะเรียนรู้ให้ใช้งานอย่างคล่องแคล่วก็คงเหนื่อยtestdrive-MG3_Hatchback__Xross_07

testdrive-MG3_Hatchback__Xross_10 testdrive-MG3_Hatchback__Xross_11

หลายท่านคงสงสัยเกียร์ AMT เป็นยังไง AMT หรือ Auto-Manual Transmission จริงๆ มีโครงสร้างแบบเกียร์ธรรมดา มีคลัตช์ทำหน้าที่เชื่อมต่อและตัดการส่งกำลัง เพียงแต่เกียร์ชุดนี้จะเป็นคลัตช์ไฟฟ้า มี ECU คอยควบคุมในการปล่อยหรือจับคลัตช์ เอาง่ายๆ ก็คือ เราไม่ต้องใช้เท้าเหยียบคลัตช์เอง ลักษณะของการขับขี่ยังต้องพบอาการวืดวาดเหมือนกำลังเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์อยู่นั่นเอง

การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นไม่หวือหวามากแต่ก็ไม่ได้อืดจนเกินไป ถือว่าให้การตอบสนองที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตในเมืองเป็นหลัก การเร่งแซง หากเปลี่ยนเกียร์ช่วยนั้นน่าจะให้การตอบสนองอย่างทันท่วงที เพราะเป็นการทดลองแบบสั้นๆ เลยไม่สามารถทดสอบอะไรได้เยอะ พวงมาลัยยังคงใช้ระบบไฮดรอลิก แม้จะไม่เฉียบคมนักแต่ให้การสั่งงานเป็นธรรมชาติ ขณะที่น้ำหนักพวงมาลัยยังหนักมือไปนิด (แต่เบากว่า MG6) ถอยเข้าช่องจอดอาจจะเมื่อยหน่อย แต่เมื่อรถวิ่งก็ให้น้ำหนักดีพอเหมาะ คนรุ่นเก่าอาจจะไม่รู้สึกว่าหนัก เพราะเคยขับรถที่เป็นพวงมาลัยไฮดรอลิก ที่รถในยุคก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้ามาบ้าง แต่เด็กรุ่นใหม่และคุณผู้หญิงที่ต้องขับแต่รถที่เป็นพวงมาลัยไฟฟ้า บ่นแน่นอน ว่า พวงมาลัยหนักจัง ช่วงล่างน่าจะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและผมชอบมากที่สุดของรถคันนี้ การควบคุมรถถือว่าทำได้ดี ไม่มีอาการหน้าดื้อให้เห็น การเข้าโค้งด้วยความเร็วก็ทำได้อย่างมั่นใจดี และให้ความนุ่มนวล ดูดซับแรงกระแทกได้ดี แต่คงต้องขอเอาไปขับยาวๆ ที่ความเร็วสูงกว่านี้ ถึงจะบอกอาการทั้งหมดได้

testdrive-MG3_Hatchback__Xross_09

MG3 จุดเด่นอยู่ที่รูปลักษณ์ โดยเฉพาะตัวถังสีทูโทน สีหลังคาจะตัดกับสีตัวถัง น่าจะโดนใจวัยรุ่น พร้อมไฟเดย์ไทม์หลอด LED ภายในตกแต่งแนวสปอร์ต พร้อมจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ให้ใช้งานได้สะดวก แม้จะเชยไปนิด ส่วนสมรรถนะการขับถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว การทรงตัวออกแนวนุ่มเนียน ขับได้คล่องตัว มั่นใจ เรามารอลุ้นว่าจะเปิดราคาขายเท่าไหร่ ถ้ามาราคาดีๆ ไม่แพงเกินไป ผมว่ามีอนาคตครับ สำหรับ MG3 คันนี้